The universe in a nutshell EP.02.1 A shape of Time (เวลา-รูปร่าง-เป็นไป)
spiral clock by istock
ความพิศวงของเวลา
ในศตวรรษที่ 19 Charles Lamb ได้กล่าวว่าไม่มีอะไรที่จะพิศวงไปกว่าตำแหน่งและเวลา แต่ก็ไม่มีอะไรสร้างปัญหาน้อยไปกว่าตำแหน่งและเวลา เช่นกัน
Charles Lamb picture by the Gurdian
แนวคิดของเวลา
Sir Karl Popper นักปรัชญาช่วงศตวรรษที่ 20 ได้เสนอแนวคิดเชิง โปติวิสต์ กล่าวว่าทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์เป็นเพียงรหัสทางคณิตศาสตร์ที่ให้ผลการคาดคะเนและทดสอบจนเป็นที่ยอมรับแต่ถึงแม้จะเป็นถึงทฤษฎีมันก็ไม่สามารถอนุมานได้ว่าในช่วงที่ยาวนานไปนั้นทฤษฎีนั้นๆจะถูกต้องเสมอไป และเมื่อทฤษฎีเกิดมาแล้วคนย่อมที่จะคาดหวังและจ้องจะจับผิดมัน แนวคิดนี้จึงกล่าวได้ว่าสิ่งที่ทฤษฎีจะบอกได้คือโมเดลทางคณิตศาสตร์ในกรอบๆหนึ่งที่ทำนายข้อมูลชุดๆหนึ่งในขอบเขตนั้นๆได้
sir Karl Proper by Wikipedia
โมเดลแรกของปริภูมิ-เวลา Principia Mathematica
ในปี ค.ศ.1687 บุรุษผู้ปราดเปรื่องที่แทบจะมีชื่อเสียงมากที่สุดในหน้าประวัติศาสตร์โลก Sir Isaac Newton ขณะดำรงตำแหน่งลูเคเชียนของมหาวิทยาลัยแคมบริดจ์ เขาได้เสนอรูปแบบจำลองแรกของปริภูมิ-เวลา ว่าทั้งตำแหน่งและเวลาแยกจากกันไม่มีผลกระทบจากเหตุการณ์ภายนอก เป็นเส้นเดี่ยวและเส้นเวลานี้มีความนิรันดร์
Sie Isaac Newton by Wikipedia
และจากการที่ผู้คนในสมัยนั้นเชื่อในจักรวาลนิจ คือมันเป็นอย่างไรอย่างนั้นมาตลอด และเพิ่งถูกสร้างเมื่อไม่กี่พันปี จึงทำให้ Emmanuel Kant จึงเกิดคำถามว่าอะไรคือสิ่งที่เป็นสิ่งที่ทำให้เป็นตัวตัดสินว่าจักรวาลต้องเกิด และก่อนหน้านั้นพระเจ้าทรงสร้างอะไรอยู่ก่อนจักรวาล และหากมันเป็นนิจจริงแล้วทำไมมันจึงไม่จบที่จุดสมดุลความร้อนของจักรวาล จินตนาการเหมือนเติมน้ำในกาต้มน้ำขณะเดือดน้ำจะผุดเรื่อยๆจนอุณหภูมิของบรรยากาศเท่ากับในหม้อมันจึงหยุดหรือก็คือความดันน้ำเท่ากับบรรยากาศนั่นเอง คานต์เรียกสิ่งขัดแย้งนี้ว่า "The antinomy of pure reason" คอหากวลาของจักรวาลคงอยู่นิจนิรันดร์แล้วจุดสมดุลความร้อนก็คงไม่มีความหมายทางวิทยาศาสตร์
Emmanuel Kant by Wikipedia
โมเดลที่สองของปริภูมิ-เวลา by the relativity of Einstine