มีบัญชีอยู่แล้ว?
#โรมดาร์บี้ที่ไม่เคยหลับไหล
โดย มิสมาต้า
เปโดร โรดริเกซ นักเตะวัย 33 ปี ได้ทำให้ดาร์บีแมตช์​กรุงโรมอันเป็น 1 ใน 10 สงครามดาร์บีแมตช์​ที่ป่าเถื่อนที่สุดในโลก มีกิจกรรมพิเศษระหว่างเกมให้แฟนบอลได้ทำเพิ่มมากขึ้น
1
กว่า 20 ปีแล้ว ที่ไม่มีการย้ายข้ามฟากเมืองหลวงระหว่างลา​ซิ​โอ​ กับ โรม่าเกิดขึ้น แต่พอ โชเซ​ มูรินโญ​ ก้าวเข้ามาคุมทัพโรม่า​ เปโดรจึงได้ขนความสำเร็จ​ในอดีตหนีไปร่วมทีมอริเบอร์​หนึ่งแบบไม่ใยดีหัวใจแฟนบอล
ดังนั้นการย้ายทีมในรอบนี้ของเขาจะเป็นการเปลี่ยนประสบการณ์​ชีวิตอย่างแท้จริง ซึ่งในวันที่ 26 กันยายน เขาจะได้ลิ้มรส​ชาติ​ของโรมดาร์บีที่จะมีเสียงโห่จากแฟนบอลของโรม่ากลุ่มเดิมที่เคยส่งเสียงเชียร์​เขาในวันวานเป็นของขวัญ​พิเศษ​สำหรับผู้แปรพักตร์​
เปโดรเป็นอดีตนักเตะคนแรกในประวัติ​ศาสตร์​ของ​วงการ​ฟุตบอล​ที่เป็นมาแล้วทุกแชมป์​เมเจอร์
ในระดับทีมชาติ เปโดรเคยได้แชมป์ฟุตบอลโลกปี 2010 กับ แชมป์ยูโรปี 2012 ร่วมกับทีมชาติยุคทองของสเปน
ในระดับสโมสร เขามีเหรียญ​แชมป์​ลา ลีกา ,  โกปา เดอ เรย์  , ซูเปอร์โคปา , ยูฟ่า​ แชมเปี้ยนส์​ ลีก​ , ยูฟ่า ซูเปอร์คัพ และ ฟีฟ่า​ คลับ​ เวิลด์​คัพ
รวมทั้ง แชมป์​พรีเมียร์​ ลีก​ , เอฟเอ​ คัพ​  และ ยูฟ่า ยูโร​ปา​ ลีก​ ตอนย้ายมาเล่นให้เชลซี
ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นความสำเร็จ​ในระดับที่สมควรต้องถูกอิจฉา ว่ากันว่าถ้าเขาโอนสัญชาติ​ไปล่าแชมป์​โคปา อเมริกา​ , โกลด์ คัพ และ เอเชียน คัพ หรือ แอฟริกัน เนชันส์ คัพ ได้ เขาคงทำไปแล้ว
1
แต่ก็อย่างที่บอกว่าการย้ายทีมในครั้งนี้จะทำให้เปโดรได้เปิดโลกใหม่ เขาอาจจะ​เป็นมาแล้วทุกแชมป์ เคยผ่านสมรภูมิ​เอล กลาซิโก , เคยผ่านลอนดอนดาร์บีแมตช์​ และ ดาร์บีกรุงโรม
แต่เขายังไม่เคยลงเล่นดาร์บีแมตช์​ของทุกลีกในสถานะเป็นนักเตะของอริร่วมเมืองทั้งสองฝั่ง
โรนัลโด​ เดอะ เฟโนเมนอน เคยเป็นหนึ่งเดียวที่ลงเล่นให้ บาร์เซโลน่า​ กับ เรอัล​ มาดริด รวมทั้งเคยเป็นนักเตะของ อินเตอร์​ มิลาน​ กับ เอซี มิลาน
แต่นั่นไม่ใช่การย้ายแบบย้ายข้ามฟากไปตรงๆ รวมทั้ง​โรนัลโด​ยังเป็นนักเตะที่แฟนบอลรักเพราะฝีเท้า และนิสัยส่วนตัวของเขา แต่กับเปโดรนั้นแตกต่างออกไป
