Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
เด็กการเงิน DekFinance
•
ติดตาม
7 ก.ย. 2021 เวลา 13:32 • หุ้น & เศรษฐกิจ
10 อันดับหุ้นไทยและ REIT ปันผลสูง YTD
นักลงทุนดูแค่นี้ได้หรือไม่ ควรพิจารณาเรื่องใดเพิ่ม?
วันนี้ #เด็กการเงิน ขอพาทุกคนมาดู 10 อันดับหุ้นปันผลในตลาดหุ้นไทยกัน ซึ่งเราจะแบ่งเป็น 3 กลุ่มได้แก่ ดูรวมทั้งตลาด SET กลุ่ม REIT และ SETHD
🏢 การมองหาหุ้นปันผลในกลุ่ม REIT เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ เนื่องจากเป็นกลุ่มที่แปลงค่าเช่ากลับมาในรูปแบบของเงินปันผล นอกจากนี้ผู้ให้เช่ายังสามารถปรับขึ้นค่าเช่าได้ตามเงินเฟ้ออีกด้วย อย่างไรก็ตามช่วงโควิดที่ผ่านมา กลุ่มนี้ก็ค่อนข้างได้รับผลกระทบหนัก เพราะไม่มีคนเช่านั่นเอง แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับ sector ด้วย ถ้าหากเป็นกลุ่มคลังสินค้าก็จะไม่ได้รับผลกระทบมากนัก
📈 SETHD คือ SET High Dividend 30 Index เป็นดัชนีสะท้อนการเคลื่อนไหวของราคาหุ้น 30 ตัว ที่ต้องมีคุณสมบัติคือ
1) อยู่ใน SET100
2) มีการจ่ายเงินปันผลต่อเนื่องอย่างน้อย 3 ปีและอัตราส่วนการจ่ายปันผลต่อกำไรสุทธิ (Dividend Payout Ratio) โดยเฉลี่ย 3 ปีย้อนหลัง ไม่เกิน 100% (จ่ายปันผลไม่เกินกำไร)
ทั้งนี้ SETHD ก็จะมีรอบคำนวณใหม่ทุกๆ 6 เดือนเช่นเดียวกับ SET Index
1
จะเห็นได้ว่าหุ้นทั้ง 30 ตัวใน SETHD ที่ถูกคัดมานั้นนอกจากจะดูว่าจ่ายปันผลอย่างต่อเนื่องแล้วก็ยังคำนึงถึง Market Cap ซึ่งสะท้อนไปถึงเรื่องสภาพคล่องอีกด้วย
แต่อย่างไรก็ตาม ในทุกกลุ่ม นักลงทุนควรพิจารณาถึงประวัติ Dividend yield ย้อนหลังผ่านเว็บไซต์ SET ก่อนตัดสินใจลงทุน โดยดูว่ามีการจ่ายปันผลต่อเนื่อง และสม่ำเสมอหรือไม่ ไม่ใช่ว่าบางปีจ่ายมาก บางปีจ่ายน้อย
📌หุ้นปันผลเหมาะกับใคร?
หุ้นปันผลเหมาะกับนักลงทุนที่ต้องการ Cash flow ไว้ใช้ในชีวิตประจำวัน หรืออยากได้ Passive Income นั่นเอง หรือถ้าหากในสภาวะตลาดขาลง การได้รับปันผลมาเก็บไว้ก่อน ก็จะช่วยให้มูลค่าเงินรวมของเราขาดทุนน้อยลงด้วย
มาดู YTD Top 10 หุ้นปันผลในแต่ละกลุ่มกัน
1️⃣ YTD 10 อันดับหุ้นปันผลในกลุ่ม SET
1. บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ LPN 28.11% ในปีนี้มีการจ่ายปันผลสูงโดยเงินที่จ่ายปันผลให้กับผู้ถือหุ้นส่วนหนึ่งมาจากเงินกู้ อ่านเพิ่มเติมได้ที่
https://thunhoon.com/article/235935
ขณะที่ Dividend yield ในช่วงปี 2560-2563 ค่อนข้างแกว่งตัวอยู่ในช่วง 6.82%-12.88%
2. บริษัท ฟินันซ่า จำกัด (มหาชน) หรือ FNS 15.48% โดย Dividend yield ในช่วงปี 2560-2562 ค่อนข้างแกว่งตัวอยู่ในช่วง 2.24%-6.88% และไม่มีการจ่ายเงินปันผลในปี 2563
3. บริษัท ยูเนี่ยนไพโอเนียร์ จำกัด (มหาชน) หรือ UPF 13.54% โดย Dividend yield ในช่วงปี 2560-2562 ค่อนข้างแกว่งตัวมากอยู่ในช่วง 0.19%-8.82% และในปี 2563 อยู่ที่ 0.19%
1
4. บริษัท โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ NOBLE 13.23% โดย Dividend yield ในช่วงปี 2561-2563 ค่อนข้างแกว่งตัวมากอยู่ในช่วง 1.2%-42.07%
2
5. บริษัทนำสินประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ NSI 11.18% โดย Dividend yield ในช่วงปี 2560-2563 เพิ่มขึ้นทุกปี อยู่ในช่วง 4.89%-9.73%
