4 ก.ย. 2021 เวลา 01:56 • กีฬา
การเซ็นสัญญาที่พิลึกกึกกือที่สุดในพรีเมียร์ลีก เมื่อมีนักเตะคนหนึ่งบอกว่าตัวเองเป็นญาตินักเตะดัง แล้วสโมสรก็ดันเชื่อจริงๆ วิเคราะห์บอลจริงจังจะย้อนอดีต 25 ปีที่แล้วให้ฟัง
2
เหตุการณ์ที่เพี้ยนที่สุดครั้งหนึ่งในพรีเมียร์ลีก เกิดขึ้นในฤดูกาล 1996-97 เมื่อสโมสรเซาธ์แฮมป์ตัน เซ็นสัญญานักเตะที่ชื่อว่า อาลี เดีย (Ali Dia)
ช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน 1996 จอร์จ เวอาห์ กองหน้าทีมชาติไลบีเรียของเอซี มิลาน เจ้าของรางวัลบัลลงดอร์ ได้โทรศัพท์หาแกรม ซูเนสส์ ผู้จัดการทีมเซาธ์แฮมป์ตัน แล้วบอกว่า เขามีญาติคนหนึ่ง เป็นกองหน้าชาวเซเนกัล ชื่อว่า อาลี เดีย เคยติดทีมชาติมาแล้ว 13 นัด กำลังหาสโมสรในอังกฤษลงเล่นอยู่
1
จึงอยากโทรมาถามซูเนสส์ ว่าเป็นไปได้ไหม ที่จะเซ็นสัญญาให้อาลี เดีย มาเล่นด้วยที่เซาธ์แฮมป์ตัน
2
ณ เวลานั้น กฎของพรีเมียร์ลีก ไม่มี Transfer Window สามารถดึงนักเตะมาเสริมทัพได้ตลอดทั้งปี ประกอบกับเซาธ์แฮมป์ตันมีตัวเจ็บหลายคนพร้อมกัน ทำให้ซูเนสส์ จึงตอบตกลงกับจอร์จ เวอาห์ไป ว่าจะให้ญาติของเขามาเซ็นสัญญาระยะสั้นกับสโมสรได้
ซูเนสส์เล่าว่า "ถ้ามีผู้เล่นระดับจอร์จ เวอาห์ มาแนะนำนักเตะสักคนให้คุณ คุณก็ควรจะเชื่อไว้ก่อนว่า นักเตะคนนี้มีทีเด็ดอะไรสักอย่าง"
เวอาห์ในสายโทรศัพท์บอกว่า อาลี เดีย คนนี้เคยเล่นร่วมกับเขาในช่วงสั้นๆ ที่ปารีส แซงต์ แชร์กแมงมาแล้ว ดังนั้นการันตีเรื่องฝีเท้าได้ ไม่ต้องห่วง
จริงๆ มาคิดดูตามคอมม่อนเซนส์มันก็แปลกๆ เพราะเวอาห์ เป็นคนไลบีเรีย ส่วนอาลี เดีย เป็นคนเซเนกัล ดูแล้วก็ไม่น่าเชื่อมโยงกันได้ ว่าจะเป็นญาติกันทางไหน และถ้านักเตะที่เก่งจริง จะว่างงานเป็นฟรีเอเยนต์แบบนี้หรือ แต่ตอนนั้นซูเนสส์ยังไม่ทันได้คิด จึงตอบตกลง เซ็นสัญญาอาลี เดีย เป็นเวลา 1 เดือน
5
ซูเนสส์ไม่เคยเห็นอาลี เดียลงเล่นมาก่อน แต่ตอนนั้นเซาธ์แฮมป์ตันมีตัวเจ็บเพียบพอดี จึงต้องไปไล่หานักเตะจากลีกอื่นๆ มาเติมเต็ม ก่อนหน้านี้ ก็ไปคว้าเอยัล เบอร์โควิช มาจากลีกอิสราเอล ดังนั้นจะแปลกอะไร ถ้าจะดึงตัวนักเตะทีมชาติเซเนกัลสักคนมาเสริมทัพด้วย แถมเซ็นกันสั้นๆ แค่ 1 เดือน ถ้าเล่นไม่ออก ก็ไม่ต้องต่อสัญญากันก็ได้
