มีบัญชีอยู่แล้ว?
รวมข้อดี-ข้อเสีย “ผ่อนสินค้า 0%” ใครได้ประโยชน์?
1
ในสถานการณ์ที่คนส่วนใหญ่ “ไร้เงินสด” ทำให้กลยุทธ์ “ผ่อนสินค้า 0%” ได้รับความสนใจมาก สังเกตว่าหากร้านไหน สินค้าใดจัดโปรตัวนี้ขึ้นมา คนส่วนใหญ่ตัดสินใจง่าย มองผิวเผินเรื่องนี้ต่างก็พึงพอใจด้วยกันทุกฝ่าย ซึ่งก็เป็นเรื่องน่าสนใจว่าตกลงแล้ว “เรื่องนี้ใครได้ประโยชน์สูงสุดกันแน่”
ภาพจาก freepik.com
ตามข้อมูลการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเมื่อปี 2563 พบว่าปริมาณการใช้จ่ายรวม 173,255.68 ล้านบาท มีการเบิกเงินสดล่วงหน้าเพิ่มขึ้น 9.18% ขณะที่ยอดค้างชำระเกิน 3 เดือน เพิ่มขึ้น 13.95% และยอด
สินเชื่อคงค้างเพิ่มขึ้น 9.06% และเพื่อให้ทุกคนมองเห็นภาพชัดเจน www.ThaiFranchiseCenter.com จะลองไล่เรียงให้เข้าใจว่ากลยุทธ์นี้แท้ที่จริงใครได้ประโยชน์มากที่สุด
 
กลไกของกลยุทธ์ “ผ่อนสินค้า0%”
ภาพจาก freepik.com
สมมุติว่าเราอยากซื้อสมาร์ตโฟน ราคา 30,000 บาท โดยสามารถผ่อนจ่ายผ่านบัตรเครดิตด้วยดอกเบี้ย 0% นาน 10 เดือนในกรณีนี้ผู้ที่เกี่ยวข้องจะมีทั้งหมด 3 ฝ่ายคือ
1.ลูกค้า
2.ร้านค้า
3.สถาบันการเงินเจ้าของบัตรเครดิต
1
สำหรับลูกค้า แน่นอนว่าจะได้สมาร์ตโฟนกลับไปใช้เลยเมื่อตัดสินใจซื้อ โดยที่มีหน้าที่ผ่อนชำระค่าบัตรเครดิตเดือนละ 3,000 บาทให้ครบตามระยะเวลาที่กำหนดคือ 10 เดือน สำหรับร้านค้า จะได้รับเงินค่าขายสินค้าจากสถาบันการเงินทันทีเช่นกัน ส่วนสถาบันการเงินหรือผู้ออกบัตรเครดิต มีหน้าที่เรียกเก็บเงินจากลูกค้าตามระยะเวลาที่ผ่อนคือ 10 เดือน มองผิวเผินเรื่องนี้สถาบันการเงินน่าจะเสียเปรียบมากที่สุดแต่หากเรามาวิเคราะห์แยกย่อยลงไปจะพบว่า
 
