22 ส.ค. 2021 เวลา 12:31 • หุ้น & เศรษฐกิจ
ทำไม อินเดียถึงมี "สตาร์ทอัพระดับยูนิคอน" มากเป็นอันดับ 3 ของโลก
1
ทำไม อินเดีย ถึงมีสตาร์ทอัพ ระดับยูนิคอร์น มากเป็นอันดับ 3 ของโลก?
อินเดีย (India) ดินแดนแห่งภารตะ ที่มีชื่อเสียงด้านประวัติศาสตร์อันยาวนาน และเป็นถิ่นกำเนิดของศาสดาและศาสนาสำคัญของโลก รวมไปถึงศิลปวัฒนธรรม ที่เป็นเอกลักษณ์ นอกจากนี้ดินแดนภารตะที่งดงามแห่งนี้ ยังเป็นศูนย์บ่มเพาะบุคลากรด้านไอที ที่มีชื่อเสียงติดอันดับของโลก
4
“อินเดีย” ยังได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่มีสตาร์ทอัพระดับยูนิคอนมากถึง 59 ราย ซึ่งมากเป็นอันดับ 3 ของโลก โดยมีหลายปัจจัยที่ช่วยให้ อินเดียประสบความสำเร็จในการสร้างยูนิคอร์นและสตาร์ทอัพที่ประสบความสำเร็จจำนวนมาก
2
📌 TOP 5 Start Up ของอินเดีย
1) OLA บริการเรียกรถแท๊กซี่ แอพเรียกรถ หรือ Ride Sharing จากประเทศอินเดียหนึ่งในสตาร์ทอัพสาย Ride-Hailing ยุคบุกเบิก และเป็นคู่แข่งที่เก่าแก่ที่สุดของ Uber
OLA
การเรียกใช้บริการรถเพื่อเดินทางข้ามเมืองในอินเดีย มักจะเจอปัญหาอยู่บ่อยครั้ง การทิ้งผู้โดยสารลงกลางทางเป็นสิ่งที่พบเจอได้เป็นประจำ Bhavish ได้เจอปัญหานี้กับตัวเองในระหว่างที่เดินทางจากเมือง Bandipur ไป Bangalore คนขับรถของ Bhavish ได้หยุดรถกลางทาง เพื่อที่จะเรียกค่าบริการเพิ่มจากที่ได้ตกลงกันไว้ก่อนเดินทาง หลังจากตกลงกันไม่ได้ Bhavish เองเลยถูกทิ้งไว้กลางทาง
1
Bhavish Aggarwal ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ OLA Cabs
ในปี 2010 OLA Cabs จึงได้ตั้งธุรกิจขึ้นเพื่อพยายามแก้ปัญหาเหล่าขึ้น โดยนักศึกษา 2 คนจาก IIT Bombay โดยเปลี่ยนตัวเองจากบริษัททัวร์ เป็นผู้ให้บริการแอพเรียกรถ และแข่งกับ Uber และ ได้ขยายตัวเองเข้าสู่วงการบริการส่งอาหารหลังจากเข้าซื้อกิจการของ FoodPanda ในอินเดีย ณ ปัจจุบัน Ola Cabs มีมูลค่ากว่า 6,500 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ
6
ทั้งนี้ ในปี 2018 OLA ได้เปิดให้บริการในต่างประเทศโดยเริ่มต้นจาก ออสเตรเลีย และ นิวซีแลนด์ ตามมาด้วยอังกฤษ ในปี 2019 Ola Cabs มีคนขับรถในมือถึง 25,000 คน และมีผู้ใช้บริการแอพมากถึง 60% ของส่วนแบ่งการตลาดในอินเดีย และใช้เวลาเพียง 5 ปี ในการยกระดับธุรกิจเป็นสตาร์ทอัพระดับ Unicorn
1
2) OYO แพลตฟอร์มการขายห้องพักออนไลน์ โดยเน้นกลุ่มโรงแรมราคาประหยัด
OYO นั้นมาจากคำว่า “On Your Own” เกิดขึ้นจากการที่ชายอายุ 19 ได้ลาออกจากมหาวิทยาลัย และเข้าทำงานในโรงแรม และได้มองเห็นถึงปัญหาว่า เครือโรงแรมใหญ่ๆ เช่น Hyatt Marriott นั้นมีราคาสูงเกินไป เมื่อเทียบกับอัตราเงินเดือนในอินเดียแล้ว ทำให้คนทั่วไปไม่สามารถเข้าถึงได้
2