ในการซ้อมวันแรก อาลี เดีย ลงเล่นบอลโต๊ะเล็ก 5 คน แต่เขาเล่นได้แย่มากๆ อย่างไรก็ตาม เพื่อนร่วมทีมเซาธ์แฮมป์ตัน ก็ไม่ได้ว่าอะไร เพราะเป็นธรรมดาของตัวต่างชาติ ที่ต้องใช้เวลาปรับตัวสักระยะ
หลังจากการซ้อมผ่านไปราวๆ 2 สัปดาห์ อาลี เดีย เริ่มซ้อมได้ดีขึ้น ยิงประตูตอนซ้อมได้ด้วย ถึงขนาดที่แกรม ซูเนสส์ยังกล่าวชม ว่า "ดูเฉียบคมดี" นั่นทำให้ ในเกมพรีเมียร์ลีกที่สนามเดอะ เดลในวันเสาร์ที่ 23 พฤศจิกายน 1996 ที่เซาธ์แฮมป์ตัน เปิดบ้านเจอลีดส์ ยูไนเต็ด อาลี เดีย จึงมีชื่อเป็นตัวสำรองเป็นครั้งแรก
2
หลังจากเกมเริ่มไป 33 นาที แมทธิว เลอ ทิสสิเอร์ กองหน้าคีย์แมนของทีมได้รับบาดเจ็บที่น่อง เล่นต่อไม่ไหว ขอเปลี่ยนตัวออก และในซุ้มม้านั่งสำรอง ของเซาธ์แฮมป์ตัน มีแต่ตัวรับ เช่น เคน มองเคา (เซ็นเตอร์แบ็ก) และ ร็อบบี้ สเลเตอร์ (มิดฟิลด์ตัวรับ) ในกลุ่มตัวสำรองมีแค่ อาลี เดีย คนเดียวที่เป็นตัวรุก ดังนั้นซูเนสส์จึงส่งเดีย ลงเล่นทันที
2
การสัมผัสบอลครั้งแรกของอาลี เดีย ซัดบอลไปชนเสา เกือบทำประตูได้ แต่หลังจากนั้นเขาหายไปจากเกมอย่างสิ้นเชิง จังหวะการวิ่ง มั่วซั่วสะเปะสะปะไปหมด สุดท้ายซูเนสส์ ทนไม่ไหว เปลี่ยนตัวอาลี เดีย ออกจากสนาม ทั้งๆที่ส่งลงไปเป็นตัวสำรองแท้ๆ สรุปแล้วเขาได้อยู่ในสนามทั้งหมด 53 นาทีด้วยกัน
หลังจบเกม ซูเนสส์ให้สัมภาษณ์ว่า "เขาเล่นไม่ค่อยดีเท่าไหร่" แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรมากกว่านั้น เหตุการณ์ก็จบกันไป สื่อมวลชนก็จับตาดูว่าในเกมนัดต่อไป ที่เซาธ์แฮมป์ตันจะไปเยือนแบล็คเบิร์น โรเวอร์ส อาลี เดีย จะได้ลงเล่นอีกหรือไม่
2
อย่างไรก็ตามไม่ทันที่เกมต่อไปจะมาถึง ก็เกิดเรื่องดราม่าขึ้น
1
เมื่อแฟนบอลเซเนกัล ที่ดูพรีเมียร์ลีกอยู่เหมือนกัน บอกว่าไม่รู้จักสักหน่อยว่า อาลี เดีย คนนี้เป็นใคร ทีมชาติอะไรก็ไม่เคยติด ข่าวว่าติดทีมชาติมาแล้ว 13 นัดเอามาจากไหน
1
อ้าว เฮ้ย แล้วที่จอร์จ เวอาห์ ยืนยันกับซูเนสส์ตอนโทรคุยกันมันคืออะไร?
พอสื่อมวลชนได้กลิ่นความผิดปกติ ก็ไปสืบสาวราวเรื่อง และค้นพบความจริงว่า อาลี เดียคนนี้ ปั้นเรื่องทั้งหมดขึ้นเอง คนที่โทรไปหาซูเนสส์ จริงๆไม่ใช่เวอาห์ แต่เป็นคนที่อาลี เดีย จ้างให้ปลอมเสียงเป็นเวอาห์แล้วโทรไปต่างหาก
2
ก่อนหน้านี้ เขาพยายามโทรไปหลอกหลายๆสโมสรมาแล้ว เช่น รอตเธอร์แฮม และ เวสต์แฮม แต่ไม่มีใครหลงเชื่อ แต่มาแจ๊กพ็อตแตก ที่เซาธ์แฮมป์ตันพอดี ทั้งๆที่เป็นทีมระดับพรีเมียร์ลีกแท้ๆ แต่ดันหลงเชื่อง่ายๆ
2
ในมุมนี้ หลายคนก็พยายามแก้ตัวให้เซาธ์แฮมป์ตันว่ายุคนั้น ไม่มีอินเตอร์เนต ที่จะเช็กฟอร์มการเล่นของนักเตะได้ แต่การโดนหลอกแบบนี้ ว่ากันตรงๆ มันก็ง่ายเกิ๊น
1
เมื่อความจริงเปิดเผย อาลี เดีย หมดสัญญา 1 เดือนกับเซาธ์แฮมป์ตันพอดี ก็ชิ่งหนีไปเลย จนกลายเป็นตำนานลวงโลกของพรีเมียร์ลีกจนถึงวันนี้ ซึ่งเสื้อเซาธ์แฮมป์ตัน ฤดูกาล 1996-97 เบอร์ 33 ของอาลี เดีย กลายเป็นของ Rare Item ที่นักสะสมอยากหามาไว้ครอบครอง เพราะเรื่องราวมันคลาสสิคดีจริงๆ
5
เมื่อเรื่องมันแดงแล้วขนาดนี้ จึงมีการขุดคุ้ยลึกลงไปอีก ปรากฏว่าอาลี เดีย ทำแบบนี้เป็นประจำ โดยในปี 1995 เขาไปหลอกสโมสรฟินป้า ในลีกฟินแลนด์ ว่าเป็นญาติของจอร์จ เวอาห์ และเคยเล่นกับปารีส แซงต์ แชร์กแมง ซึ่งฟินป้าก็หลงเชื่อ เซ็นสัญญาทันที พร้อมจ่ายค่าเหนื่อย 250 ปอนด์ต่อสัปดาห์ ซึ่งก็ถือว่าสูงมากในช่วงเวลานั้น
2
เมื่อได้เซ็นสัญญา อาลี เดีย ลงเล่นไป 5 นัด ในฐานะกองหน้า ยิงได้ 0 ประตู และมีเกมหนึ่งเขาโดนจับล้ำหน้าไป 10 ครั้งในเกมเดียว
1
ซิโม่ วาลาคารี่ เพื่อนร่วมทีมฟินป้า ขณะนั้นเล่าว่า "ตอนอาลี เดีย มาถึง ดูเหมือนเขาจะพอมีของอยู่ ปั่นบอลโค้งเป็น ล็อกหลบกองหลังได้ แต่พอผ่านไป 2 สัปดาห์ ทุกอย่างก็กระจ่างแจ้ง เขาเหมือนไม่เคยเล่นฟุตบอลเลยด้วยซ้ำ"
2
หลังจากลงเล่นมาสักระยะ เหมือนจะโดนจับได้ อาลี เดีย ก็ชิ่งหนีฟินป้าไปเลยดื้อๆ โดยอ้างว่า ไปงานศพแม่ที่เซเนกัล จากนั้นก็ไม่กลับมาอีกเลย หายตัวไปเลยทั้งๆแบบนั้น
3
แต่จากนั้นไม่กี่เดือนเขาก็ไปหลอก สโมสร PK-35 ในดิวิชั่นสองของฟินแลนด์ โดยอ้างมุกเดิมว่าเป็นญาติจอร์จ เวอาห์ ซึ่งอาลี เดีย ได้รับเงินก้อนแรก แต่พอเล่นได้แค่ 3 นัด เขาก็ชิ่งหนี PK-35 ไปอีก