ประโยชน์ที่เกิดกับ “สถาบันการเงิน”
1
ภาพจาก freepik.com
1.การที่สถาบันการเงินยอมให้เราซื้อสินค้าด้วยการผ่อน 0% ทำให้ผู้ถือบัตรเครดิตใบนั้นๆ เกิดความผูกพันกับบัตร และเกิดการใช้งานอย่างต่อเนื่อง เพราะในระหว่างนั้น บัตรดังกล่าว มีการผ่อนสินค้าหลายเดือนติดต่อกัน
2.ผู้ใช้งานบัตรเครดิตจำนวนมาก มีบัตรเครดิตมากกว่า 1 ใบ ฉะนั้น สถาบันการเงินต่างๆ จึงเกิดการแข่งขันแย่งชิงลูกค้า หากสถาบันการเงินใดมีแรงจูงใจที่ทำให้คนใช้บัตรของตัวเอง เช่น ผ่อน 0% ได้, ใช้บัตรเครดิตเป็นส่วนลดได้ ย่อมทำให้ผู้ใช้งานเลือกใช้บัตรเครดิตของสถาบันการเงินที่มีทางเลือกมากกว่า
1
3.การที่สถาบันการเงินยอมให้เราซื้อสินค้าด้วยการผ่อน 0% จะทำให้โอกาสที่ผู้ถือบัตรตัดสินใจปิดการใช้งานบัตรเครดิตนั้นๆ น้อยลง เนื่องจากผู้ถือบัตรมีภาระผูกพันกับบัตรเครดิตใบนั้นๆ อยู่
4.สถาบันการเงินได้รับค่าธรรมเนียมจากร้านค้าที่นำเครื่องรูดบัตรไปให้บริการกับลูกค้า 2% จากราคาสินค้า ซึ่งเราอาจจะสังเกตเห็นได้ว่า ร้านค้าบางร้านไม่อยากแบกรับค่าธรรมเนียมดังกล่าว จึงมีค่าชาร์จบัตรเครดิตจากลูกค้า 2-3%
5.หากลูกค้าผ่อนชำระค่าสินค้าไม่ตรงตามระยะเวลาที่กำหนด จะมีค่าธรรมเนียมในการทวงถาม เช่น จดหมายทวงถามหนี้บัตรเครดิต, SMS ทวงถาม, เจ้าหน้าที่โทรมาทวงถาม โดยบางสถาบันการเงินอาจยกหน้าที่ดังกล่าวให้กับเอกชนแห่งอื่นเป็นผู้ทำหน้าที่แทน
1
6.หากผู้ถือบัตรเครดิตผ่อนชำระค่าสินค้าเกินระยะเวลาที่กำหนด ซึ่งสถาบันการเงินจะคิดอัตราดอกเบี้ย 18% ต่อปีทันที เช่น ราคาสินค้า 50,000 บาท สถาบันการเงินคิดดอกเบี้ยจากยอดเต็ม คือ 50,000 บาท ไม่ได้คิดจากยอดคงเหลือที่มีการผ่อนไปแล้ว บวกดอกเบี้ย 18% ต่อปี เท่ากับ 59,000 บาท
1
ประโยชน์ที่เกิดกับ “ร้านค้า”
ภาพจาก freepik.com
1.การที่สถาบันการเงินยอมให้ผู้ถือบัตรเครดิตซื้อสินค้าด้วยการผ่อน 0% ย่อมทำให้ลูกค้าเกิดการตัดสินใจซื้อสินค้าภายในร้านมากขึ้น และเร็วขึ้น
2.ร้านค้ามียอดขายสินค้าเพิ่มมากขึ้น
3.ร้านค้าไม่ต้องแบกรับความเสี่ยงที่ลูกค้าจะไม่จ่ายเงินให้กับทางร้าน แต่ให้สถาบันการเงินเข้ามาแบกรับในเรื่องของการผ่อนชำระให้
4.ร้านค้าไม่ต้องเช็กเครดิตของลูกค้าที่จะมาซื้อสินค้าภายในร้าน เพราะลูกค้าที่ถือบัตรเครดิตย่อมได้รับการ ตรวจสอบเครดิตมาแล้วจากทางสถาบันการเงิน
นอกจากนี้กับดักของคำว่า 0% ยังมีอีกมากมายเช่นดอกเบี้ย 0% เฉพาะ 3 เดือนแรก ซึ่งถ้าเราซื้อสินค้าเงินผ่อน หรือกู้เงินซื้อบ้านที่มีโปรโมชั่นแบบนี้ จะทำให้ผ่อนด้วยจำนวนเงินที่จ่ายเท่ากันต่อเดือนในช่วงแรกและไม่เสียดอกเบี้ย ฉะนั้นกับดักของดอกเบี้ย 0% แบบมีเงื่อนไขนี้ ก็คือ โปรโมชั่นไม่เสียดอกเบี้ยถึง 3 เดือน 6 เดือน
ภาพจาก freepik.com
ซึ่งส่วนใหญ่จะร่วมรายการกับสินค้าที่มีมูลค่ามาก เพราะมีดอกเบี้ยเยอะ การล่อซื้อด้วยโปรโมชั่นสุดพิเศษนี้ จึงทำมาสำหรับคนที่ต้องการลดหย่อนดอกเบี้ยจริง ๆ เพียงเพราะไม่ต้องการจ่ายดอกในระยะสั้น และทำให้เราตัดสินใจซื้อสินค้าชิ้นนั้นได้ง่ายขึ้น
เพราะเรายอมที่จะไม่เสียดอกเบี้ยช่วงแรก แต่สุดท้ายเมื่อเราเลือกเงื่อนไขนี้ ก็เท่ากับว่าเราจะต้องเสียดอกเบี้ยช่วงหลังไปตลอด จนกว่าจะผ่อนสินค้าหมดซึ่งถ้าเรามีวินัยในการผ่อนชำระ เรื่องนี้ก็จะเป็นประโยชน์สำหรับเรา แต่ถ้าใช้จ่ายแบบไม่คิดหน้าคิดหลังให้ดี คำว่า 0% จะทำให้ลูกค้าเป็นฝ่ายเสียเปรียบได้มากที่สุดเช่นกัน
 