ในอดีตเคยมีนักเตะย้ายข้ามฟากเมืองไม่กี่คนเท่านั้น โดยเริ่มจาก ลุยจิ ซิโรลี เมื่อปี 1929 แต่เป็นการย้ายแบบผ่านสโมสรตัวกลาง
อัตติลิโอ เฟอร์รารีส เป็นนักเตะรายที่สองที่ย้ายข้ามฟาก แต่เป็นคนแรกที่ย้ายตรงจากโรม่า​มาสู่ลาซิโอเมื่อปี 1934 แถมยังกล้าย้ายกลับมาที่โรม่าในอีก 4 ปีต่อมา
จากนั้นก็มี คาร์โล กัลลี , อาร์เน เซลโมสสัน หัวหอกชาวสวีดิช​ , ฟรังโก คอร์โดวา กัปตันทีมโรม่าได้ย้ายผ่านเวโรนาไปที่ลาซิโอ
ต่อด้วย ลิโอเนลโล มานเฟรโดเนีย สาวกเบียงโคเลซเรสตีที่เป็นลาซิโอแท้ๆ ที่เคยถูกพิษแบนในยุคเดียวกับ เปาโล รอสซี จนพลาดการลงสนามสองปี ได้ย้ายผ่านยูเวนตุสไปสู่โรม่า อันเป็นการทำให้แฟนบอลลาซิโอถึงกับตราหน้าว่าอดีตนักเตะที่โตมาจากอคาเดมี​รายนี้เป็นจอมทรยศ
จากนั้นก็มี อันเจโล เปรุซซี , โรแบร์​โต​ มุซซี , ซินิซา มิไฮโลวิช และจบที่ ดิเอโก ฟูแซร์ เมื่อปี 2001
ทุกคนมีการย้ายทีมที่แตกต่างกันไป แต่สิ่งหนึ่งที่ทุกคนมีเหมือนกันคือการถูกแฟนเก่าตามด่าในทุกการสัมผัสบอล ทั้งที่บางคนเคยเป็นถึงขวัญใจ​ของแฟนบอล แต่ก็คงอย่างที่กูรูแห่งวงการความรักเคยกล่าว​เอาไว้ว่า "ยิ่งรักก็ยิ่งเกลียด"
::
ถ้าคิดว่าวีรกรรม​ที่นายพลฟรังโกผู้นำแห่งสเปนเคยย่ำยีบาร์เซโลน่า​ แล้วเชิดชู​เรอัล​ มาดริด ว่าชอกช้ำแล้ว
1
แต่วีรกรรมของไอดอลนายพลฟรังโกที่ชื่อ นายพลเบนิโต มุสโสลินี ที่ฝากฝังรอยเกลียดชังเอาไว้กลางกรุง​โรม นี่คือตัวพ่อของผู้นำสเปนไปเลย
มุสโสลินีใช้นโยบายฟาสซิสต์ของกองทัพเยอรมัน​มาดำเนินการปกครองประเทศ แม้กระทั่งในเรื่องของฟุตบอลก็หนีไม่พ้น เมื่อเขาต้องการสร้างอิทธิพลของตนเองให้อยู่เหนือฝ่ายต่อต้านอย่างเบ็ดเสร็จ
มุสโสลินีออกคำสั่งให้สร้างสโมสรของเขาขึ้นมาภายใต้ชื่อ อาแอส โรม่า ด้วยการบีบบังคับให้ควบรวม 3 สโมสรเดิมในกรุงโรมเข้าด้วยกัน เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน​ ปี 1927
โดยสโมสรฟุตบอลผู้โชคร้ายทั้งสามนั้นได้แก่ สโมสรโรมัน , สโมสร​อัลบา ออเดเซ และ สโมสร​ฟอร์ติตูโต
1
สโมสรลาซิโอคือผู้รอดจากการควบรวมทีม​ฟุตบอล​ในโรมครั้งนั้นแต่เพียง​ผู้เดียว เพียงเพราะพวกเขามี​ นายพลจิออร์จิโอ วัคคาโร สหายคนสนิทของมุสโสลินีเป็นสาวกของทีม จึงทำให้ลาซิโอรอดพ้นจากคำสั่งรวมทีมนี้ไปได้
