28 ก.ย. 2021 เวลา 11:00 • ภาพยนตร์ & ซีรีส์
จงเรียกหาอีกครึ่งชีวิตที่หายไปด้วยชื่อของตัวเอง
"Call me by your name" (2017)
/บทความมีการเปิดเผยเนื้อหาตอนจบของเรื่อง Call me by your name/
“Call me by your name and I’ll call you by mine.”
ภาษารักฉบับสองคนเข้าใจถูกเอ่ยขึ้นบนเตียงที่ ‘เอลลิโอ’ (Elio) และ ‘โอลิเวอร์’ (Oliver) กำลังโอบกอดกันอยู่ สายตาของทั้งคู่เปล่งประกายท่ามกลางความมืด พร้อมแรงดึงดูดที่ไม่อาจต้านทาน
‘เอลลิโอ’ (Elio) และ ‘โอลิเวอร์’ (Oliver)
การตกหลุมรักใครสักคนคือกระจกที่สะท้อนตัวตนของเรา เพราะสักครั้งที่ได้พบเจอกับรักแท้ เรามักจะจับจ้องมันอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน เหมือนได้เห็นอีกครึ่งหนึ่งของตัวเองที่หล่นหายไป นั่นคืออีกหนึ่งความหมายของการเรียกชื่อคนรักด้วยชื่อของเราจากภาพยนตร์เรื่อง ‘Call me by your name’ กำกับโดย ลูก้า กัวดานิโน (Luca Guadagnino)
1
นี่คือเรื่องราวของหน้าร้อนที่ร้อนพอจะหลอมรวมสองร่างให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน เอลลิโออาศัยอยู่กับครอบครัวที่มีพ่อเป็นอาจารย์ เขาได้พบกับโอลิเวอร์ นักเรียนของพ่อที่มาพักร้อนในบ้านของเขา ซึ่งแน่นอนว่าพวกเขาไม่มีอะไรทำมากมายนอกจากแลกเปลี่ยนความรู้ ฟังดนตรี ปั่นจักรยาน และว่ายน้ำ แต่มันกลับมากพอให้หัวใจของแต่ละคนได้ทำงาน หลังจากที่ทั้งสองรอดูท่าทีของอีกฝ่ายอยู่นาน ความรักและความต้องการทางร่างกายก็ได้รับการแสดงออก
Call me by your name (2017)
คืนหนึ่ง โอลิเวอร์ขอให้เอลลิโอเรียกเขาด้วยชื่อของเอลลิโอ นั่นคือการทำลายกำแพงระหว่างคนสองคนเพื่อความเป็นหนึ่งเดียว ส่วนอีกหนึ่งคำอธิบายของเรื่องนี้มีที่มาจากนักปรัชญาชาวกรีกผู้มีนามว่า ‘เพลโต’
เพลโต นักปรัชญาชาวกรีก
จากหนังสือของเพลโตเรื่อง ‘The Symposium’ ตำนานกรีกโบราณเล่าว่า มนุษย์ถูกสร้างขึ้นให้มีสี่แขน สี่ขา และศีรษะที่มีสองหน้า แต่ด้วยความกลัวของเทพซุสที่มีต่อมนุษย์ เทพเจ้าจึงแยกร่างของมนุษย์ออกเป็นสองส่วน และประณามให้พวกเขาใช้ชีวิตต่อไปเพื่อตามหาอีกครึ่งหนึ่งของตัวเองให้เจอ แต่เมื่อใดก็ตามที่พวกเขาได้พบกัน ทั้งสองจะหลงทางอยู่ในความรัก ความใกล้ชิด และมิตรภาพที่มีอำนาจเหนือสิ่งอื่นใด
มนุษย์ถูกสร้างให้มีสี่แขน สี่ขา และศีรษะที่มีสองหน้า
เทพเจ้าแยกร่างของมนุษย์ออกเป็นสองส่วน
มนุษย์ต้องใช้ชีวิตต่อไปเพื่อตามหาอีกครึ่งหนึ่งของตัวเองให้เจอ
นั่นเป็นสิ่งที่สะท้อนผ่านภาพยนตร์ว่า อีกครึ่งชีวิตนั้นอาจเป็นใครก็ได้ที่ไม่มีข้อจำกัดเรื่องเพศสภาพ และการให้อีกฝ่ายเรียกชื่อของตัวเองก็เป็นเพราะ เขาคือเราในส่วนที่ถูกพรากไป
เอลลิโอรู้สึกกังวลและต้องใช้เวลา เมื่อเขาค้นพบว่าตัวเองหลงรักโอลิเวอร์เข้าอย่างจัง เอลลิโอชอบในความเป็นผู้ใหญ่ และความมีประสบการณ์ของโอลิเวอร์ ขณะที่โอลิเวอร์เองก็รักในความซื่อตรง และความรอบรู้ของเอลลิโอ แม้จะเป็นเรื่องยากที่จะยอมรับว่าตัวเองกำลังตกหลุมรักอีกฝ่ายในบริบทสังคมที่พูดเรื่องเหล่านี้ไม่ได้อย่างเปิดเผย แต่ความพยายามสานต่อความรักในหน้าร้อนครั้งนั้นก็ได้แฝงทั้งปรัชญาและมุมมองต่อชีวิตไว้ให้ผู้ชมได้ตีความ
Call me by your name (2017)
ในฉากจบ ทั้งสองมีโอกาสได้เอ่ยชื่อของตัวเองเป็นครั้งสุดท้ายผ่านโทรศัพท์ที่ปลายสายอยู่ห่างออกไปแสนไกล
“เอลลิโอ เอลลิโอ เอลลิโอ เอลลิโอ เอลลิโอ เอลลิโอ เอลลิโอ เอลลิโอ”
.
.
เอลลิโอรอคอยเสียงตอบรับท่ามกลางความเงียบ
.
.
“...โอลิเวอร์... ฉันจะจดจำทุกอย่าง...”
.
.
แม้การเดินทางจะจบลงด้วยน้ำตา ลูก้า กัวดานิโน กลับบอกว่ามันคือสิ่งที่น่ายินดี เพราะเราได้เห็นเอลลิโอเติบโตขึ้นจากความทรงจำที่แสนหวานและทรมานนั้น
Call me by your name (2017)
เรื่อง: วโรดม เตชศรีสุธี
ภาพประกอบเรื่อง The Symposium โดย สิริกมล สุริยมณฑล
#ThePeople #Culture #CallMeByYourName #PrideMonth #YouAreIncluded
โฆษณา