13 ก.ย. 2021 เวลา 13:18 • ข่าวรอบโลก
9/11 กับชะตากรรมคนไทยในนิวยอร์ค
เผลอแพล้บเดียว 9/11 อายุ 20 ปีแล้ว วันนี้จึงขอเขียนระลึกถึงเหตุการณ์จริงซึ่งถึงไม่ได้อยู่ในที่เกิดเหตุ แต่ริชชี่บังเอิญอยู่ที่วอชิงตันในช่วงนั้นพอดี และได้เจอะได้เจอได้ฟังคนไทยที่เจอเหตุการณ์จริงทั้งที่นิวยอร์คและวอชิงตันจึงขอมาแชร์เล่าสู่กันฟังดังนี้...
https://www.visualcapitalist.com/wp-content/uploads/2021/09/911-terrorist-attack-timeline-full-size.html
ขอเริ่มด้วยคำทำนายนอสตราดามุส ซึ่งทุกคืนกลางดึกสงัด เขาจะนั่งเข้าฌาณเพ่งกสิณน้ำในอ่างตามเทคนิค Scrying ของหนังสือ De Mysteriis Egyptorum ที่ตีพิมพ์ที่ Lyons ในปี 1547 (สมัยเดียวกับสงครามช้างเผือกระหว่างพระมหาจักรพรรดิ-พระศรีสุริโยทัย และพระเจ้าตะเบ็งชเวตี้ )และฟังเสียงกระซิบจากวิญญาณที่มานั่งข้างๆ: จากโคลง Centurion เชื่อว่าไม่เพียงแต่เขาจะได้เห็น แต่น่าจะได้ยินชื่อบุคคลสำคัญและทราบถึงเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้น จากอนาคตอันแสนไกล...โพ้น...
คำทำนายอ้างว่าเป็นของนอสตราดามุส ซึ่งเชื่อว่าเกี่ยวข้องกับโคโรน่า ไวรัส ในปี คู่แฝด 2020 แต่ไม่พบว่านอสตราดามุสเคยทำนายเอาไว้เช่นนี้ และน่าจะเป็น fake storyเพราะของจริงอย่างน้อยต้องภาษาฝรั่งเศส
“ L’ an mil neuf cent nonante neuf sept mois, du ciel viendra un grand Roi d’ effrayeur; ressusciter le grand Roi d’ Anglomois, avant après Mars régner bon heur” แปลเป็นภาษาไทยสั้นๆว่า ในเดือน กรกฎาคม 1999 จอมมารแห่งความกลัว( การก่อการร้าย ) จะมาคืนชีวิตให้แก่จอมราชันย์แห่งมองโกล( ตะวันออก )...จากท้องฟ้า หลังจากนั้นอังคารเทพเจ้าแห่งสงครามจะครองโลกไปอีกนาน
และอีกบท...พูดถึงแผ่นดินสะเทือนที่นิวยอร์คและยอดเขาสองยอดที่นำไปสู่สงคราม...แม่น้ำใหม่กลายเป็นสีเลือดด้วยฝีมือของ Aresthusa
“ Ennosigée feu du centre de terre.
Fera trembler au tour de cité neufve:
Deux grands rochiers long temps feront la guerre,
Puis Aresthuse rougira nouveau fleuve.”
และ...ไฟบัลลัยกัลป์จะไหม้บนท้องฟ้าที่45 องศา ”นครอันยิ่งใหญ่แห่งเมืองใหม่”... จะถูกไฟทำลายลงทั้งเมือง เมื่อเลือดนองแผ่นดินจากหัวใจที่เย็นชาและไร้ซึ่งความปรานี...
“ The sky will burn at 45 degrees.Fire approaches the great new city. By fire he will destroy their city. A cold and cruel heart, blood will flow. Mercy to none.”