6. บริษัท ทิปโก้ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TIPCO 10.33% โดย Dividend yield ในช่วงปี 2561-2563 ค่อนข้างแกว่งตัวมากอยู่ในช่วง 2.5%-10.2%
7. กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ต จัสมิน JASIF 10.05% โดย Dividend yield ในช่วงปี 2561-2563 อยู่ในช่วง 6.38%-9.1% ถือว่าค่อนข้างสม่ำเสมอ
8. ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ เอไอเอ็ม คอมเมอร์เชียล โกรท หรือ AIMCG 9.73% โดย Dividend yield ปี 2563 อยู่ที่ 6.62%
9. กองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ไพร์มออฟฟิศ หรือ POPF 9.62% โดย Dividend yield ในช่วงปี 2560-2563 เพิ่มขึ้นทุกปี อยู่ในช่วง 7.34%-9.7% ถือว่าค่อนข้างสม่ำเสมอ
10. ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ทรัพย์ศรีไทย หรือ SSTRT 9.37% โดย Dividend yield ในช่วงปี 2561-2563 ค่อนข้างแกว่งตัวมากอยู่ในช่วง 0.23%-8.84%
2️⃣ YTD 10 อันดับหุ้นปันผลในกลุ่ม SETHD
1. บริษัท ทิปโก้แอสฟัลท์ จำกัด (มหาชน) หรือ TASCO 8.7% โดย Dividend yield ในช่วงปี 2560-2563 ค่อนข้างแกว่งตัวมากอยู่ในช่วง 1.41%-8.56%
2. บริษัท ทุนธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TCAP 8.22% โดย Dividend yield ในช่วงปี 2560-2563 ค่อนข้างแกว่งตัวมากอยู่ในช่วง 3.56%-21.68%
3. บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TISCO 6.79% โดย Dividend yield ในช่วงปี 2560-2563 ค่อนข้างแกว่งตัวอยู่ในช่วง 3.95%-8.76%
4. บริษัทแลนด์แอนด์เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) LH 6.13% โดย Dividend yield ในช่วงปี 2560-2563 อยู่ในช่วง 6.14%-8.81% ค่อนข้างสม่ำเสมอ
1
5. บริษัท ควอลิตี้เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ QH 5.45% โดย Dividend yield ในช่วงปี 2560-2563 เพิ่มขึ้นทุกปี อยู่ในช่วง 4.63%-8.62%
6. บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) หรือ AP 5.39% โดย Dividend yield ในปี 2560 อยู่ที่ 3.28% และปี 2561-2563 อยู่ในช่วง 5.37%-5.83% และปัจจุบันอยู่ที่ 5.39% ถือว่าค่อนข้างสม่ำเสมอมา 4 ปีแล้ว
7. บริษัท น้ำมันพืชไทย จำกัด (มหาชน) หรือ TVO 5.23% โดย Dividend yield ในช่วงปี 2560-2563 ค่อนข้างแกว่งตัวมากอยู่ในช่วง 4.3%-9.24%
1
8. บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ RATCH 5.11% โดย Dividend yield ในช่วงปี 2560-2563 อยู่ในช่วง 3.49%-4.73% ค่อนข้างสม่ำเสมอ
9. บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI 4.8% โดย Dividend yield ในปี 2560 อยู่ที่ 0.44% และปี 2561-2563 อยู่ในช่วง 5.52%-6.55% ค่อนข้างสม่ำเสมอ แต่ปัจจุบันอยู่ที่ 4.8% ลดลงมาเล็กน้อย
1
10. บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) หรือ SPALI 4.78% โดย Dividend yield ในปี 2560 อยู่ที่ 4.43% ไม่จ่ายปันผลในปี 2561 ส่วนปี 2562-2563 อยู่ที่ 5.54% และ 5.12% ตามลำดับ
3️⃣ YTD 10 อันดับหุ้นปันผลในกลุ่ม REIT
1. ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ เอไอเอ็ม คอมเมอร์เชียล โกรท หรือ AIMCG 9.73% โดย Dividend yield ปี 2563 อยู่ที่ 6.62%