OYO จึงเริ่มต้นธุรกิจด้วยการเป็นตัวกลางในการนำห้องพักที่ไม่มีชื่อเสียงมาพัฒนาให้มีมาตรฐานภายใต้แบรนด์ OYO และใช้เทคโนโลยีด้านดิจิทัล เข้ามาช่วยเชื่อมโยงกับลูกค้าและโรงแรมทั่วโลก ให้ลูกค้าได้เข้าถึงห้องพักที่มีคุณภาพและราคาย่อมเยา
3
ปัจจุบัน OYO มีมูลค่ากิจการประมาณ 10,000 ล้านเหรียญสหรัฐ และมีห้องมากกว่า 1,200,000 ล้านทั่วโลก ใน 80 ประเทศ เช่น อินเดีย มาเลเซีย ไทย เนปาล จีน บราซิล เม็กซิโก อังกฤษ ฟิลิปปินส์ เป็นต้น
2
OYO ได้ใช้เวลาเพียงแค่ 5 ปีเท่านั้นในการขึ้นแท่นเป็น Startup ระดับ Unicorn จากการระดมทุนในปี 2018 โดยได้เงินลงทุนจาก Softbank Vision Fund เพียงรายเดียวถึง 1 พันล้านเหรียญสหรัฐ
1
3) Zomato เว็บรวมเมนูของร้านอาหาร รีวิวอาหาร และ บริการ Food Delivery
การใช้ชีวิตประจำวันในเมืองใหญ่ของอินเดียนั้น ไม่ได้ง่ายอย่างที่ทุกคนวาดฝันไว้ ในช่วงกลางวันของวันทำงาน การที่เห็นคนเข้าคิวเป็นจำนวนมาก เพื่อรอที่จะสั่งอาหารเป็นเรื่องที่ปกติมากสำหรับชาวอินเดีย
1
Deepinder และ Pankaj ได้เห็นถึงปัญหาดังกล่าว จึงได้สร้าง Foodiebay.com ขึ้นเพื่อสแกนเมนูอาหารจากร้านอาหารต่างๆในกรุงเดลี และทำหน้าที่รวบรวมรีวิวของทางร้าน ไปจนถึงบริการส่งอาหารกับร้านค้าพันธมิตร เพื่อให้ผู้ใช้บริการสามารถที่จะเลือกอาหารจานโปรดของตัวเอง ตั้งแต่บ้าน เพื่อที่จะได้รับความสะดวกสบายมากขึ้นโดยที่ไม่ต้องรอคิวนาน หลังจากที่มีผู้ใช้บริการมากขึ้น
4
ในปี 2010 Foodiebay ได้ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น Zomato และในปี 2011 Zomato ได้ขยายตัวเองสู่หัวเมืองใหญ่ๆ ของอินเดีย เช่น Pune, Bangalore, Chennai, Hyderabad, and Ahmedabad
ผ่านมา 1 ปี บริษัทได้เห็นถึงโอกาส ในต่างประเทศ Zomato จึงได้ขยายธุรกิจสู่ UAE, Sri Lanka, Qatar, United Kingdom, Philippines, South Africa, Turkey, Brazil, New Zealand, Turkey, Brazil, Indonesia, Canada, Lebanon และ Ireland
Zomato เป็นธุรกิจ Startup รายแรกของอินเดีย ที่มีมูลค่ากว่า 1 พันล้านดอลลาร์ เมื่อเปิดตัวซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ครั้งแรก หุ้นของ Zomato พุ่งสูงขึ้นกว่า 82.8% สะท้อนถึงความสนใจของนักลงทุนในสตาร์ทอัพอินเดีย
4
4) One97 (Paytm) บริการสำหรับทำธุรกรรมทางการเงินออนไลน์
1
Paytm หรือ “Pay Through Mobile” ทำหน้าที่คล้าย ๆ กับ TrueMoney Wallet, Dolfin ทำหน้าที่เป็นกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ ให้ผู้ที่ใช้บริการใช้จ่ายได้อย่างปลอดภัย โดยไม่ต้องพกเงินสด ไม่ต้องพกบัตรใดๆ ผ่าน QR Code Payment ไม่ว่าจะจ่ายบิล เติมเงินมือถือ หรือโอนเงิน เป็นต้น
2
Paytm เป็น Country’s Largest Bank ที่ปัจจุบันมีผู้ใช้งานที่ใช้งานแอพพลิเคชั่นเป็นประจำในทุกเดือน (Active Users) ถึง 150 ล้านคน Paytm ซึ่งทำธุรกรรมการชำระเงินในรายเดือนกว่า 1,200 ล้านครั้ง โดยในปัจจุบันได้ขยายธุรกิจการเงินสู่ Canada และญี่ปุ่น ร่วมกับ Softbank และ Yahoo Japan กลายเป็นผู้ให้บริการที่ใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศ
2
ในช่วงเริ่มต้น Paytm ให้บริการการชำระเงินคล้ายกับบริการของ Counter Service ในประเทศไทย เช่น การเติมเงินโทรศัพท์มือถือ ค่าบริการรับชมทีวี (Digital Paytv) หลังจากนั้นได้มีการขยายการบริการเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในทุกๆ ปี รวมทั้งการชำระค่าเทอมของนักเรียนและนักศึกษาต่างๆ
บริษัทนี้จึงเป็น Startup ระดับ Decacorn ที่มีมูลค่าสูงที่สุดของอินเดียมีมูลค่ามากถึง 16,000 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยใช้เวลา 7 ปีที่จะขึ้นแท่นเป็น Startup ระดับ Unicorn และ 2 ปีหลังจากนั้นก็ได้ขึ้นแท่นเป็น Decacorn ได้สำเร็จ
5
5) BYJU’s แพลตฟอร์มเพื่อการศึกษาสำหรับนักเรียนทุกช่วงวัยตั้งแต่เด็กเล็กๆ ไปจนถึงวัยรุ่นที่ต้องการศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย
1
เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อ โควิด-19 ในปัจจุบัน ทำให้ต้องเปลี่ยนระบบการศึกษาจากการเรียนในห้องเป็นออนไลน์ BYJU’s ได้เล็งเห็นความสำคัญของการศึกษาในระบบออนไลน์ จึงได้คิดค้นและพัฒนาสื่อการสอนสำหรับนักเรียนตั้งแต่ระดับอนุบาลจนถึงระดับมัธยม และ การสอบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น GRE หรือ GMAT ในปี 2563 Byju’s มีผู้ใช้บริการมากถึง 70 ล้านคน และ 4.7 ล้าน Subscribers
4
Byju’s ได้เริ่มจากการที่ Byju Raveendran ได้ติวหนังสือให้กับเพื่อนๆ ของเขาที่ต้องการจะเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาโท สาขา MBA จากเพื่อน 2 คนกลายเป็น 4 เป็น 8 และ 16 ระหว่างปี 2006 และ 2011 นักเรียนของ Byju’s ได้เพิ่มจาก 40 คน เป็น 1,000 คน ทั่วอินเดียในหัวเมืองใหญ่เช่น Pune, Mumbai, Bangalore, และ Delhi
ในปี 2010 มีนักเรียนที่อยากจะเข้าศีกษาต่อ MBA ถึง 1,200 คนแย่งกันที่จะลงเรียนวิชาของ Byju’s Byjus เห็นถึงปัญหานี้จึงได้เริ่มถ่ายทอดการสอนของตนเองผ่านสื่อออนไลน์เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงได้ง่ายขึ้น
1
หลังจากที่ Byju’s ได้รับเงินระดมทุนจาก Mary Meeker Venture Capitalist จาก Silicon Valley ได้สำเร็จ ทำให้บริษัทมีมูลค่าถึง 10,500 ล้านเหรียญสหรัฐ และขึ้นแท่นเป็น Decacorn
1
📌 ปัจจัยที่ทำให้เติบโต สตาร์ทอัพของอินเดียเติบโต
1
1) ฐานลูกค้าและขนาดของตลาดที่ใหญ่
1