นิวยอร์คอยู่ที่ละติจูด 40 องศา 78 ลิบดา
วันอังคารที่ 11 เดือน กันยายน 2001 เครื่องบินสายการบิน American Airlines 2 ลำ และ United Airlines 2 ลำ บินชนตึกระฟ้า WTC สูง 110 ชั้นโดย AA 11 ชนตึกเหนือ เวลา 8.46 และ UA 175 ชนตึกใต้แบบเต็มจอ CNN เหมือนหนังฮอลลีวู้ด 17 นาทีหลังจากนั้นคือเวลา 9.03 ต่อมา AA 77 ชนตึกเพ็นตากอนด้านตะวันตก เวลา 9.37 และ UA 93 ซึ่งจะไปถล่มถ้าไม่ที่รัฐสภา( ซึ่งมีการประชุม ) ก็ไวท์เฮาส์ ( แต่ บุช ไปสอนหนังสือเด็กที่ฟลอริด้า) แต่ผู้โดยสารเกิดการต่อสู้กับผู้ก่อการร้ายและเครื่องซึ่งอยู่ในการบังคับการของผู้ก่อการร้ายตกที่เพนซิลเวเนีย เวลา 10.03
“America is under attack “ Andrew Card, White House Chief of Staff กระซิบบอกประธานาธิบดีบุชขณะกำลังสอนเด็กนักเรียนที่ฟลอริดา
เวลา9.45 สหรัฐสั่งเครื่องบินกว่า 4500 ลำให้ลงจอดพื้นดินให้หมด หากฝ่าฝืน รองประธานาธิบดี เชนนี่ย์อ้างรับคำสั่งจากประธานาธิบดี จอร์จ ดับเบิ้ลยู บุช( ซึ่งกำลังบินหนีอยู่บนอากาศใน แอร์ฟอซ วัน ) ให้อนุญาตให้ยิงได้
9.59 ตึกใต้ถล่ม เหล็กหลอมละลายด้วยความร้อนพอๆกับดวงอาทิตย์ ด้วยอุณหภูมิมากกว่า1000 องศา เซลเซียส และเวลา 10.28 ตึกเหนือถล่ม
ผู้โดยสารตาย 246 ไม่นับ ผู้ก่อการร้าย 19 ( 15 คนเป็นชาวซาอุ )
ผู้ทำงานบนตึกตาย 2,606 ( หลายคนกระโดดหนีไฟตกลงมาตาย ร่างฉีกออกจากกัน หลายคนถูกไฟคลอกเสียชีวิต เหนือขึ้นไปจากชั้นที่เครื่องบินชนไม่มีผู้รอดชีวิต แต่มี18คนรอดมาได้ที่ตึกใต้ )
125 คนตายที่เพ็นตากอน ... รวม 2,977 จาก 70 กว่าประเทศ...
หลังโทรศัพท์เช็คฝ่ายข่าว ชื่อแรกที่ปรากฎจากการข่าวสหรัฐที่สามารถระบุตัวได้ทันที ซึ่งคนไทยน้อยคนจะรู้จักขณะนั้น คือ อุสมะ บินลาเด็น หรือบินลาดิน
ใครคืออุสมะ บินลาเด็นล่ะ?
ที่จริงแล้วหน่วยสืบราชการลับสหรัฐรู้จัก อุสมะ บินลาเด็น ดีเขาเข้าอัฟกานิสถานในฐานะที่เป็นสายสนับสนุนกองกำลังจากซาอุดิอารเบียให้กับซีไอเอ เมื่ออายุเพียง 23 ปี ในปี 1980 เพื่อทำสงคราม จีฮัดโดยการชักนำของ อับดุลเลาะห์ ยูซุฟ อัซซัม ผู้เป็นปรมาจารย์แห่งการก่อการร้ายสไตล์จีฮัดร่วมรบต่อต้านการรุกรานของรัสเซียหรือสหภาพโซเวียตในสมัยนั้น ซึ่งเข้ามาครอบครองดินแดนอัฟกันของชาวมุสลิมเป็นเวลานานถึง10 ปี
แต่หลังจากนั้นไม่นานเขากลับมาให้เงินสนับสนุนการจัดตั้งองค์การก่อการร้ายสากล อัลกออิดะห์ ในปี 1988 ก่อนรัสเซียถอนทหารในปี 1989 โดยร่วมกับกลุ่ม มูจาฮิดดิน และ ตอลีบัน
บินลาเด็นโตมาจากครอบครัวบริษัทรับเหมาก่อสร้างที่ร่ำรวยที่สุดของซาอุดิอารเบีย เขาเป็นลูกคนที่ 17 ในจำนวนพี่น้อง 57 คน บิดามีโครงการก่อสร้างและธุรกิจร่วมกันกับราชวงศ์ผู้ปกครอง ถึงกับมีนามสกุลเป็นชื่อถนน บินลาเด็น อยู่ใกล้กับพระราชวังของกษัตริย์ในกรุงริยาดห์
หลังจากจบจากมหาวิทยาลัยอับดุลาซิสอันมีชื่อเสียงในปี 1980 ( 1978-79 ปฏิวัติชาห์แห่งอิหร่านถูกโค่น และเจ้าหน้าที่การทูตสหรัฐ 52คน ถูกจับเป็นตัวประกันนานปีเศษ!! )บินลาเด็นอายุ23 ปี ซึ่งเรียนจบมาทางด้านธุรกิจและเป็นนักกีฬาเล่นฟุตบอลขี่ม้ากรีฑาไต่เขา ตัวสูงถึง 6 ฟุต 5 นิ้ว มีลักษณะผู้นำ ได้อาสาเข้าสู่สนามรบในอัฟกานิสถาน และก่อตั้ง อัลกออิดะห์ก่อนที่รัสเซียถอนทหารในปี 1989 โดยคำแนะนำของอาจารย์ อับดุลเลาะห์ ยูซุป อัซซัม และต่อมา เขาได้ร่วมมือกับ นายศัลยแพทย์ ไอมาน อัล สวาหิรี หัวหน้าองค์การก่อการร้ายจีฮัดอียิปต์ และเป็นผู้วางแผนลงมือสังหารประธานาธิบดี อันวาร์ ซาดัด ในพิธีสวนสนาม วันที่ 6 ตุลาคม 1981
จากซ้ายไปขวา: นายแพทย์ ไอมาน อัล สวาหิรี ผู้วางแผนฆ่า อันวาร์ ซาดัด ประธานาธิบดีอียิปต์ ; อุสมะ บินลาเด็น ; และ บุคคลนิรนามไม่ทราบชื่อ ผู้อาจเป็น อับดุลเลาะห์ ยูซุฟ อัซซัม อยู่ในการแถลงข่าว
หลังจากนั้นในปี 1983 ที่ค่ายทหารสหรัฐในเบรุต รถบรรทุกระเบิดพลีชีพฝ่าด่านกั้นบุกเข้าไประเบิดขณะที่ทหารกำลังนอนหลับในช่วงรุ่งสาง ทหารอเมริกันตาย 241 คน! ทหารฝรั่งเศส 58 คน เสียชีวิตรวม 305 คน ไม่นับรวม ผู้ก่อการร้าย เฮซบุลเลาะห์ ของอิหร่านเพียง 2 คน...