1
2. กองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ไพร์มออฟฟิศ หรือ POPF 9.62% โดย Dividend yield ในช่วงปี 2560-2563 เพิ่มขึ้นทุกปี อยู่ในช่วง 7.34%-9.7% ถือว่าค่อนข้างสม่ำเสมอ
3. ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ทรัพย์ศรีไทย หรือ SSTRT 9.37% โดย Dividend yield ในช่วงปี 2561-2563 ค่อนข้างแกว่งตัวมากอยู่ในช่วง 0.23%-8.84%
4. กองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ CPN คอมเมอร์เชียล โกรท หรือ CPNCG 8.94%โดย Dividend yield ในช่วงปี 2560-2563 อยู่ในช่วง 6.39%-9.48%
5. กองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ควอลิตี้ เฮ้าส์ หรือ QHPF 8.76% โดย Dividend yield ในช่วงปี 2560-2563 อยู่ในช่วง 6.51%-10.14%
6. กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าเหมราชอินดัสเตรียล หรือ HPF 8.07%โดย Dividend yield ในช่วงปี 2560-2563 อยู่ในช่วง 5.63%-9.03%
7. ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าดุสิตธานี หรือ DREIT 7.98% โดย Dividend yield ในช่วงปี 2561-2563 ค่อนข้างแกว่งตัวมากอยู่ในช่วง 0.81%-4.07%
8. กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ และสิทธิการเช่า เอ็มเอฟซี อินดัสเตรียล อินเวสเมนท์ หรือ M-II 7.95% โดย Dividend yield ในช่วงปี 2560-2563 อยู่ในช่วง 5.87%-7.83%
9. ทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์บัวหลวง ออฟฟิศ หรือ B-WORK 7.71% โดย Dividend yield ปี 2562 อยู่ที่ 4% และปี 2563 อยู่ที่ 6.75%
10. ทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์โกลเด้นเวนเจอร์ หรือ GVREIT 7.61% โดย Dividend yield ในช่วงปี 2560-2563 อยู่ในช่วง 5.11%-6.19% ค่อนข้างสม่ำเสมอ
จะเห็นว่าหุ้นบางตัวที่มี Dividend yield สูงเมื่อดูข้อมูลย้อนหลังจะพบว่า บางตัวอาจจะไม่ได้มีการจ่ายปันผลได้อย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ บางปีมาก บางปีน้อย บางปีก็ไม่ได้จ่าย
นอกจากนี้จะเห็นว่า Top 10 ในกลุ่ม SETHD มี Dividend yield น้อยเมื่อเทียบกับอีกสองกลุ่ม แต่ก็ค่อนข้างการันตีได้ว่ามีการจ่ายปันผลอย่างต่อเนื่องและยังมีสภาพคล่องสูงอีกด้วยเพราะอยู่ในกลุ่ม SET100
ทั้งนี้ก็ต้องระวังด้วยว่า หุ้นที่มี Dividend yield สูง บางทีไม่ได้มาจากปันผลสูง แต่เป็นเพราะราคาหุ้นที่ปรับตัวลดลงในช่วงที่ผ่านมา ดังนั้นนักลงทุนจึงควรพิจารณาถึงปัจจัยพื้นฐาน ผลการดำเนินงาน และข่าวสารของหุ้นตัวนั้นเพิ่มเติม
🎯 อย่าลืมว่า หุ้นปันผลที่ดีไม่จำเป็นต้องมี Dividend yield สูงเสมอไป แต่สิ่งสำคัญคือต้องมีการจ่ายปันผลอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ
หมายเหตุ: บทความนี้เป็นการศึกษาโดยใช้ความเห็นส่วนบุคคล ไม่ได้ชี้นำการลงทุน นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจลงทุน
Facebook 👉
https://www.facebook.com/DekFinance101
FB Group 👉
https://www.facebook.com/groups/2881645572091138
Blockdit 👉
https://www.blockdit.com/dekfinance
11 บันทึก
9
10
11
9
10
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย