มีบัญชีอยู่แล้ว?
คุณกล้าถอดหน้ากากทานข้าวในห้างและตามร้านอาหารหรือยังตอนนี้ ? 🍱🥪🍔
คำถามนี้ถูกลบ
ยัง และยังไม่ควรกล้า
เศรษฐกิจจะล่ม ธุรกิจร้านอาหารไปเช่าที่ในห้างจะพัง ก็ต้องยอม เพราะถ้าไม่ตัดพันธะของโรคให้ขาดตอนนี้ มันก็จะยังมีไปอยู่เรื่อยๆ
สิ่งที่ควรเกิดขึ้นในตอนนี้ คือภาครัฐต้องนำเข้าวัคซีนให้ประชาชนเลือกฉีดแบบหลากหลาย มันคือหน้าที่และพันธกิจ เป็นภาระที่ภาครัฐทั้งหน่วยงานราชการและรัฐบาล (ขรก.ประจำ / ขรก.การเมือง) ต้องเป็นผู้จัดหาอย่างเตรียมพร้อม
แล้วยกความเสี่ยงให้คนที่เลือกได้รับเอง เช่นอ่อนแอไม่แข็งแรง แต่ไปฉีด mRNA ที่ดีดให้ภูมิส่งลิบ อาการป่วยจากผลข้างเคียงก็ตามมาเพียบ อันนี้ก็ช่วยไม่ได้ แต่ผมคาดว่ายังไง ประชาชนก็จะ ok กว่าตอนนี้แน่นอน
แต่ทั้งนี้คือต้องประชาสัมพันธ์ให้ผู้รับฉีด เข้าใจชัดเจนด้วย ว่าเลือกให้ถูกกับตัวเองอย่างไร และอาจมีผลข้างเคียงแบบไหน
ซึ่งในมุมของการสื่อสารทุกวันนี้ ผมบอกเลยว่าภาครัฐสอบตกแบบควรถูก Retire จากมหาลัย
1
เพราะในยุคที่สื่อมันแล่นได้เร็วพอๆ กับความคิดในสมอง รัฐบาลยุคใหม่ควรต้องปรับปรุงการสื่อสารแล้ว แต่นี่ยังเล่นตัว หยิ่งต่อประชาชนว่าอยากรู้ก็ติดตามในเพจของภาครัฐเองสิ !
1
แต่เพราะมันไม่ Popular เท่าเพจอื่นหรือสื่ออื่นอย่าง Tiktok หรือ IG คนที่อยู่ในโลก online เลยเข้าถึงข้อมูลได้ยาก แถมมีแต่วิชาการที่เข้าใจยาก พวก Fake News มันถึงน่าเชื่อถือว่าข่าวจริงก็ไม่ใช่เรื่องแปลก
ถ้าผมเป็นรัฐบาล ผมจะฝากข้อมูลไปในเพจยอดฮิตทั้งหลายแล้วให้ช่วยกระจายข่าว
แต่นี่เล่นตัวไง ไม่รู้จักการ Leverage หรือใช้ประโยชน์ทางอ้อม เพราะงั้นการถอด Mask กินข้าวในที่ Closed Air จึงมีคนไม่น้อยที่ยังไม่กล้าเสี่ยงนั่นเอง ตามเนื้อผ้า เขาก็กลัวตายกลัวเอาไปติดเด็กและคนมีอายุที่บ้าน เป็นใครก็ไม่อยากให้คนรู้จักต้องประสบภัย จริงไหมครับ
karnmontarat
เราก็ยังไม่กล้าถอดหน้ากาก นั่งกินข้าวเลย
  • กำลังนิยมในบล็อกดิต
    “จัสติน ทิมเบอร์เลค” นักร้องชื่อดังแห่งยุคปลาย 90 - ต้นยุค 2000 ขายลิขสิทธิ์เพลงทั้งหมดของเขาทั้งที่ร้องเอง และร่วมแต่งราว 200 เพลงให้แก่ “Hipgnosis Song Management” ด้วยมูลค่ากว่า 100 ล้านดอลลาร์ หรือกว่า 3,400 ล้านบาท เมื่อวันพฤหัสบดี (26 พ.ค.) ที่ผ่านมา “Hipgnosis Song Management” บริษัทลงทุนด้านดนตรีและการจัดการเพลงในลอนดอน สหราชอาณาจักร ประกาศว่า บริษัทได้ซื้อลิขสิทธิ์เพลงที่ “จัสติน ทิมเบอร์เลค” นักร้องชื่อดังแต่งและร่วมแต่งราว 200 เพลง ร่วมถึงเพลงฮิตที่ขึ้นอันดับ 1 บนชาร์ต Billboard Hot 100 อย่าง “SexyBack”, "What Goes Around... Comes Around" และ "Can't Stop the Feeling!"