ผู้อ่านสามารถติดตามข่าวสาร ทุกความเคลื่อนไหวธุรกิจแฟรนไชส์และ SMEs รวดเร็ว รอบด้าน
 
ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise
ต้องการข้อมูลข่าวสาร ต้องการอัพเดทข้อมูลการตลาด หรือแนวทางการทำธุรกิจ ติดตามได้ที่ www.thaifranchisecenter.com/document/
 
รับฟังบทความต่างๆ ผ่านทาง PodCast ไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ https://soundcloud.com/thaifranchisecenter
 
 
อ้างอิงจาก https://bit.ly/3geoZh8
    songvith.
    ขอบคุณครับ ขออนุญาตแชร์นะครับ.
    • กำลังนิยมในบล็อกดิต
      วันสวรรคตรัชกาลที่ 4 ท่านดีใจอะไร? จากหนังสือเจ้าชีวิตที่เขียนโดยพระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ในช่วงท้ายของบทพระจอมเกล้า กล่าวถึงช่วงที่รัชกาลที่ 4 ท่านใกล้สวรรคต ไว้ว่า
      🌟เรวตสามเณร ผู้เลิศในทางอยู่ป่า สามเณรเรวตะ เป็นน้องชายของพระสารีบุตรผู้เป็นพระอัครสาวกเบื้องขวา ขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้หนีการแต่งงานไปออกบวชในป่าตอนอายุ ๗ ขวบ และอาศัยอยู่ในป่าไม้ตะเคียนเพื่อประพฤติปฏิบัติธรรม ได้บรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ในป่าไม้ตะเคียนนั้น เมื่อบวชเป็นพระแล้ว ท่านมีชื่อว่า พระเรวตขทิรานิยะ (คำว่า ขทิรวนิยะ แปลว่า ไม้ตะเคียน) พระเรวตเถระอยู่ในป่าไม้ตะเคียนเป็นเวลานาน ท่านได้รับยกย่องจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ในตำแหน่งเอตทัคคะผู้เลิศกว่าภิกษุทั้งหลายในทางผู้อยู่ป่า ท่านสามารถแสดงฤทธิ์เนรมิตป่าตะเคียนให้กลายเป็นอารามงดงามกว้างขวางเพื่อต้อนรับพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระสารีบุตร และหมู่สาวกพระภิกษุสงฆ์
      ไทยประกันชีวิต ยื่น Filing เพื่อ IPO เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ นายไชย ไชยวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้ดำเนินการยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวน (Filing) ต่อ ก.ล.ต. เพื่อเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) ประมาณ 20% ของจำนวนหุ้นทั้งหมดที่จำหน่าย และอาจมีการจัดสรรหุ้นส่วนเกินเป็นจำนวนไม่เกิน 15% ของจำนวนหุ้นสามัญที่เสนอขายในครั้งนี้
      ใช้เตาไมโครเวฟมาตั้งนาน เพิ่งรู้ว่าวางอาหารผิดตำแหน่งมาตลอด😓 ถามหน่อยครับ เกือบทุกบ้านคงมีเตาไมโครเวฟ เอาไว้อุ่นอาหารใช่ไหมครับ?
      ดูทั้งหมด