Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
เขียนลมไว้ใต้ปีก
•
ติดตาม
8 ก.ย. 2021 เวลา 01:48 • ปรัชญา
สมัยเด็กบ้านผมอยู่ห่างจากคุกเพียง 10 ก้าว
ภาพที่ชินตาคือ รถผู้ต้องขัง ตำรวจ ผู้คุม มนุษย์ผู้ถูกพันธนาการด้วยโซ่ตรวน และศาลเจ้าพ่อเจตคุปต์
“เจต” แปลว่า สิ่งที่คิด หรือจิตใจ ส่วน “คุปต์” คือ คุ้มครองและรักษา รวมกันเป็น “เจตคุปต์” หมายถึง การคุ้มครองจิตใจ หากตีความต่อจะหมายถึง คุ้มครองผู้มีจิตใจดี และควบคุมผู้มีจิตใจชั่ว
2
อีกมิติหนึ่งเชื่อว่า เจ้าพ่อเจตคุปต์ คอยควบคุมจิตวิญญาณชั่วร้ายไม่ให้ออกไปสร้างความเดือดร้อนแก่ผู้คน มือหนึ่งถือปากกา อีกมือหนึ่งถือสมุดบันทึกความดีชั่วในโลกสมมติของทุกสรรพสิ่ง
1
ท่านกักกันความชั่วร้ายไว้ในดินแดนแห่งการชดใช้ เสมือน อาณาจักรที่มนุษย์ออกแบบขึ้นภายใต้กติกาที่คนเขียน หรือที่เราเรียกกันว่า “คุก” มนุษย์เชื่อว่าต้องขีดเส้นแบ่งกั้นระหว่าง สิ่งถูก และ สิ่งผิด
ตำรวจจับผู้ร้าย ศาลตัดสิน แล้วก็พาคนร้ายไปเข้าคุก ตรรกะง่ายๆแบบนี้ แต่โลกของความเป็นจริงซับซ้อนกว่านั้น
บ่อยครั้ง ผมเห็นรถผู้ต้องขังมาเทียบหน้าประตูใหญ่ของเรือนจำ ตำรวจมาส่งนักโทษเข้าคุก เป็นภาพที่คุ้นตา
ชายในเครื่องแบบขับซีตรองค์ เอ็กซ์เอ็ม มาจอดหน้าเรือนจำ มาพร้อมรถผู้ต้องขัง บางวันขับ เลกซัส แอลเอส ผู้ใหญ่บางคนบอกว่า แกมี เมอร์เซเดส เบนซ์ อีก 2 คัน ผมไม่รู้ว่าเขายศอะไร เห็นเครื่องหมายสีเงินวับวาวบนบ่า ได้ยินคุ้นๆตามเสียงเรียกว่า 'ผู้กำกับ'
นั่นมันรถหรูเมื่อ 30 ปีก่อน สมัยนี้คงเปรียบได้กับพวก แลมโบกีนี่ เฟอร์รารี่ เบนลี่ และอื่นๆ
ผู้ใหญ่หลายคนบอกผมว่า เรียนหนังสือให้เก่งๆ โตไปจะได้สบายแบบเขา เมื่อโตขึ้นผมจึงคะเนได้ว่า หากไม่รวยมาก่อน ก็น่าจะเก็บเงินเก่งมาก ที่สำคัญเงินเดือนต้องสูงลิบ หากไม่ใช่ทั้งสองอย่าง ที่มาของทรัพย์สินคงไม่สะอาดนัก
.......................................................................................
จากถนนหลัก ตรงเข้ามาสุดทางคือปากทางเข้าคุก ซ้ายขวาข้างทางเป็นสนามหญ้า สวนหย่อม ลานปูนกว้างสำหรับออกกำลังกาย และถัดไปด้านหลังรายล้อมไปด้วยบ้านหลวง เป็นที่อยู่อาศัยของพวก 'ผู้คุม'
บ้านผมห่างจากกำแพงกั้นอิสรภาพเพียง 10 ก้าว หน้าบ้านคือหลังศาลเจ้าพ่อเจตคุปต์ ผมเกิดและเติบโตข้างๆคุก
กำแพงกั้นพร้อมสายไฟแรงสูง 8000 โวลต์ โอบรอบสันกำแพง ที่มุมกำแพงทุกมุมถูกคั่นด้วยป้อมปราการสูง เปรียบได้กับดวงตาของเรือนจำ
สายตาที่คอยกวาดทั่วอาณาเขตภายในนั้น ถูกแบ่งออกเป็นแดนย่อย ตามผลกรรมของมนุษย์ที่พลัดหลงเข้าไป
บ้างหลงทาง บ้างจงใจ และมีไม่น้อยที่อาจเป็น “แพะ” จากการจับยัดของอมนุษย์ในคราบของคนในเครื่องแบบ ไม่มีใครรู้ .. แต่ฟ้ารู้ .. เจ้าพ่อเจตคุปต์รู้
อิสรภาพถูกขโมยไปด้วยความละโมบ พยาบาท และโมหะ
ฤดูฝนครานั้น ลมฝนหอบคนบาปเข้าเรือนจำเป็นว่าเล่น
ผมไปส่งข้าวกล่องให้พ่อในวันที่พ่อต้องเข้ายาม บนปราการสูงนั้น ภายในมีบันไดชัน ขดม้วนขึ้นไปยังยอดป้อม ในมุมมองของเด็ก มันคือภาพหวาดเสียว โดยเฉพาะเมื่อเดินขึ้นบันไดไปทีละก้าว ขณะขึ้น ต้องมองบนเพียงอย่างเดียว หากเผลอมองลงล่าง ขาจะอ่อนแรงทันที
ครั้นเมื่อขึ้นไปถึงชั้นบนสุด แล้วมองลงไปด้านล่าง ผ่านรั้วกั้นอิสรภาพนั้นลงไป พลันได้เห็นอีกโลกหนึ่งที่ไม่เคยได้พานพบมาก่อน
ต้นไม้ สวนผัก เรือนไม้ และมนุษย์ที่ใส่เสื้อสีเดียวกันทุกคน เสื้อสีลูกวัว
ขาของพวกเขาถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็ก ทำให้เดินลำบาก แต่พวกเขาก็ต้องเดิน
บ้างเดินไปตัดหญ้า บ้างกวาดพื้น และบ้างตักอุจจาระ มีงานมากมายให้ทำในนั้น เป็นภาพศิลปะอย่างหนึ่ง 'ศิลปะแห่งการชดใช้กรรม'
สายตากวาดไปที่มุมหนึ่ง ภายใต้ร่มเงาของไม้ใหญ่ มีมนุษย์โซ่ตรวนนั่งสงบใต้ร่มไม้นั้น ทราบภายหลังว่า เขาเปลี่ยนไปหนักมาก หลังจากเรือนจำนิมนต์พระเข้ามาเทศน์ให้พวกนักโทษฟัง
.......................................................................................
