13 ก.ย. 2021 เวลา 10:48 • ข่าว
ความสัมพันธ์ซาอุ อเมริกัน สั่นสะเทือน!
เมื่อสหรัฐสั่งถอนมิสซายออกจากซาอุดิอารเบีย
1
ต้องยอมรับว่าช่วงนี้ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐ และ ซาอุดิอารเบีย ค่อนข้างแปลกๆมาสักพักนึงแล้ว ตั้งแต่เปลี่ยนมาเป็นรัฐบาลโจ ไบเดนเมื่อต้นปี 2021
2
ล่าสุดเมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา สหรัฐประกาศถอนฐานจรวดขีปนาวุธแพทริออท ออกจากฐานทัพอากาศ Prince Sultan Air Base ที่อยู่ชานกรุงริยาด ท่ามกลางเสียงโวยวายของฝ่ายกลาโหมซาอุดิอารเบีย "ไหนว่าจะช่วยเหลือกันไง ทำไมวันนี้ทิ้งกันซะแล้ว??"
4
ทั้งๆที่ ซาอุดิอารเบียเพิ่งถูกโดรนพิฆาตของฝ่าย กบฏฮูติในเยเมนโจมตีที่สนามบินนานาชาติแอบฮา เมื่อปลายเดือนสิงหาคมไปหยกๆ ที่มีผู้บาดเจ็บถึง 8 คน และเครื่องบินพาณิชย์เสียหายจำนวนหนึ่ง
2
โดยทางซาอุดิอารเบียกล่าวหาว่าอิหร่านอยู่เบื้องหลัง ดังนั้นขีปนาวุธของสหรัฐ ซาอุฯ ยังต้องการใช้ มาเอาคืนไปซะแล้ว😑
1
ก็ไหนสหรัฐย้ำอยู่เสมอว่า ซาอุดิอารเบียเป็นพันธมิตรที่สำคัญในการรักษาเสถียรภาพในภูมิภาคตะวันออกกลาง หรืออีกนัยยะหนึ่งก็คือ คานอำนาจกับอิหร่าน แต่กลับมาถอนจรวดมิสซาย ออกจากซาอุดิอารเบีย ในวันที่ซาอุฯ กลายเป็นเป้าโจมตีของฝ่าย กบฏฮูติเสียได้
3
การติดตั้งขีปนาวุธแพทริออท ที่ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในขีปนาวุธที่ทันสมัยที่สุดของสหรัฐ บนแผ่นดินซาอุดิอารเบียนั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร?
ก็ต้องย้อนรอยไปตั้งแต่ปี 2015 เมื่อกลุ่มกบฏฮูติ ซึ่งเป็นกลุ่มนักรบใต้ดินชาวมุสลิมชีอะห์ ที่ได้รับการสนับสนุนทั้งด้านการเงิน และอาวุธจากอิหร่าน สามารถยกทัพยึดกรุงซานา เมืองหลวงของเยเมนได้สำเร็จ ถามว่าวิกฤติขนาดไหน? ก็ไม่ต่างจากกองทัพตาลีบันยึดเมืองคาบูลในอาฟกานิสถานเท่าไหร่
4
เพียงแต่รัฐบาลเยเมนไม่ยอมแพ้ ย้ายเมืองหลวงหนีไปตั้งที่เมืองอาเดน และขอให้ซาอุดิอารเบียช่วย ซึ่งซาอุดิอารเบียก็เห็นท่าไม่ดีแล้ว เพราะถึงแม้ว่าเยเมนเป็นเพียงประเทศยากจน แต่ในเชิงภูมิศาสตร์เศรษฐกิจ และการเมือง ถือว่าเป็นตั้งอยู่บนพื้นที่ที่สำคัญกับซาอุดิอารเบียมาก เพราะนอกจากจะติดชายแดนซาอุแล้ว ยังมาปิดปากอ่าวอาเดน ที่เป็นเส้นทางออกสำคัญสู่ทะเลอาหรับ ที่เชื่อมต่อกับเอเชียฝั่งตะวันออก ที่เหมือนมาตั้งอุดปาก อุดจมูกประเทศเศรษฐีผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่อย่างซาอุดิอารเบีย
