14 ก.ย. 2021 เวลา 12:00 • ไลฟ์สไตล์
สังเกตไหมว่าเราตั้งใจจะทำอะไรมากมายในหนึ่งปี แล้วก็ทำไม่สำเร็จ แต่น้อยคนจะมองไกลในระยะสิบปี ซึ่งนั่นต่างหาก คือระยะที่เราสามารถสร้างพัฒนาการอย่างก้าวกระโดดได้จริง
นอกจากเป็นการมองธรรมชาติของคนได้เฉียบขาดแล้ว แนวคิดเบื้องหลังคำกล่าวนี้ของบิล เกตส์ ยังมีพื้นฐานมาจากฟังก์ชั่นเลขชี้กำลัง หรือ Exponential function ในคณิตศาสตร์อีกด้วย เราอยากชวนมาทำความเข้าใจกันสักหน่อย
Exponential function เป็นจำนวนเต็มที่ดำเนินการยกกำลังด้วยเลขชี้กำลังที่เป็นจำนวนเต็มนั้น และเมื่อลองนำมาคำนวณดูจริงๆ ผลลัพธ์ของมันมักทำให้คนส่วนมากช็อกเสมอ เช่น ถ้าเราพับกระดาษหนา 0.1 มิลลิเมตร ให้ทบกันหนาขึ้นหนึ่งเท่าของตัวมันไปเรื่อยๆ สมมติว่าเราพับได้จริง การพับเช่นนั้น 45 ครั้ง ไม่มีใครหรอกจะคิดว่ากระดาษนั้นจะหนาเท่ากับระยะทางจากโลกไปถึงดวงจันทร์ นี่คือการคำนวณอย่างเอ็กซ์โพเนนเชียล
เช่นที่ศาสตราจารย์ฟิสิกส์ อัลเบิร์ต อัลเลน บาร์ตเล็ตต์ เคยกล่าวไว้ว่า "จุดอ่อนหนึ่งของมนุษย์คือการไม่อาจเข้าใจอัตราการเพิ่มขึ้นของเลขชี้กำลัง"
1
มีการนำแนวคิดนี้มาใช้เปรียบเทียบความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ว่ากันว่ามาจากรอย อะมารา นักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดในยุค 1960 ผู้เคยทำนายไว้ว่า เราประเมินผลกระทบจากเทคโนโลยีในระยะสั้นสูงเกินไป แต่ประมาทผลกระทบระยะยาวของมัน ซึ่งก็พิสูจน์แล้วว่าเป็นความจริงในหลายกรณี เรียกกันต่อมาว่า Amara’s Law
1
และจากนั้นในปี 1965 กอร์ดอน มัวร์ ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทอินเทล ก็นำมาเทียบให้เห็นภาพด้วยประโยคคลาสสิกที่ว่า "จำนวนทรานซิสเตอร์ในหนึ่งนิ้วของแผ่นซิลิคอนจะเพิ่มขึ้นหนึ่งเท่าตัวทุกๆ 18 เดือน" ซึ่งปัจจุบันคำกล่าวของมัวร์ล้าสมัยแล้ว แต่คอนเซ็ปต์ความก้าวหน้าของมันต่างหากที่ยังอมตะ และกลายเป็นที่มาของ Moore’s Law ที่นำไปปรับใช้ในอีกหลายแวดวง
ซึ่งก็รวมถึงบิล เกตส์ ที่ใช้คอนเซ็ปต์นี้สะท้อนธรรมชาติของมนุษย์และนวัตกรรม เกตส์เป็นผู้มีศรัทธาในนวัตกรรม ว่ามันจะนำพาเราออกจากปัญหาต่างๆ ที่เราสร้างขึ้นมาเองได้ แต่มันจะไม่เห็นผลสำเร็จในหนึ่งปีหรือห้าปี แต่สังเกตไหมว่าคนทั่วไปมักวาดฝันว่าจะทำนี่ทำนั่นมากมายในเวลาหนึ่งปี แล้วลงเอยที่ทำได้ไม่กี่อย่าง แล้วก็ผิดหวังในตัวเอง แท้จริงแล้วจุดอ่อนในธรรมชาติของเราไม่ใช่ว่าไร้ความสามารถ แต่เป็นเพราะเรามักมีวิสัยทัศน์เพียงสั้นๆ เกตส์จึงสนับสนุนให้เรามองเกมระยะยาว จึงพยายามชี้ให้เห็นว่านวัตกรรมความคิดสร้างสรรค์หรืออะไรก็ตามที่จะดิสรัปต์สังคมได้ ต้องใช้เวลาในการบ่มเพาะ ก่อร่างสร้างมัน และในการนำมันออกสู่ตลาด และให้มันพิสูจน์ตัวเอง จนปรับตัวเข้าเป็นส่วนหนึ่งของสังคมเราได้จริง
Photo courtesy of John Keatley
สำนักพิมพ์ Sophia
โฆษณา