อินเดีย มีประชากรเกือบ 1,400 ล้านคน ด้วยจำนวนประชากร และอายุเฉลี่ยของประชากรที่อยู่ในวัยทำงาน ถึง 62% และ 54% อายุต่ำกว่า 25 ปี ซึ่งกลุ่มประชากรดังกล่าวเป็นกลุ่มที่มีพร้อมจะเปิดรับเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่จะมาช่วยให้คุณภาพของชีวิตของดีขึ้น และสะดวกสบายมากขึ้น
3
ขนาดของประชากรที่ใหญ่และเศรษฐกิจที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว ช่วยส่งเสริมให้การทำสตาร์ทอัพในอินเดียนั้นมีโอกาสในการเข้าถึงผู้ใช้งานจำนวนมาก ซึ่งนำมาสู่โอกาสการสร้างรายได้อันมหาศาลในอนาคต หากตัวสตาร์ทอัพสามารถตอบโจทย์ลูกค้าภายในประเทศได้
ด้วยฐานลูกค้าและโอกาสในการทำรายได้ในอินเดียที่มีจำนวนมาก ทำให้การคิดมูลค่าของสตาร์ทอัพและการลงทุนแต่ละรอบนั้นสูงตามไปด้วย ซึ่งตลาดที่ใหญ่ก็ดึงดูดให้ Incubator Accelerator และ Venture Captal ต่างชาติเข้าไปใน อินเดีย มากขึ้นไปด้วย
2) ระบบการศึกษาและการเติบโตของธุรกิจ IT ได้ช่วยผลิตบุคลากรจำนวนมากที่พร้อมเปิด Start up ของตนเอง
2.1 ฐานการศึกษาใน Stem (สายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวะกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์) ที่ใหญ่ทำให้บุคลากรของอินเดีย มีความพร้อมในการต่อยอดที่จะศึกษาและทำงานในสาย IT
2.2 ค่าแรงที่ไม่สูงมากนัก ฐานภาษาอังกฤษที่ดี ทำให้ อินเดีย เป็นแหล่งของงาน IT Outsourcing Services ในช่วงเริ่มต้น จนกลายมาเป็นหนึ่งใน Global IT Hub และบริษัทด้านเทคโนโลยีหลายรายก็ได้เลือกใช้ อินเดีย เป็น Regional Office และ Research Center ของตนเอง ซึ่งการจ้างงานเหล่านี้ก็ทำให้อินเดียมีบุคลากรที่มีความรู้ควาามเชี่ยวชาญด้านการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์จำนวนมาก
7
อินเดีย เป็นแหล่งของงาน IT Outsourcing Services
2.3 การใช้ภาษาอังกฤษเป็นหนึ่งในภาษาหลักในอินเดีย ทำให้ทีมงานสามารถขยายตลาดไปต่างประเทศได้สะดวกมากขึ้น รวมทั้งสามารถ Pitch อธิบายโครงการและระดุมทุนกับ Venture Capital ต่างชาติได้มากขึ้น
3
การเรียนรู้ความสำเร็จของสตาร์ทอัพอินเดียนั้น จะเป็นบทเรียนที่ดีสำหรับประเทศไทยในการส่งเสริมสตาร์อัพ รวมทั้งจะเป็นแรงบันดาลใจให้กับสตาร์ทอัพไทยหลาย ๆ รายในการเตรียมทีม เพื่อขยายไปในตลาดระดับภูมิภาคและเป็นยูนิคอร์นในอนาคต
ผู้เขียน : กุลเชษฐ์ เสงี่ยมพงษ์ Tech & Innovation Analyst, Bnomics
ภาพประกอบ : จินดาวรรณ อรรถมานะ Graphic Designer, Bnomics
▶︎ ติดตามช่องทางของ Bnomics ได้ที่
Line OA : @Bnomics https://bit.ly/3eYkTJC
Bnomics - Bangkok Bank Economics
'Be an Economist for Everyone'
วิเคราะห์ เจาะทุกประเด็นเศรษฐกิจ ให้เป็นเรื่องง่ายสำหรับคุณ
Reference :
โฆษณา