เมื่อโดนคนที่ฟินแลนด์จับได้แล้ว อาลี เดีย หนีไปที่เยอรมัน ไปหลอกสโมสรลูเบ็ค ในลีกล่าง ว่าเป็นญาติของเวอาห์ และได้สัญญาระยะสั้น แต่ลงเล่นไปแค่ 1 เดือน เขาก็ชิ่งหนีลูเบ็ค ไปหางานทำที่อังกฤษแทน
3
ทีมแรกในอังกฤษที่หลงเชื่อคือ บลิธ สปาร์ตัน ทีมนอกลีก แต่อาลี เดีย มองว่าการเล่นกับทีมนอกลีก มันไม่มีแววที่จะโด่งดังได้ ดังนั้นเขาจึงคิดการใหญ่ ไปหลอกอีกหลายๆทีม ในระดับที่สูงขึ้น ซึ่งก็เป็นเซาธ์แฮมป์ตันที่หลงเชื่อ
3
หลังจากเรื่องโดนแฉออกมา อาลี เดีย ไปหลอกได้อีกหนึ่งทีมคือ เกตส์เฮด ในดิวิชั่น 6 ของอังกฤษ โดยได้ลงไป 8 นัด ก็โดนยกเลิกสัญญา และจากนั้นมา ก็ไม่มีใครพบเห็นตัวตนเขาอีกเลย
3
อาลี เดีย ออกจากวงการฟุตบอลไปนับจากนั้น แต่เรื่องราวของเขายังถูกเล่าขานต่อไป ในฐานะ Con Man นักต้มตุ๋นที่สร้างความมหัศจรรย์หลอกให้ทุกคนหลงเชื่อได้อย่างแนบเนียนสุดๆ
2
จริงๆ แล้วพื้นฐานของอาลี เดียในการเล่นฟุตบอลก็พอมี เขาเป็นนักฟุตบอลเยาวชนที่เซเนกัล ที่มีความคล่อง ความเร็วพอใช้ได้ ก่อนจะมาเล่นในลีกล่างๆ ของฝรั่งเศส
4
แต่นอกเหนือจากความเร็วแล้ว เบสิคพื้นฐานของเขามันไม่มีเลย แน่นอนว่าไม่สามารถใช้การได้กับลีกระดับสูงสุดอย่างพรีเมียร์ลีกได้อยู่แล้ว
1
คือตอนซ้อมให้วิ่ง ให้สปรินท์ เขาก็ยังพอซ้อมไหว แต่พอให้แข่งจริงๆ มันคนละเรื่องกันเลย ซึ่งเมื่อฝีเท้าเป็นของปลอม แป้บเดียว คนก็จับได้แล้ว ว่าเรื่องทั้งหมดมันโกหกทั้งนั้น
1
คำถามคือ ทำไมเขาต้องทำแบบนี้? มาดี้ ตูเร่ เอเยนต์ที่ทำหน้าที่ส่งนักเตะเยาวชนเซเนกัลไปเล่นในยุโรป และเป็นคนที่ผลักดันซาดิโอ มาเน่ ให้มาเล่นในยุโรปด้วย ครั้งหนึ่งเขาเคยสนิทกับอาลี เดีย ได้อธิบายว่า "จริงๆ อาลี เป็นนักเตะที่ดีคนหนึ่ง เขาฝันอยากจะเล่นให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เพื่อจะได้มีเงินเอามาสร้างบ้านให้แม่"
7
ดังนั้นอาลี เดียจึงใช้วิธีโกหก เผื่อที่จะฟลุ้กได้เซ็นสัญญาอาชีพ แล้วถ้าจับพลัดจับผลูเล่นได้ดีขึ้นมากับสักสโมสร จะได้เซ็นสัญญาระยะยาวล่ะก็ คราวนี้ก็จะรวยแน่นอน แต่สิ่งที่เขาไม่ได้คำนวณเอาไว้เลย ว่าสุดท้ายฟุตบอลระดับสูงมันวัดกันที่ฝีเท้านี่แหละ ถ้าคุณเป็นของปลอม คนจะจับได้ง่ายมากๆ