ในช่วงนั้นบินลาเด็นแตกกับราชวงศ์ และสหรัฐอย่างเด็ดขาดเมื่อเขาเสนอต่อกษัตริย์ฟาฮัดให้ใช้อัลกออิดะห์ในการเจรจากับอิรัคหรือใช้กำลังพลของเขาในการรบป้องกัน หลังจากที่ อิรัคบุกยึดคูเวตเพื่อครอบครองบ่อน้ำมัน ในเดือนสิงหาคม 1990
บินลาเด็นเห็นว่าสหรัฐต้องการเข้าสู่สงครามอิรัค-คูเวตเพื่อป้องกันและปกป้องและยึดบ่อน้ำมันคืนให้กับผลประโยชน์สหรัฐ จึงเสนอตัวขอรบกู้คูเวตจาก อิรัคเอง แต่กษัตริย์ฟาฮัดกลับปฏิเสธข้อเสนอนี้ และหันไปร่วมมือกับพันธมิตรตะวันตก Coalition of the Willing นำโดยสหรัฐแทนที่จะเป็นสหประชาชาติ โดยสุดท้ายซัดดัมทำสงครามแผ่นดินเดือด ( Scorched earth ) จุดไฟเผาบ่อน้ำมันคูเวต ไม่ให้สหรัฐได้ แต่บุชผู้พ่อไม่บุกอิรัคต่อ ส่วนบินลาเด็นและอัลกออิดะห์กลายเป็นผู้ที่ถูกทางการซาอุเพ่งเล็งและจับตามองในฐานะผู้ที่ต้องสงสัยเป็นผู้ก่อการร้าย
ในปี 1994 ซาอุดิอารเบียยึดพาสปอร์ตบินลาเด็น บินลาเด็นจึงหลบหนีออกนอกประเทศไปชั่วชีวิตโดยไปปักหลักที่ประเทศซูดาน ทำให้สหรัฐต้องตามไปแซงค์ชั่นซูดานฐานให้ที่พักพิงผู้ก่อการร้าย จนกระทั่งปี 2000 สมุนอัลกออิดะห์ปฏิบัติการระเบิดฆ่าตัวตายโจมตีเรือ USS Cole ทำให้ทหารสหรัฐเสียชีวิต 17 คน บาดเจ็บ40 คน
เหมือนกับปล่อยเสือเข้าป่า...บินลาเด็นกลับใช้โอกาสนี้สร้างเครือข่ายทางธุรกิจและช่องทางการเงินทั่วโลกที่รวมถึงการซื้ออาวุธให้แก่องค์การก่อการร้ายสากลที่เขามีเครือข่าย โดยได้รับเงินบริจาค ” Golden Chain “ ผ่านองค์กรทางศาสนาอิสลาม และด้วยความร่วมมือของปรมาจารย์ผู้ชักจูงเขาให้รบในอัฟกานิสถานและก่อตั้งอัลกออิดะห์ ( คืออับดุลเลาะห์ ยูซุป อัซซัม ) ซึ่งตั้งฐานบัญชาการที่เมือง เปชวา ปากีสถาน คัดเลือกบรรดาเหล่านักรบ และหน่วยข่าวกรองและหน่วยปฏิบัติการรบ (Cells) จีฮัดไปรบทั่วโลก
อีกซีกโลกบริวารของเขาเดินทางติดต่อกับยูเครน เบลารุส ซื้อขายอาวุธช่วยปากีสถานสนับสนุนมุสลิมในบอสเนียทำสงครามบอลข่านระหว่างเซอร์เบียกับโครเอเชีย และ มุสลิมบอสเนียเฮอโซโกวีน่า ( Bosniak) ซึ่งเริ่มในวันที่ 3 เมษายน 1992 - 1995
ในช่วงที่สงครามบอลข่านกำลังรบ ที่นิวยอร์ค อัลกออิดะห์ขับรถบรรทุกขนระเบิดลงไปที่จอดรถใต้ดินของตึกเหนือเวิล์ดเทรด ระเบิดทะลุขึ้นไป 7 ชั้น คนตายไป 7 คน ผู้วางระเบิดเป็นมุสลิม ซุนหนี่ (ฝ่ายลัทธิตรงข้ามกับชิอะห์ ผู้นิยมความรุนแรง) บอกว่าคิดว่าจะทำให้คนตายถึง 250,000 คน ( ที่9/11 ตาย 2,977 คนจากมากกว่า 70 ประเทศ)ซึ่งคนวางแผนคือคนเดียวกันกับที่วางแผน ให้ขับเครื่องบินชนตึกเวิร์ลเทรด ได้แก่ ฆาลิด เช็ค โมฮัมเหม็ด
จอมวางแผน ฆาลิด เช็ค โมฮัมเหม็ด ผู้วางระเบิดตึกเหนือ ในปี 1993 และอีก8 ปีต่อมาทำลาย WTC เขาถูก waterboard ถึง184 ครั้งเพื่อให้บอกที่ซ่อนของอัลกออิดะห์และบินลาเด็น
แต่สหรัฐก็ยังไม่รู้สึกรู้สาว่ามีศัตรูอยู่ทั่วโลก...จนเกิด 9/11 ที่ตายและบาดเจ็บมากกว่า เพิร์ลฮาเบอร์ ( ตาย 2,403 บาดเจ็บ 1, 143 เรือจมไป 18 ลำ )
แต่ใครจะรู้บ้างว่าหนึ่งใน 70 กว่าประเทศที่มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บคือประเทศไทย และผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสคือเจ้าหน้าที่ระดับสูงของหน่วยงานส่งเสริมการลงทุนในนิวยอร์ค ...ที่มีสำนักงานอยู่ที่เดียวกันกับสำนักงานพาณิชย์ในต่างประเทศ ของกรมส่งเสริมการส่งออก คือที่ตึกเวิล์เทรดเซ็นเตอร์ ...