2
และซาอุดิอารเบียก็ส่งสัญญาณถึงสหรัฐว่า "อิหร่านมันเล่นเราแล้ว พวกเราต้องทำอะไรสักอย่างหนึ่ง"
และช่วงเวลานั้นก็ตรงกับสมัยของอดีตประธานาธิบดี บารัค โอบาม่า ก็ได้อนุมัติแผนการสนับสนุนให้ซาอุดิอารเบียส่งเครื่องบินรบเข้าไปโจมตีทางอากาศในประเทศเยเมน ในพื้นที่ที่เชื่อว่าเป็นฐานทัพของกลุ่มกองกำลังกบฏฮูติ โดยใช้อาวุธจากสหรัฐ ซึ่งขายให้นะจ๊า ไม่ใช่ให้ยืม🙃
6
และมีการเซ็นข้อตกลงซื้อขายอาวุธระหว่างกันสูงถึง 1.15 แสนล้านเหรียญ ซึงคิดเป็น 10% ของยอดขายอาวุธทั้งหมดของสหรัฐทีเดียว
ซึ่งข้อตกลงซื้อขายอาวุธครั้งนั้น ลงนามในแคมเปญเพื่อต่อต้านกลุ่มก่อการร้าย และสกัดอิทธิพลของอิหร่านในตะวันออกกลางโดยเฉพาะ และดีลขายอาวุธยังต่อยอดมาถึงยุคของโดนัลด์ ทรัมพ์ ที่มีการปิดดีลใหม่เพิ่มอีกในปี 2017 ที่ทรัพย์คุยนัก คุยหนาว่าได้ทุบสถิติดีลซึ้ออาวุธของโอบาม่ากระจายด้วยยอดขายน่าสะพรึง 1.1 แสนล้านเหรียญจ่ายสด ส่งของทันที บวกกับอีก 3.5 แสนล้านเหรียญล่วงหน้าอีก 10 ปี
1
แล้วอาวุธที่ซาอุฯ ซื้อมามากมายก่ายกอง ก็เอาไปถล่มกลุ่มกบฏฮูติ ในดินแดนเยเมนมาตลอดหลายปี แบบถล่มยับ มีกระสุนเท่าไหร่ สาดไปไม่ต้องเสียดาย
ซึ่งฝ่ายฮูติ ก็ใช่จะไม่มีมือ มีเท้า เมื่อชาวซาอุฯ มาท้าตีถึงในบ้าน เขาก็ตอบโต้ในเชิงกองโจร และได้ส่งโดรนพิฆาตไปถล่มโรงกลั่นน้ำมัน Aramco ท่อน้ำเลี้ยงสำคัญของซาอุดิอารเบีย เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2019
3
และจากเหตุการณ์โจมตีโรงกลั่นน้ำนันครั้งนั้น ก็ทำให้ท่านเสียทรัมพ์ อดรนทนไม่ได้ เมื่อเห็นลูกค้าคนสำคัญเดือดร้อน ก็เลยจัดส่งระบบต้านขีปนาวุธแพทริออท มาติดให้ที่ฐานทัพอากาศของซาอุดิอารเบียนี่เอง
3
แต่ทั้งนี้ จากการโจมตีอย่างหนักจากฝั่งซาอุดิอารเบียในเยเมน ก็เริ่มมีหลายฝ่ายตั้งคำถามว่า ฝ่ายที่ได้รับความเสียหายอย่างหนักคือกบฏฮูติ หรือ ประชาชนชาวเยเมนกันแน่ เพราะตั้งแต่ซาอุดิอารเบียเข้ามาแทรกแซงในเยเมน ก็มีชาวบ้านทั้งเด็ก ผู้ใหญ่เสียชีวิตจากการโจมตีทางอากาศจำนวนมากมายมหาศาล และส่วนใหญ่ก็มาจากระเบิด ขีปนาวุธที่ Made in USA แทบทั้งสิ้น
5