    "B2C = Blockchain + China + Commodities" KTAM Daily Strategy 27 พ.ค. 2022 🔹สรุปข่าวในประเทศ และต่างประเทศ 🔹คำแนะนำโดยนักกลยุทธ์การลงทุน 🔹 กองทุนที่น่าจับตามอง =================== ฟังย้อนหลังได้ทาง Podbean https://ktamdailynews.podbean.com Spotify https://spoti.fi/3CKOH5Z Youtube https://www.youtube.com/c/KTAMTVONLINE/videos --------------------------------------------------- บทวิเคราะห์รายวันฉบับเต็ม https://www.ktam.co.th/article-fund.aspx --------------------------------------------------- บทวิเคราะห์รายสัปดาห์ฉบับเต็ม http://bit.ly/KTAMWeekly --------------------------------------------------- ร่วมติดตามเนื้อหาการเงิน-การลงทุน ทั้งบทความและวิดีโอดีๆจาก KTAM ได้ที่ Website https://bit.ly/2TCdbre​​​​​​​​​​​​​​​​ Facebook https://bit.ly/2C6urxv​​​​​​​​​​​​​​​​ Youtube https://bit.ly/2LYtPyz​​​​​​​​​​​​​​​​ Twitter https://bit.ly/2TzV98V​​​​​​​​​​​​​​​​ line https://lin.ee/hz6k8G6 IG https://bit.ly/2TuB0RI​​​​​​​​​​​​​​​​ Podbeam http://bit.ly/3fajE78​​​​​​​​​​​​​​​​ Spotify https://spoti.fi/3CKOH5Z Clubhouse https://bit.ly/3cRFGNO Blockdit https://bit.ly/2W0yzgb --------------------------------------------------- ติดต่อเราได้ที่ โทร 02-686-6100 กด 9 Email callcenter@ktam.co.th ** แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ ** https://www.ktam.co.th/contact-us.aspx --------------------------------------------------- ลงทุนผ่านกองทุนรวม ด้วย KTAM Smart Trade ง่าย สะดวก ปลอดภัย รวดเร็ว คลิก IOS : https://bit.ly/KTAMST Android : https://bit.ly/KTST_Android ผู้ลงทุนต้องทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
    เหตุผลที่.. แบรนด์ระดับโลกเหล่านี้ "เปลี่ยนชื่อ"
    ⚠️[BREAKING]⚠️ Elon Musk รายงานว่าการ Short Sell หุ้น Tesla ของ Bill Gates ได้มีปริมาณเพิ่มขึ้น x4 เท่า จนมีมูลค่ารวมกว่า 6 หมื่นล้านบาทแล้ว ! จากที่ทางเพจได้เคยรายงานไปครั้งก่อนว่า Elon Musk ได้เคยออกมาบอกว่าทาง Bill Gates ได้ทำการถือ Position การ Short Sell หุ้น Tesla หรือการขายสัญญาอนุพันธ์เพื่อเก็งกำไรว่าราคาหุ้น Tesla จะร่วงลง นับเป็นมูลค่ารวมกว่า 500 ล้านเหรียญ (1.5 หมื่นล้านบาท) ไปก่อนหน้านี้
    ดูทั้งหมด