1
แต่จริงๆ ก็น่าคิดเหมือนกันว่า ถ้าหากในเกมที่เขาเจอลีดส์วันนั้น อาลี เดีย ซัดประตูเข้าไป แทนที่จะยิงชนเสาล่ะก็ ทุกอย่างอาจจะกลับตาลปัตร เขาอาจจะได้เป็นนักเตะอาชีพจริงๆ ฝีเท้าอาจจะเก่งขึ้นได้ และอาจจะติดทีมชาติเซเนกัลจริงๆ ไม่ใช่แค่หลอกก็ได้ แต่สุดท้าย มันก็ไม่ได้เกิดขึ้น
1
หลังชื่อเสียงฉาวโฉ่แล้ว อาลี เดีย ทำมาหากินกับฟุตบอลไม่ได้อีก ต้องไปประกอบอาชีพอย่างอื่น ขณะที่ชีวิตส่วนตัว เขาแต่งงานและมีลูกชายหนึ่งคน ชื่อ ไซม่อน เดีย ซึ่งคนไทยน่าจะพอรู้จัก เนื่องจากไซม่อน เดียคนนี้ เคยลงเล่นกับหลายสโมสรในไทยลีก ทั้งโปลิศ เทโร, ชัยนาท และ ราชบุรี มิตรผล เอฟซี
6
มีนักข่าวเคยไปถามไซม่อน เดีย ว่าข่าวที่คนเขาพูดกัน ว่าคุณพ่อยอมโกหกเพื่อจะได้เซ็นสัญญาอาชีพ เป็นความจริงหรือไม่ หรือแค่เป็นข่าวลือ ซึ่งไซม่อนตอบว่า "ใช่ ใช่ มันเป็นเรื่องจริง และเป็นเรื่องที่บ้ามากๆ ผมรู้เพราะผมรู้จักคุณพ่อดี เขาเป็นคนที่จะยอมทำทุกอย่างเพื่อไปถึงเป้าหมายให้ได้"
5
เรื่องก็เลยจบลงที่ตรงนี้ เมื่อลูกชายคอนเฟิร์มเองว่า คุณพ่อตั้งใจจะโกหกทั้งโลกจริง มันทำให้ ชื่อของ อาลี เดีย ก็เลยกลายเป็นตำนานในทางฉาว และกลายเป็นโจ๊ก ให้คนเอามาแซวเซาธ์แฮมป์ตันเล่นๆ อยู่จนถึงปัจจุบันนี้
ลองคิดเล่นๆว่า ถ้ามีใครโทรมาหลอกผู้จัดการทีมสักคนว่า อ๋อ ผมเป็นญาติลีโอเนล เมสซี่ ขอเซ็นสัญญาอยู่กับทีมด้วยหน่อยนะ คือใครจะไปให้ แล้วซูเนสส์ตอนนั้นคิดอะไรอยู่ ฝีเท้าก็ไม่เคยเห็น ก็ไปเออออ รับเข้าทีมกันง่ายๆ ซะอย่างนั้น
1
แน่นอน ด้วยวิวัฒนาการที่เปลี่ยนไป ยุคนี้ไม่มีทางทำแบบนั้นได้แล้ว เพราะมีการเก็บภาพ เก็บคลิปกันตลอดเวลา แต่ในยุค 90 ที่ทุกอย่างยังไม่ดิจิตอลขนาดนี้ มันมีช่องว่างให้หลอกกันได้ง่ายๆ แบบนี้แหละ
1
สุดท้ายในเรื่องนี้ นักข่าวไปถามจอร์จ เวอาห์ คนที่โดนแอบอ้างชื่อมาตลอดหลายปี ว่าเอาจริงๆ รู้จักกับอาลี เดียหรือเปล่า ทำไมเขาถึงกล้าแอบอ้างได้ขนาดนั้น หรือจริงๆ มีความเกี่ยวโยงกันอยู่บ้าง เป็นญาติห่างๆ อะไรประมาณนี้
3
ซึ่งเวอาห์ผู้ที่ซวยที่สุดในเรื่องนี้ ตอบกลับอย่างเรียบง่ายว่า .... ไม่รู้จักโว้ยยยยยยยยยยย
1
#FAKE
โฆษณา