เช้าวันนั้น ที่ตึกทั้งสองมีคนเข้าที่ทำงานแล้วถึง 17,400 คน ( ในวันทำงานปกติ จะมีถึง 50,000 และถ้านับนักท่องเที่ยวทั้งวัน จะมีถึง 140,000 ! ) ผู้ที่มาเป็นคนแรกเพื่อเปิด สนง เป็นประจำทุกเช้าคือข้าราชการชายกระทรวงพาณิชย์ท่านหนึ่งซึ่งกำลังจะเดินไปกดน้ำต้มกาแฟ แต่ทันใดนั้นตึกสั่นสะเทือนและเอียงไหวจึงรีบลงจากตึก เพราะสงสัยว่าเกิดแผ่นดินไหวโดยเลือกเดินลงบันไดหนีไฟ ช่วงนั้นเกิดการโกลาหลอลหม่าน เพราะห้ามใช้ลิฟท์ และมีคนเดินสวนขึ้นชั้นบนให้ข้อมูลว่าไม่ให้เดินลงไปข้างล่างโดยสวนกันกับพนักงานดับเพลิงซึ่งกรูกันวิ่งขึ้นบันไดไปข้างบน...
ที่โถงชั้นล่างข้าราชการไทยอีกสองคน กำลังเดินมากดลิฟท์เพื่อขึ้นไปทำงานตามปกติ แต่ทันใดที่ประตูลิฟท์เปิดอ้าออกไฟพุ่งเป็นลำพระเพลิงเข้าใส่ฝูงชนที่ยืนออรอลิฟท์อยู่โดยยังไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น
ไฟพุ่งจากข้างในลิฟท์เผาคนที่รอลิฟท์อยู่จำนวนหนึ่งรวมทั้งข้าราชการไทยทั้งสอง...
โดยสัญชาติญาณทั้งสองคนรีบหันหลังกลับและวิ่งหนีสุดชีวิต โชคดีที่คนหนึ่ง สะพายเป้ ไฟจึงไปไหม้อยู่ที่เป้ แต่อีกคนหลบไม่ทันไฟลุกติดที่แผ่นหลังและผม พร้อมๆกับเศษแก้วเศษกระจกแตกเกลื่อนกลาด ตกลงมาจากข้างบนเหมือนห่าฝนกลางโถงนั้นเอง และโชคร้ายที่เศษกระจกเจ้ากรรมชิ้นหนึ่งตกลงมาบาดที่เอ็นร้อยหวายข้อเท้าทำให้ข้าราชการผู้นั้นล้มลงทันที...