รวมถึงมาตรการคว่ำบาตรอย่างหนักจากกลุ่มประเทศพันธมิตรซาอุฯ ในตะวันออกกลางยังไปซ้ำเติมปัญหาความอดอยากยากจนในเยเมน ทำให้ผู้คนล้มตายจากการขาดแคลนอาหารเข้าไปอีก ซึ่งปัญหาทั้งหมดไม่ได้สะท้อนกลับไปที่ซาอุดิอารเบียประเทศเดียว แต่กลับไปที่สหรัฐด้วย ในฐานะที่ให้การสนับสนุนทั้งแผนการ อาวุธ การฝึกรบ และการตั้งฐานทัพ ขีปนาวุธ ที่จะถูกใช้ในการโจมตีประเทศเยเมน
2
แต่เมื่อมาถึงสมัยของโจ ไบเดน ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐ - ซาอุฯ เริ่มเปลี่ยนไป ตั้งแต่มีคำสั่งให้รื้อคดีการฆาตกรรมนักข่าว Jamal Khashoggi ขึ้นมาพิจารณาใหม่ และจัดการขึ้นบัญชีดำผู้ต้องหาที่ล้วนแต่เป็นคนใกล้ชิดของมกุฏราชกุมาร โมฮัมหมัด บิน ซัลมาน แห่งบ้านซาอูด การจะเปิดเผยเอกสารสืบสวนลับคดี 9/11 ที่พาดพิงถึงรัฐบาลซาอุดิอารเบีย และล่าสุดจัดการถอนขีปนาวุธแพทริออท ออกจากซาอุฯ ทั้งๆที่เพิ่งถูกโดรนโจมตีของฝ่ายฮูติถล่มสนามบินมาหมาดๆ เราไม่ใช่เพื่อนกันแล้วรึ??
2
ด้านสหรัฐก็ยังคงยืนยันในความสัมพันธ์กับซาอุดิอารเบีย ยังเหนียวแน่นเหมือนเดิม โดยเฉพาะด้านธุรกิจน้ำมัน คือเป็นคู่ค้าที่สำคัญเสมอมา แต่ทั้งนี้นโยบายด้านต่างประเทศของสหรัฐในสมัยโจ ไบเดน มีการปรับเปลี่ยนเล็กน้อย และไม่ใช่แค่นี่ซาอุฯ ที่สหรัฐมาถอนขีปนาวุธคืนไป แต่ทั้งอิรัก คูเวต ก็จะถอนกำลังทหารและขีปนาวุธออกเช่นกัน ให้สอดคล้องกับแผนการถอนทหารออกจากอาฟกานิสถาน
4
เพราะสหรัฐมีเป้าหมายใหม่ ไม่ใช่ที่ตะวันออกกลางแล้ว แต่จะเน้นรุกทางฝั่งเอเชียตะวันออก และรัสเซียมากขึ้น ที่สหรัฐมองว่าจะเป็นภัยคุกคามมากกว่าแล้วในอนาคต โดยจะเน้นเรื่องปัญหาด้านมนุษยธรรมเป็นสำคัญ
3
พอฟังถึงตรงนี้ ลุงสี่ จิ้นผิง กับ ป๋าปูติน คงได้แต่มองบน อยู่เฉยๆก็จะมีคนมาหาเรื่องถึงบ้านอีกแล้ว😑
3
แต่สำหรับประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐ จะขยับไปทางไหน ก็สร้างแรงสั่นสะเทือนได้ทั่วโลกอยู่แล้ว ไม่ว่าจะสนใจใคร หรือจะเทใคร ยังไงต้องมีคนเจ็บ!
จึงต้องคิดเผื่อว่าจะทำอย่างไรให้เราเจ็บตัวน้อยที่สุด
แต่ทั้งนี้ ลับ ลวง พราง ความสัมพันธ์ สหรัฐ - ซาอุ จะมีอะไรอีกในกอไผ่ หรือจะเป็นเพียงแค่ท่านเศรษฐีน้ำมันซาอุฯ อ่ะคิดมาก และคงต้องดูกันต่อไป ว่าหากผู้นำสหรัฐสมัยหน้า ไม่ใช่ไบเดน เจ้าแพทริออท จะถูกส่งกลับไปติดที่เก่าหรือไม่
1
หรือว่าเซ็นดีลเพิ่มอีกสักแสนล้าน เราก็หายโกรธรึเปล่าน้า🤗
3
แหล่งข้อมูล
โฆษณา