แล้วก็ด้วยการมีสิทธิพิเศษของโรม่า รวมทั้งการสร้างอัตลักษณ์​ให้สโมสรที่ลาซิโอตั้งใจทำให้แตกต่างกัน จึงทำให้ทั้งสองสโมสร​มองกันด้วยความเป็นศัตรู​
ภายในสนามทั้งสองฝั่งใส่กันแบบไม่เป็นมิตร ในขณะที่นอกสนามก็มีการตีกันของทั้งสองฝ่ายแบบชนิดที่ฮูลิแกนอังกฤษ​ที่ขึ้นชื่อเรื่องความโหดยังข่มไม่ลง
โรม่าอาจจะภูมิใจ​ในความเป็นทีมของเมืองหลวง แต่ก็ถูกลาซิโอมองว่าเป็นทีมของชนชั้นกรรมาชีพ​ แถมยังมีแฟนบอลหลายคนเป็นชาวยิวที่รอดชีวิตมาจากสงครามโลกครั้งที่สอง​
ส่วนลาซิโอที่มีผู้สนับสนุนอันเป็นประชากรของเมืองหลวงบ้าง จากเมืองรอบข้างบ้าง จึงถูกตราหน้าว่าเป็นไอ้พวกบ้านนอก ที่กลับดูดีมีฐานะดีกว่าคู่แค้น รวมทั้งลาซิโอมีฐานการเมืองที่ยังฝักใฝ่ในนาซีอยู่
ทั้งคู่จึงใช้ทั้งปมในใจ และปมที่เป็นจริงสร้างความเกลียดชัง​กันขึ้นมาเรื่อยๆ ดังนั้นทุกสิ่งที่กล่าวมาจึงทำให้เพื่อนร่วมเมืองกลายเป็นศัตรูกันอย่างยาวนานมาเกือบ 100 ปีแล้ว
::
วันที่ 28 ตุลาคม​ ปี 1979
ณ สนามโอลิมปิก​ สเตเดียม​ กรุง​โรม
ดาร์บี เดลลา คาปิตาเล หรือ ดาร์บีแมตช์​กรุงโรมในภาษาอิตาเลียน ก็เป็นอีกหนึ่งเกมที่ต้องขนตำรวจเกือบทั้งกรุงโรมเพื่อมาดูแลความปลอดภัย
1
ภาพการปะทะกันด้วยความรุนแรง​ที่เกิดขึ้นในอดีตล้วนเกิดขึ้นบ่อยจนทุกคนคุ้นเคย แม้กำลังตำรวจจะขนกันมาเป็นกองร้อย แต่กลับไม่เคยที่จะสามารถหยุดยั้งสงครามกลางเมืองหลวงนี้ได้เลย
เพียงแต่ดาร์บีในวันนี้ กำลังจะทำให้เกิดเหตุ​การณ์​ที่เปลี่ยน​โฉมหน้าประวัติศาสตร์​ของคู่อริทั้งสองฝ่ายไปโดยสิ้นเชิง
เราเคยเห็นภาพ มาร์โก มาเตราซซี ยืนเคียงข้าง รุย คอสตา เพื่อดูความวุ่นวายของคู่ปรับ​เมืองมิลาน ที่มีการขว้างปาพลุไฟลงมาในสนามจนกรรมการต้องเป่าหยุดเกม
ดิดา ผู้รักษาประตู​ของเอซี มิลาน ต้องอกสั่นขวัญแขวน​กับความเถื่อนดิบของสาวกงูใหญ่​ที่ทั้งขว้างปาสิ่งของ , ส่งเสียงด่าทอ และโยนพลุไฟจนเฉียดหัวของเขาไปเพียงนิดเดียว จนทำให้เขาไม่ยอมกลับไปลงเล่นในเกมวันนั้น
แต่อย่างน้อยมิลานดาร์บีก็ยังดูมีมิตรภาพ​กว่าที่กรุงโรม
วินเซนโซ ปาปาเรลลี สาวกลาซิโอวัย 33 ปี ได้พาครอบครัวอันมีภรรยา และลูกชายเข้ามาชมเกมดาร์บีตามปกติ พวกเขานั่งอยู่ที่อัฒจันทร์​ฝั่งหลังประตูฝั่งเหนือของสนาม
วินเซนโซเป็นแฟนบอลลาซิโอเต็มขั้น แต่เขาอยู่ห่างไกลจากคำว่าแฟนบอลอัลตราทีมเต็มไปด้วยความฮาร์ดคอมากนัก
เขาเป็นช่างยนต์ลูกสอง ทุกคนบอกว่าวินเซนโซเป็นผู้ชายนิสัยดี มีหน้าที่การงานที่ดี มีครอบครัว​ที่ดี และมีอนาคตที่ดี เขาอาจจะได้เป็นผู้ชายที่เพียบพร้อม​ยิ่งกว่าในวันนั้น ถ้าเขาจะไม่เลือกที่จะพาครอบครัวไปชมเกมดาร์บี
อันที่จริงวินเซนโซไม่ได้ตั้งใจไปชมเกมในวันนั้นเสียด้วยซ้ำ ถ้าไม่บังเอิญ​ว่าพี่ชายของเขาจะติดธุระ ตั๋วที่หาได้ยากทั้งสามใบจึงถูกมอบมายังวินเซนโซ
พลุแฟร์ยามถูกยิงขึ้นไปบนฟ้า หลังจากเสียงระเบิดเพียงไม่ถึงวินาที แสงไฟอันมีสีสันอันสวยงามอร่ามตาก็จะสว่างวาบบนท้องฟ้านั้น
1
แต่ที่อัฒจันทร์​ฝั่งใต้ โจวานนี ฟิออริลโญ แฟนบอลอัลตราของโรม่าวัย 17 ปี กลับหันกระบอกพลุไฟมาที่อีกฝั่งหนึ่งของสนาม หลังจากได้เห็นเพื่อนแฟนบอลที่เขาเองก็ไม่รู้จักว่าเป็นใครยิงใส่กลุ่มแฟนบอลลาซิโอไป 2 ครั้งก่อนหน้า
1
แน่นอนว่าเขาทำไปด้วยความคึกคะนอง แล้วก็หวังเพียงแค่ทำให้แฟนบอลคู่แข่งที่แสนเกลียดชังได้วงแตกเท่านั้น คนเหล่านี้สามารถด่าทอกันได้ ทำร้ายกันได้ ทั้งที่ไม่เคยบาดหมางกัน
ถ้าจะมีใครลองไปเค้นคอถามเหล่าฮูลิแกนลูกหนัง ก็อาจจะได้คำตอบอันแสนหยาบอันปราศจาก​ตรรกะว่า เพราะมันเป็นแฟนบอลของคู่แค้นเท่านั้น
การยิงพลุแฟร์ของโจวานนีก็เช่นกัน เขายิงใส่คนอื่นด้วยเหตุผล​เพียงผู้โชคร้ายเป็นแฟนบอลลาซิโอ ส่วนเขาคือแฟนบอลของโรม่า
ด้วยความแรงของพลุกระบอกนั้น รวมทั้งความโชคร้ายของผู้ชาย​ที่แสนดี วินเซนโซ ปาปาเรลลี จึงถูกพลุไฟอันนั้นพุ่งตรงเข้ามาชน
เขาจะไม่ได้รับอันตราย​เลย ถ้าหากว่ามันจะไปโดนร่างกายของเขา แต่เมื่อพลุมันไม่มีตา แล้วมันยังถูกยิงมาจากคนสารเลว
มันจึงพุ่งทะลุกระบอกตาซ้ายของเขาจนเปลวไฟกระจายเข้าไปถึงสมอง ภรรยาของวิเซนโซกรีดร้องขึ้นมาในทันทีที่เห็นสภาพของสามีที่ล้มลง
มีพลเมืองดีพยายาม​ช่วยดึงมันออกมา เพียงแต่เปลวไฟคืออุปสรรคที่ทำให้พวกเขาช่วยอะไรไม่ได้มากกว่าการสวดอ้อน​วอน
แวนดากรีดร้องอย่างสุดเสียงว่า "ไม่นะ คุณตายไม่ได้นะวินเชนโซ คุณจะทิ้งพวกเราไปแบบนี้ไม่ได้ ลูกของเราทั้งสองคนต้องการคุณ"
ผู้ร่วมเห็น​เหตุการณ์​เล่าหลังพลุไฟดับลงว่า ลูกชายของวิเซนโซร้องไห้ด้วยความเสียขวัญ​ แต่ความรักที่ใสบริสุทธิ์​ของเด็กชายที่มีต่อพ่อจึงทำให้เค้าดึงพลุออกมาได้เพียงบางส่วน
รวมทั้งเด็กชายยังพยายาม​ประคองชิ้นส่วนของดวงตาเข้าไปที่เบ้าตาของพ่อ โดยที่ไม่รู้ว่าร่างของพ่อตัวเองนั้นไร้วิญญาณ​ไปแล้ว
1
โจวานนีถูกแจ้งข้อหาฆาตกรรมผู้อื่นโดยไม่เจตนา แต่เขาหลบหนีไปอาศัยอยู่กับญาติ​ที่ประเทศ​สวิตเซอร์แลนด์​ เขาติดต่อพี่ชายของวินเชนโซแทบทุกวันเพื่อขอให้ได้รับการให้อภัย
สองปีผ่าน​ไป​ โจวานนีกลับมาที่อิตาลี และมอบตัว แล้วได้ถูกพิพากษา​ให้จำคุก 6 ปี 10 เดือน ส่วนผู้สมรู้ร่วมคิด​สองคนรับโทษจำคุกสี่ปีครึ่งในปี 1993 เขาได้เสียชีวิต​จากการใช้ยาเสพติดเกินขนาด ก่อนที่จะตาย โจวานนีเขียนจดหมายถึงครอบครัว​ปาปาเรลลีอีกครั้งเพื่อขอโทษ และขอให้ทุกคนอโหสิกรรม​ให้เขา
1
::
การตายของวินเซนโซทำให้กัลโช่​ เซเรียอา​ ออกกฎสั่งห้ามนำพลุแฟร์เข้ามาในสนามฟุตบอล​โดยสิ้นเชิง แต่ก็ดูเหมือนว่าคำสั่งห้ามไม่ได้ต่างอะไรไปจากเศษกระดาษ​ทิชชู่​
เกือบสี่สิบปีหลังจากการตายของวินเซนโซ เขาคือเหยื่อรายเดียวของคดีฆาตกรรมภายในสนามฟุตบอล​
วินเซนโซกลายเป็นที่จดจำของผู้ที่มีศรัทธาต่อลาซิโอ โล่ประกาศเกียรติคุณของเขาตั้งอยู่ที่อัฒจันทร์​ฝั่งเหนือของสนาม เพื่อเตือนให้ระลึกถึง รวมทั้งให้ผู้ที่ไม่ทราบเรื่องราวได้เข้าใจ
ซึ่งบริเวณ​ดังกล่าวยังมักจะมีแฟนบอลลาซิโอปลุกความทรงจำในวันนั้นด้วยป้ายแบนเนอร์ อันมีข้อความว่า “10 , 1,000 , 1,000 Paparelli”
แม้จะเป็นดาร์บี​ที่มีคนตาย และน่าจะกลายเป็นอุทธาหรณ์​ให้ทุกคนได้ลดความเกลียดชัง​กันลงมาบ้าง
แต่ก็มักจะมีแฟนบอลจิตใจต่ำบางคนนำเอาชื่อของวินเซนโซ่มาล้อเลียน​
อย่างเช่นข้อความอันน่าขยะแขยง​ที่ว่า "ปาปาเรลลี คุณพลาดช่วงเวลาดีๆ ไปหมดแล้ว”
หรือป้ายกราฟฟิตี้เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2013 ในเกมโคปปา อิตาเลีย ที่มีข้อความที่ว่า "มีถ้วยอยู่ตรงหน้าดีกว่าในดวงตามีเปลวไฟ”
1
สำหรับคนบางจำพวก ประวัติศาสตร์​ไม่เคยสอนให้คิดได้ , บทเรียนไม่เคยสอนใจ , ความเคารพหาซื้อไม่ได้หากจิตใจยังไม่สูงมากพอ
จนกว่าพวกเขาจะได้เผชิญหน้า​กับความสูญเสีย​ด้วยตัวของเขาเอง ซึ่งกว่าจะถึงวันนั้น บางทีพวกเขาอาจจะต้องสะกดคำว่าสายเกินไปให้ได้เสียก่อน
1
ฟุตบอล​ ศักดิ์​ศรี และ ความตาย อยู่ใกล้กันแค่นิดเดียว
#PlayNowThailand #khelnow #football #RomeDerby

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
    จั่นเจา
    สนับสนุน25 เพชร
    จั่นเจา
    คล้ายๆที่ไหนสักแห่งเลยนะครับผม
    • กำลังนิยมในบล็อกดิต
      ในหลุมมีเหว! Bitcoin ร่วงยับ กูรูเตือนหลุด 30,000 เจอนรก! จบยังรอบนี้
      SPECIAL: "อย่ายอมแพ้ หรือ ถอยดีกว่า" กางไทม์ไลน์ "อายุรัฐบาล" จับตาท่าที "ประยุทธ์" จะปรับ ครม.รักษาเสถียรภาพรัฐบาล หรือ "ยุบสภา" ปล่อยสภาพเป็น "รัฐบาลเป็ดง่อย" ยังมีเวลา 4 เดือน ก่อนเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจแบบลงมติในเดือน พ.ค. จุดเสี่ยงยุบสภา ขณะที่ "โทนี่" นั่งยิ้มรอลุ้นกลับบ้าน มติพรรคพลังประชารัฐ ให้ขับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า และ ส.ส.รวม 21 คน เมื่อวันที่ 19 ม.ค.65 แม้ล่าสุดนายสมศักดิ์ พันธ์เกษม ส.ส.นครราชสีมา ยื่นหนังสือขอถอนตัวจึงอาจทำให้จำนวน ส.ส.ที่จะย้ายไปพรรคการเมืองใหม่กับ ร.อ.ธรรมนัส จะมียอดเหลือ 20 คน และพรรคใหม่ยังอยู่ใต้เงา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ก็ตาม
      ชาวเน็ตจับโป๊ะ อนุทิน โพสต์รูปทำงานนอกสถานที่ ก่อนรีบลบแต่ชาวเน็ตแคปทัน กลายเป็นเรื่องราวที่ถูกพูดถึงกันอย่างมากบนโลกออนไลน์ เกี่ยวกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ที่ล่าสุดนั้นได้โพสต์ภาพทำงานนอกสถานที่ ขณะตัวเองกำลังใช้โทรศัพท์ด้วยความขะมักเขม้น นั่งอยู่บนกระถางต้นไม้ สนามหญ้าหน้าสนามบิน จ.แพร่
      ภาพที่เห็นคือ ภาพจากเหตุการณ์จริงที่ถูกถ่ายไว้โดยนักประดาน้ำและช่างภาพขณะที่พวกเขากำลังถูกฉลามขาว ที่มีขนาดตัวเกือบ 5เมตรโจมตีเข้าใส่กรงเหล็กและพยายามจะแหกมัน เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่นอกชายฝั่งเม็กซิโก นักประดาน้ำวัย 37ปีที่อยู่ในกรงเหล็กมีชื่อว่า Euan Rannachan
      ดูทั้งหมด