ในขณะที่พยายามพยุงตัวจะลุกขึ้น มีผู้เอาเสื้อนอกมาคลุมช่วยดับไฟที่ยังลุกติดให้ และบอกว่าให้ใส่เสื้อนอกไว้เลย ข้าราชการท่านนั้นยังรู้สึกขอบพระคุณชาวต่างประเทศผู้มีจิตใจงามผู้นั้นไม่หาย และพยายามจะลุกขึ้นแต่ก็ลุกไม่ได้ ในใจคิดว่าต้องตายแล้วอย่างแน่นอน ทันใดนั้นมีคนมาช่วยจับให้ลุกขึ้น และพยุงตัวให้เดิน... ไม่ใช่ใครอื่น... คือสามีของเธอซึ่งหลังจากมาส่งได้กลับมาช่วยภรรยาด้วยความรักและเป็นห่วง...
หนังสือพิมพ์ นิวยอร์คไทมส์ ได้ ลงปกหลังทั้งปกเล่าเรื่องของท่านผู้นี้เพราะเป็นผู้แทนการลงทุนจากมหามิตรประเทศหนึ่งของสหรัฐอเมริกา ซึ่งริชชี่ยังจำได้ติดตาเหมือนได้อ่านเมื่อวันวาน...ครอบครัวคนไทยอีกครอบครัวหนึ่งต้องติดอยู่ในที่เกิดเหตุหลังตึกถล่มลงมาเพราะคุณพ่อต้องกลับไปรับลูกสาวตัวน้อยที่เพิ่งไปส่งเข้าโรงเรียนและหลบภัยเข้าไปอยู่ในบ้านแถวๆนั้นอาศัยอาหารในตู้เย็นรับประทานไปสองสามวัน จนกระทั่งมีผู้เข้าไปช่วยชีวิตให้ออกมาได้...
https://encrypted-tbn0.gstatic.com/images?q=tbn:ANd9GcSfE6sMgRzKP4mu9Dkil0tVEPO46jd6EKQX8g&usqp=CAU
นี่คือดราม่าของจริงแห่งชีวิต...ถึงแม้จะมีคนไทยเสียชีวิตเพียงคนเดียว( เท่าที่ทราบ) บนร้านอาหาร Window of the World และมีปาฏิหาริย์ข้าราชการรอดมาได้หลายท่านจากเหตุการณ์นี้ ยี่สิบปีที่ผ่านมาย่อมแสดงให้เห็นเป็นอุทธาหรณ์สอนใจคนไทยให้มีสติไม่หวั่นไหวและเชื่อว่าประเทศของเรามีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่คอยปกป้องคนไทยและประเทศไทยเสมอมาซึ่งเกิดขึ้นในทุกกรณีที่มีการก่อการร้ายทุกครั้งทั้งในประเทศและต่างประเทศ
ขอจบลงด้วยคำทำนายของนอสตราดามุส เกี่ยวกับ Antichrist คนที่สามของโลก (ตามที่เขาเรียกขาน คนแรกคือ นโปเลียน คนที่สองคือ ฮิตเลอร์ คนที่สามคือ มาบุส ผู้ก่อสงครามโลกครั้งที่สามนาน 27 ปี )...
“ Mabus puis tost alors mourra. Viendra des gens et bestes, une horrible défaite. Puis tost à coup un vengeance en verra. Cet,main, soif, faim, quand courra la comete.” ... แปลเป็นไทยสั้นๆว่า
“ ในไม่ช้า “ มาบุส “ จะต้องตายและพ่ายแพ้อย่างน่าสยดสยอง ผู้คนและสัตว์จะล้มตายในการฆ่าล้างแค้นที่เต็มไปด้วยมือที่หิวกระหาย เมื่อดาวหางโคจรผ่านเข้ามาให้เห็น “
ดาวหาง Leonard จะส่องสุกสกาวบนท้องฟ้าใน วันที่ 12 เดือนธันวาคม 2021 นี้...!
ฤาเราจะเจอกับเหตุการณ์น่าสยองขวัญอีกครั้ง???
“ WE HAVE SOME PLANES” เสียงประกาศก้องเคบินผู้โดยสารการจี้เครื่องบินจากหัวหน้าทีมก่อการร้าย โมฮัมเหม็ด ฮัตตา จากห้องนักบิน...เที่ยวบิน AA 11...
โฆษณา