Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Timeless History (ประวัติศาสตร์ไร้กาลเวลา)
•
ติดตาม
7 ก.ย. 2021 เวลา 02:04 • ประวัติศาสตร์
“ศาสนาฮินดู (Hinduism)”
ต้องออกตัวก่อนว่าบทความนี้เป็นเรื่องราวของ “ศาสนาฮินดู (Hinduism)” ซึ่งเจตนาที่เขียนนั้น ไม่ได้ต้องการจะลบหลู่ศาสนาใดๆ ทั้งสิ้นนะครับ เป็นแต่เพียงการนำเสนอเรื่องราวของศาสนานั้นๆ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์
2
เมื่อเขียนเสร็จ ผมจะลงแหล่งที่มาของข้อมูลที่ผมนำมาประกอบการเขียนไว้ท้ายบทความ ดังเช่นบทความอื่นๆ ของผม ดังนั้น หากมีอะไรผิดพลาด ก็ขอแจ้งไว้ก่อนว่าผมนำข้อมูลมาจากเว็บต่างๆ เหล่านั้น
“ศาสนาฮินดู (Hinduism)” เป็นศาสนาที่ได้รับการยอมรับจากนักประวัติศาสตร์หลายคนว่าเป็นศาสนาที่เก่าแก่ที่สุดในโลก โดยสามารถย้อนประวัติไปได้นานกว่า 4,000 ปี
ในทุกวันนี้ มีผู้นับถือศาสนาฮินดูประมาณ 900 ล้านคนทั่วโลก ทำให้เป็นศาสนาที่มีผู้นับถือมากเป็นอันดับสามของโลก รองจากศาสนาคริสต์และอิสลาม โดยผู้ที่นับถือศาสนาฮินดูกว่า 95% อาศัยอยู่ในอินเดีย
และด้วยความที่ศาสนาฮินดูนั้น ประวัติเรื่องของศาสดานั้นไม่เป็นที่แน่ชัดและเจาะจง ทำให้การย้อนประวัติไปตั้งแต่ต้นนั้น ทำได้ยาก
ความต่างจากศาสนาอื่นๆ ก็คือศาสนานี้มีการผสมผสานทางด้านวัฒนธรรมและหลักปรัชญาต่างๆ จากหลายแหล่งที่มา
สำหรับหลักคำสอนของศาสนาฮินดู ผมขออนุญาตยกมาเพียงบางข้อเท่านั้นนะครับ
1.ศาสนาฮินดูนั้นเปิดรับแนวคิดทางศาสนาที่หลากหลาย ทำให้บางคนเรียกว่าเป็น “แนวทางแห่งชีวิต”
2.ศาสนาฮินดูเชื่อในเรื่องของ “สังสารวัฏ” นั่นคือการเวียนว่ายตายเกิด รวมทั้งเรื่องของ “กรรม”
3.หนึ่งในหลักธรรมก็คือแนวคิดที่ว่า การกระทำและความคิดของบุคคล จะเป็นตัวกำหนดชีวิตของบุคคลนั้น ทั้งในปัจจุบันและอนาคต
1
สำหรับสัญลักษณ์ของศาสนาฮินดู คือ “โอม (Om)” และ “สวัสติกะ (Swastika)”
คำว่า “สวัสติกะ (Swastika)” มีความหมายถึง “โชคดี” รวมถึง “ความสุข”
ส่วนโอมนั้นประกอบด้วยตัวอักษรสันสกฤตสามตัว และเป็นที่นับถือว่าศักดิ์สิทธิ์ โดยสัญลักษณ์โอมนี้ สามารถพบเห็นได้ในวิหารและอารามต่างๆ
โอม (Om)
สวัสติกะ (Swastika)
สำหรับคัมภีร์ของศาสนาฮินดู นั่นคือ “คัมภีร์พระเวท (Vedas)” และถือกำเนิดขึ้นมาเมื่อราว 1,500 ปีก่อนคริสตกาล และถูกเขียนด้วยภาษาสันสกฤต โดยเป็นการรวบรวมหมวดหมู่ความรู้ต่างๆ แต่โบราณ
ชาวฮินดูเชื่อว่าคัมภีร์พระเวทเป็นคัมภีร์ที่สำคัญ และไม่มีจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุด
สำหรับประวัติศาสตร์ของศาสนาฮินดู นักประวัติศาสตร์หลายรายเชื่อว่าศาสนาฮินดูถือกำเนิดขึ้นเมื่อราว 2,300-1,500 ปีก่อนคริสตกาล ในบริเวณลุ่มแม่น้ำสินธุ ใกล้กับบริเวณที่ปัจจุบันคือปากีสถาน
และความต่างและเด่นของศาสนาฮินดู ก็คือการที่ไม่มีศาสดาที่แน่นอน ตายตัว หากแต่เป็นการผสมผสานของความเชื่อต่างๆ
เมื่อราว 1,500 ปีก่อนคริสตกาล ชาวอินโดอารยันได้ย้ายถิ่นฐานไปยังลุ่มแม่น้ำสินธุ และทำให้เกิดการผสมผสานทางภาษาและวัฒนธรรมกับชนพื้นเมืองในแถบนั้น
ในช่วงเวลาที่คัมภีร์พระเวทถือกำเนิด เป็นช่วงเวลาที่เรียกว่า “ยุคพระเวท” หรือเมื่อราว 1,500-500 ปีก่อนคริสตกาล และพิธีกรรมต่างๆ ก็เกิดขึ้นในยุคนี้
ยุคสมัยต่อๆ มา ตั้งแต่ 500 ปีก่อนคริสตกาล จนถึงค.ศ.500 (พ.ศ.1043) ชาวฮินดูเริ่มจะให้ความสำคัญต่อการบูชาเทพเจ้า โดยเฉพาะพระวิษณุและพระศิวะ
3
สำหรับความต่างของศาสนาพุทธและฮินดู อันที่จริง ทั้งศาสนาพุทธและฮินดูนั้นมีความเหมือนกันหลายอย่าง ทั้งเรื่องความเชื่อในเรื่องการเวียนว่ายตายเกิด รวมทั้งเรื่องการทำกรรม
แต่ความต่างหลักๆ ก็น่าจะเป็นเรื่องของการที่ศาสนาพุทธไม่ได้มีการแบ่งชั้นวรรณะ รวมทั้งการนับถือเทพเจ้าต่างๆ ของฮินดู ซึ่งศาสนาพุทธก็ไม่ได้นับถือเทพองค์เดียวกับฮินดู
สำหรับยุคกลางของฮินดู เริ่มตั้งแต่ราวค.ศ.500-1500 (พ.ศ.1043-2043) และเกิดบันทึก คัมภีร์ใหม่ๆ ในช่วงนี้
ในศตวรรษที่ 7 ชาวอาหรับได้เริ่มรุกรานดินแดนต่างๆ ในอินเดีย และในช่วงยุคของชาวมุสลิม เมื่อราวศตวรรษที่ 13 ถึงค.ศ.1757 (พ.ศ.2300) ผู้นำชาวอิสลามก็ได้ทำการห้ามไม่ให้ชาวฮินดูบูชาเทพเจ้า อีกทั้งมีการทำลายวัดวาอารามต่างๆ
ระหว่างค.ศ.1757-1947 (พ.ศ.2300-2490) อังกฤษได้เข้ายึดครองอินเดีย
ในช่วงแรก ผู้ปกครองรายใหม่ยังคงอนุญาตให้ชาวฮินดูประกอบพิธีกรรมทางศาสนาได้อย่างเสรี แต่ในเวลาต่อมา มิชชันนารีชาวคริสต์ก็ได้พยายามที่จะให้ประชาชนนับถือศาสนาคริสต์ และทำให้ชาวอินเดียรับอิทธิพลของตะวันตก
1
ในยุคที่อังกฤษทรงอิทธิพลในอินเดีย “มหาตมะ คานธี (Mahatma Gandhi)” ผู้นำและนักการเมืองชาวอินเดีย ได้พยายามที่จะทำให้อินเดียได้รับอิสรภาพ
1
มหาตมะ คานธี (Mahatma Gandhi)
ภายหลังจากผ่านเรื่องราวทางการเมืองมามากมาย ศาสนาฮินดูก็กลายเป็นศาสนาหลักของอินเดีย
ตั้งแต่ยุค 60 (พ.ศ.2503-2512) เป็นต้นมา ชาวฮินดูหลายรายก็ได้ย้ายไปอาศัยยังสหรัฐอเมริกาและอังกฤษ และเผยแพร่หลักคำสอน ปรัชญาฮินดูสู่โลกตะวันตก
สำหรับเทพเจ้าฮินดูนั้น ก็มีมากมายหลายองค์ แต่จะขออนุญาตยกตัวอย่างเพียงบางองค์นะครับ
2
1.พระพรหม (Brahma) คือเทพเจ้าผู้สร้างโลกและสิ่งมีชีวิตทั้งปวง
1
2.พระวิษณุ (Vishnu) คือเทพเจ้าผู้ปกปักรักษาโลก
3.พระศิวะ (Shiva) คือเทพเจ้าผู้ทำลายสิ่งเลวร้าย
สิ่งที่สำคัญอีกอย่างในศาสนาฮินดู คือ “ระบบวรรณะ”
1
ระบบวรรณะ คือระบบความต่างทางสังคมในอินเดีย ซึ่งมีการแบ่งแยกชั้นวรรณะ โดยเชื่อว่ามาจากกรรมที่เคยทำมาของแต่ละคน
นักประวัติศาสตร์เชื่อว่าระบบวรรณะนี้สามารถย้อนกลับไปได้นานกว่า 3,000 ปีเลยทีเดียว
สำหรับวรรณะต่างๆ นั้น หลักๆ คือ
1.พราหมณ์ คือนักบวช
2.กษัตริย์ คือผู้ปกป้องดูแล
3.แพศย์ คือเหล่าพ่อค้า คหบดี เกษตรกร
4.ศูทร คือกรรมกร คนยากจน
สำหรับ “จัณฑาล” คือกลุ่มคนที่อยู่นอกระบบวรรณะ และได้ชื่อว่าต่ำที่สุดในสังคม
ระบบวรรณะนี้ดำเนินต่อเนื่องมาเป็นเวลานานนับร้อยปี และเป็นตัวกำหนดบทบาททางสังคมของบุคคลนั้น
เมื่ออินเดียได้รับอิสรภาพ รัฐธรรมนูญก็ได้สั่งห้ามการเหยียดหยาม เลือกปฏิบัติโดยดูจากวรรณะ
1
ในทุกวันนี้ อินเดียก็ยังคงมีระบบวรรณะ หากแต่ก็ไม่ได้เข้มข้นเหมือนแต่ก่อน ธรรมเนียมต่างๆ ก็เริ่มจะไม่เป็นที่นิยม แต่ประเพณีบางอย่าง เช่น การแต่งงานในคนวรรณะเดียวกัน ก็ยังคงมีอยู่ในบางพื้นที่
2
References:
https://www.history.com/topics/religion/hinduism
https://www.luther.edu/religion/asian-studies/resources/reference/Hinduism/
https://www.khanacademy.org/humanities/world-history/ancient-medieval/early-indian-empires/a/hinduism-in-indian-culture
https://www.worldhistory.org/hinduism/
http://www.bbc.co.uk/religion/religions/hinduism/history/history_1.shtml
2
28 บันทึก
32
3
15
28
32
3
15
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย