4 ก.ย. 2021 เวลา 02:30 • ปรัชญา
#พระไตรปิฎก เล่มที่ 10 (#พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ 2 ทีฆนิกาย มหาวรรค) เรื่องย่อ เรื่องที่ 5 ชนวสภสูตร ฟังเสียงอ่านเล่มนี้ฉบับเต็มได้ที่ยูทูปเพลย์ลิสท์ (ส่วนที่14/24) https://bit.ly/3BkBcZC
เรื่องย่อ จากหนังสือ คู่มือการฟัง #พระไตรปิฎกภาคเสียงอ่าน หน้า 63 เรียบเรียงโดย พุทธสาวิกา #อาจิต โตเกียรติรุ่งเรือง
ชนวสภสูตร แปลว่า พระสูตรว่าด้วยชนวสภยักษ์ คือ พระเจ้าพิมพิสารแห่งแคว้นมคธ ซึ่งพระผู้มีพระภาคเจ้าแสดงแก่ท่านพระอานนท์ ขณะประทับอยู่ ณ ตำหนักอิฐในนาทิกคาม แคว้นวัชชี เมื่อครั้งเสด็จจาริกแสดงธรรมครั้งสุดท้าย โดยทรงปรารภคำกราบทูลเลียบเคียงของท่านพระอานนท์
พระสูตรนี้นัยเป็นส่วนขยายอีกส่วนหนึ่งของมหาปรินิพพานสูตร คือส่วนขยายตอนที่ทรงพยากรณ์คติและอภิสัมปรายภพของชาวบ้านนาทิกคาม เป็นต้น
คือท่านพระอานนท์กราบทูลเลียบเคียงว่า การที่พระผู้มีพระภาคทรงพยากรณ์คติและอภิสัมปรายภพของพุทธบริษัทผู้ล่วงลับไปแล้ว เช่น ชาวบ้านนาทิกคาม แคว้นวัชชี และพุทธบริษัทในแคว้นอื่น ๆ โดยรอบ ยกเว้นแคว้นมคธ ทำให้พุทธบริษัทในแคว้นเหล่านั้นมีความยินดี เกิดปีติโสมนัส
แต่การที่ไม่ทรงพยากรณ์คติและอภิสัมปรายภพของพุทธบริษัทชาวมคธผู้ล่วงลับไปแล้ว ทำให้ดูเหมือนว่า แคว้นนี้ไม่มีพุทธบริษัท ทั้ง ๆ ที่แคว้นนี้มีพุทธบริษัทจำนวนมาก
พระเจ้าพิมพิสารก็ทรงศรัทธาเลื่อมใสในพระรัตนตรัยอย่างยิ่ง และแคว้นนี้ก็เป็นสถานที่ที่ตรัสรู้ด้วย ถ้าพระผู้มีพระภาคทรงพยากรณ์คติและอภิสัมปรายภพของพุทธบริษัทชาวมคธ จะทำให้พุทธบริษัทจำนวนมากในแคว้นนี้เกิดความเลื่อมใสและจะไปเกิดในสุคติภูมิต่อไป กราบทูลจบก็ทูลลาจากไป
เช้าวันรุ่งขึ้น หลังจากเสด็จกลับจากบิณฑบาตในนาทิกคามและเสวยพระกระยาหารแล้ว เสด็จเข้าในตำหนักอิฐ ประทับนั่งบนพุทธอาสน์ ทรงตรั้งพระทัยเพ่งพิจารณากำหนดจะทรงทราบคติและอภิสัมปรายภพของพุทธบริษัทชาวมคธผู้ล่วงลับไปแล้ว ก็ทรงทราบชัดตามที่ทรงปรารถนา
ครั้นในเวลาเย็น เสด็จไปประทับบนพุทธอาสน์ในร่มเงาพระวิหาร ท่านพระอานนท์เข้าเฝ้า จึงตรัสเล่าเรื่องที่ทรงทราบให้ท่านพระอานนท์ฟัง มีใจความว่า
ชนวสภยักษ์ คือ อดีตพระเจ้าพิมพิสารมาเฝ้าพระองค์ กราบทูลให้ทรงทราบว่า ท่านไปเกิดเป็นยักษ์ ชื่อชวนสภะ ในชั้นจาตุมหาราช เป็นบริวารของท้าวเวสวัณมหาราช ท่านบรรลุโสดาบันแล้วและปรารถนาจะบรรลุเป็นพระสกทาคามีต่อไป โดยประพฤติธรรมตามคำสอนของพระองค์ตลอดมามิได้เว้นเลยนับแต่ได้เลื่อมใสในพระองค์เป็นครั้งแรกเป็นต้นมา
การมาเฝ้าครั้งนี้ มาด้วยเหตุ 2 ประการ คือ
1.มาด้วยความเลื่อมใสและปรารถนาจะเข้าเฝ้า
2.มีเรื่องจะกราบทูลให้ทรงทราบเรื่องการประชุมของเทพชั้นดาวดึงส์ มีท้าวสักกะเป็นประธานพร้อมทั้งท้าวมหาราชทั้ง 4 และบริษัทด้วย
ในที่ประชุมนั้นพวกเทพผู้เคยประพฤติพรหมจรรย์ในพระผู้มีพระภาครุ่งเรืองกว่าเทพพวกอื่น ทำให้ท้าวสักกะทรงอนุโมทนาต่อเทพเหล่านั้นและทรงสรรเสริญพระรัตนตรัย
ในขณะนั้นเองได้เกิดแสงสว่างเจิดจ้าขึ้น และปรากฎองค์ท่านสนังกุมารพรหมขึ้น และตรัสอนุโมทนาที่พวกเทพชั้นดาวดึงส์เคารพเลื่อมใสในพระรัตนตรัย
จากนั้นได้ทรงกล่าวคำสรรเสริญพระรัตนตรัยให้พวกเทพชั้นดาวดึงส์ฟัง แล้วทรงแสดงธรรมตามที่พระผู้มีพระภาคทรงสอน รวม 4 เรื่อง คือ
1.เรื่องการเจริญอิทธิบาท 4 ประการ
2.เรื่องวิธีการบรรลุโอกาส 3 ประการ
3.เรื่องสติปัฏฐาน 4 ประการ
4.บริขารแห่งสมาธิ 4 ประการ
ในตอนท้าย สนังกุมารพรหมทรงสรุปว่า มีชาวมคธผู้มีความเลื่อมใสอันไม่หวั่นไหวใน พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ จำนวน 2,300,000 คน ที่ล่วงลับดับชีพไปแล้ว เป็นพระโสดาบันก็มี เป็นพระสกทาคามีก็มี และที่เป็นพระอนาคามีก็คงมี
พระผู้มีพระภาคทรงสรุปให้ท่านพระอานนท์ฟังว่า เรื่องคติและอภิสัมปรายภพของพุทธบริษัทชาวมคธนี้ พระองค์ทรงทราบเองด้วย และชนวสภยักษ์กราบทูลให้ทรงทราบด้วย.
- พุทธสาวิกา อาจิต
โฆษณา