20 ส.ค. 2021 เวลา 12:50 • สุขภาพ
เทียบประสิทธิผลของวัคซีน Pfizer สองเข็ม กับ Astra สองเข็ม พบว่าประสิทธิผลของ Pfizer สูงกว่า แต่ก็ลดลงเร็วกว่า
4
รายงานการศึกษาที่ประเทศอังกฤษเก็บข้อมูลโดยมหาวิทยาลัย Oxford ร่วมกับสำนักงานสถิติแห่งชาติ (Britain’s office of National Statistics)
2
โดยการเก็บข้อมูลการตรวจพบเชื้อโคโรนาไวรัส โดยวิธีมาตรฐาน PCR ในสองช่วงเปรียบเทียบกัน
1
ช่วงแรกคือ 1 ธันวาคม 2563 ถึง 16 พฤษภาคม 2564 จากประชากรกว่า 3.81 แสนคน 2.58 ล้านตัวอย่าง ซึ่งไวรัสที่เป็นหลักขณะนั้นคืออัลฟ่า
ช่วงที่สองคือ 17 พฤษภาคม 2564 ถึง 1 สิงหาคม 2564 จากประชากร 3.61 แสนคน 8.1 แสนตัวอย่าง ซึ่งไวรัสที่เป็นหลักคือเดลต้า
1
พบว่าในผู้ที่ฉีดวัคซีน Pfizer สองเข็มเปรียบเทียบกับ Astra สองเข็ม สามเดือนหรือ 90 วันหลังจากฉีดเข็มสองมีประสิทธิผล (Effectiveness) ในการป้องกันต่อไวรัสสายพันธุ์เดลต้าลดลงทั้งคู่ เมื่อเทียบกับประสิทธิผลต่อไวรัสสายพันธุ์อัลฟ่า
1
โดยหลังฉีดเข็มสอง วัคซีน Pfizer ให้ประสิทธิผล 85% ขณะที่ Astra ให้ประสิทธิผล 68%
เมื่อผ่านไป 3 เดือน ประสิทธิผลของวัคซีน Pfizer ลดลง 10% จาก 85% เหลือ 75%
ส่วน Astra ลดลง 7% จาก 68% เหลือ 61%
ซึ่งทำให้นักวิชาการได้ลองพยายามทำการคาดการณ์ทางสถิติว่า อัตราการลดลงของ Pfizer ซึ่งเร็วกว่าของ Astra อาจจะลดลงไปเหลือเท่าๆกันที่ประมาณ 5 เดือนหลังเข็มสอง
2
และหลังจากนั้น อาจจะกลายเป็นว่าระดับประสิทธิผลการป้องกันของ Pfizer อาจต่ำกว่าได้
แต่เป็นเพียงการคาดคะเนทางการคำนวณ จำเป็นจะต้องติดตามการเก็บข้อมูลเรื่องนี้ต่อไป
1
ข้อมูลในลักษณะดังกล่าว ทำให้หลายประเทศ เห็นถึงความจำเป็นที่จะต้องเตรียมการฉีดกระตุ้นเข็มสามให้กับประชากร โดยเฉพาะที่มีไวรัสสายพันธุ์เดลต้าเป็นหลัก
2
ขณะนี้อิสราเอลได้เริ่มฉีดเข็มสามไปแล้ว ในเดือนกรกฎาคม 2564
ในขณะที่สหรัฐฯ ให้ฉีดเข็มสามเฉพาะในผู้ที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอ แต่ก็มีแนวโน้มที่จะฉีดกระตุ้นเข็มสามในอนาคตด้วยเช่นกัน
ในรายงานวิจัยดังกล่าว ได้ใช้ข้อความถึงวัคซีน Pfizer ว่า
1
Greater initial effectiveness
Faster declines in protection…
3
Reference
โฆษณา