ผู้กำกับนั้นเป็นโรคนอนไม่หลับ
แกฝันร้าย และหวาดระแวง ทั้งๆที่มีบ้านหลังงามพร้อมรถหรูอีกหลายสิบคัน
บางคนใช้อาชีพที่มีอำนาจแลกความมั่งคั่ง กับ 'โรคนอนไม่หลับ' หลายคนยอมถูกโซ่ตรวนแห่ง'โลภะ'ล่าม แน่นอนว่า.. มันจะล่ามพวกเขาไปอีกทั้งชีวิต
มีความเชื่อว่า อยากได้ตำแหน่งดีๆก็ต้องลงทุน เมื่อลงทุนเยอะ ก็ต้องเก็บเกี่ยวเยอะ เมื่อเก็บเยอะ ก็ต้องแบ่งเยอะ แบ่งทั้งขึ้นบนและลงล่าง บางคนทำบุญหนักมาก เพราะเชื่อว่าชดใช้บางอย่างได้
ถ้าเงินบุญเอามาต่อบุญคือการให้ทานแบบ “เทวดา” แต่ถ้าเอาเงินบาปมาต่อบุญคือการทำบุญแบบ “เปรต” แบบนี้..ยิ่งต่อยิ่งหด
ไม่มีกรรมใครรอดพ้นสายตาของเจ้าพ่อเจตคุปต์ สมุดบันทึกกรรมนั้นไม่มีที่สิ้นสุด
แกฝันเห็นคนผิวสีดำ หน้าตาดูเข้มขลัง ถือสมุดเล่มหนึ่งในมือซ้าย นัยน์ตาดุ จ้องเขม็งมาที่เขา ในสมุดเล่มนั้นมีชื่อแกยาวเหยียดเป็นหางว่าว ชื่อเดิมๆ ซ้ำๆ ต่างกรรม ต่างวาระ
แกป่วยเรื้อรังมามากกว่า 10 ปี นอนโรงพยาบาลห้อง VVIP ลูกน้องรายล้อม ญาติพี่น้องพร้อมเพรียง นาทีนึง แกนึกถึงใครบางคน ใส่เสื้อสีลูกวัว ขาล่ามโซ่ตรวน นักโทษที่แกเคยพาเข้าห้องขัง ที่ชื่อ 'เจต'
.......................................................................................
เจต ยังอยู่ในคุก โทษของเขาคือจำคุกตลอดชีวิต หลังฟังพระเทศน์ในวันนั้น ชีวิตเขาเปลี่ยนไป เจตทำงานในคุกด้วยการเจริญสติ เมื่อว่างจึงทำกรรมฐาน และสวดมนต์ทุกวัน
เจตอยู่กับตัวเองอย่างสงบ และเป็นสุขในคุก นอนหลับสนิททุกคืน ในโลกของเขา..เขาเป็นอิสระ
ชายในเครื่องแบบอีกคน นอนไม่เคยหลับ แม้มีรถหรูหลายคันพร้อมบ้านหลังงาม ญาติพี่น้องพร้อมหน้า ลูกน้องล้นหลาม แต่กลับถูกพันธนาการไว้ด้วยบางสิ่งที่มองไม่เห็น บางอย่างกัดกร่อนใจเขามาตลอดจวบจนวาระสุดท้ายของชีวิต
“เจต” คือ สิ่งที่คิด “คุปต์” คือ คุ้มครอง “เจตคุปต์” หมายถึง การคุ้มครองจิตใจ ตีความต่อคือ "คุ้มครองคนดี ควบคุมคนชั่ว"
ควบคุม คือ กักกัน คนบาปย่อมถูกกังขังไว้ด้วยตราบาปของเขาเอง นั่นคือคุกทางใจ ดินแดนแห่งการชดใช้ .. ไร้อิสรภาพชั่วนิรันดร์
.......................................................................................
ลมหนาวพัดมา ภายหลังฤดูฝนที่ชุ่มฉ่ำได้จากไป ฤดูฝนเปลี่ยนเป็นหนาว สายลมเปลี่ยนทิศ 'คำสอนเปลี่ยนใจคน'
“คนในคุก” กินอิ่มนอนหลับอย่างเป็นสุข ในขณะที่ “คนนอกคุก” นอนไม่หลับเลยตลอดชีวิต
ถึงตอนนี้ผมไม่แน่ใจ “ใครกันแน่ที่ติดคุก”
5 บันทึก
14
2
7
5
14
2
7
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย