มีบัญชีอยู่แล้ว?
📱หลัง iPhone แต่ละรุ่นเปิดตัว หุ้น Apple ขึ้นเท่าไหร่ 🍏
เปิดตัวกันไปเป็นที่เรียบร้อยสำหรับไอโฟน 13 เมื่อคืนที่ผ่านมา โดยมีการอัพเกรดหลายอย่างด้วยกัน ตั้งแต่ กล้อง, ชิปประมวลผล, หน้าจอ และแบตเตอรี่ นอกจากนี้ Apple ยังเปิดตัวสินค้าอื่นๆด้วยเช่นกัน ตั้งแต่ New iPad Mini, iPad รุ่นอัพเกรด และ New Apple Watch อีกด้วย
ดังนั้น Beauty Investor จึงขอพาทุกท่านมาดูกันว่า แต่ละครั้งที่ Apple เปิดตัว iPhone รุ่นใหม่ หุ้น Apple ปรับตัวขึ้น/ลง มากน้อยแค่ไหนกันคะ
ก่อนอื่นเพื่อนๆคงสงสัยว่าทำไมเราต้องสนใจ iPhone เป็นพิเศษด้วยล่ะ ทั้งๆที่เค้าก็ขายอุปกรณ์อื่นๆมากมายใช่ไหมละคะ
คำตอบก็คือ รายได้หลักของ Apple มาจาก iPhone คะ เริ่มตั้งแต่การเปิดตัวครั้งแรกในปี 2007 โดย สตีฟ จ็อบส์ ไอโฟนได้กลายเป็นรายได้หลักของ Apple มาเป็นเวลากว่า 10 ปีแล้ว แม้ว่าสัดส่วนรายได้ของไอโฟนจะลดลงมาในช่วงปีหลังก็ตาม เนื่องจากทาง Apple เองก็ได้ออกผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายมากขึ้น เช่น Apple Watch, iPad และ Airpods รวมถึงบริการอย่าง iCloud และ Apple Music อีกด้วย
อย่างไรก็ตามถ้าเราไปดูสัดส่วนรายได้ในไตรมาสล่าสุด (Q3/21) ก็จะยังคงเห็นว่า รายได้จาก iPhone ยังคิดเป็นสัดส่วนถึง 48.6% ของรายได้ทั้งหมดอยู่ดี ดังนั้นก็คงหลีกเลี่ยงไม่ได้ว่าการเปิดตัว iPhone ในแต่ละรุ่นนั้นส่งผลต่อราคาหุ้นของ Apple มากที่สุด
2
ทีนี้ถ้าเรามาดูผลตอบแทนย้อนหลังของหุ้น Apple กันบ้างดีกว่าคะ โดยทาง Beauty Investor ทำมาให้ดูแบบ 1, 3 และ 6 เดือน เพราะเป็นช่วงเวลาที่คนน่าจะเปลี่ยนรุ่นโทรศัพท์มากที่สุด
1
ในภาพรวม 1 เดือนหลังไอโฟนเปิดตัว ผลตอบแทนจะออกมาค่อนข้างผสมผสานกันพอสมควร โดยผลตอบแทนเป็นบวก 8 ครั้ง และติดลบถึง 10 ครั้งด้วยกัน และถ้าเราไม่นับพวกรุ่นย่อยอย่าง iPhone SE และ iPhone XR ผลตอบแทนเป็นบวก 7 ครั้ง และติดลบ 8 ครั้ง
ในส่วนของผลตอบแทน 3 เดือนหลังวางจำหน่าย ผลตอบแทนเป็นบวก 10 ครั้ง และติดลบ 8 ครั้งด้วยกัน โดยครั้งที่ผลตอบแทนสูงสุดคือ การเปิดตัว iPhone 3GS ส่วนครั้งที่ผลตอบแทนต่ำสุดคือ การเปิดตัว iPhone 3G และถ้าเราไม่นับรุ่นย่อย ผลตอบแทนเป็นบวก 9 ครั้ง และติดลบ 6 ครั้งด้วยกัน
ส่วนผลตอบแทน 6 เดือนหลังวางจำหน่าย ผลตอบแทนเป็นบวกทั้งหมด 13 ครั้ง และติดลบเพียง 5 ครั้งเท่านั้น และถ้าไม่นับรุ่นย่อย ผลตอบแทนจะเป็นบวกถึง 11 ครั้ง และติดลบ 4 ครั้ง
ดังนั้นเราจะเห็นได้ว่าการถือหุ้นระยะยาวจะทำให้เรามีโอกาสได้ผลตอบแทนดีกว่าระยะสั้น เนื่องจากระยะสั้นๆนั้นเป็นการเล่นบน sentiment เท่านั้น แต่ระยะยาวราคาหุ้นจะขึ้นอยู่กับรายได้จริงๆมากกว่า ซึ่งกว่า Apple จะประกาศรายได้ก็จะเป็น 3 เดือน และ 6 เดือนหลังวางจำหน่ายไอโฟนไปแล้วนั่นเองคะ
ทีนี้สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างนึงคือ ถ้าเราลองดูผลตอบแทน 6 เดือนหลังวางจำหน่ายไอโฟน แล้วหักการเปิดตัวรุ่นย่อย และหักปีวิกฤติเศรษฐกิจ 2008 และสงครามการค้าในปี 2018 ออก เราจะพบว่าหลังวางจำหน่ายไป 6 เดือน หุ้น Apple ปรับตัวขึ้นถึง 11 ครั้ง และปรับตัวลงเพียง 2 ครั้งเท่านั้น
✅ ดังนั้นถือว่าในเหตุการณ์ปกติๆ และเป็นการเปิดตัวรุ่น Top นั้น หุ้นของ Apple มีโอกาสปรับตัวขึ้นในช่วง 6 เดือนสูงมากๆ และนิคกี้แอบกระซิบนิดนึงนะคะว่า ปีนี้ Apple สั่งผลิต iPhone13 มากขึ้นกว่าปีก่อนถึง 20% เลยทีเดียวคะ แสดงว่าทางบริษัทคาดว่า demand ปีนี้จะสูงกว่าปีก่อนเยอะมากๆ
1
📲 ทั้งนี้ในประเทศไทย iPhone 13 จะเปิดให้ preorder วันที่ 1 ตุลาคม และวางจำหน่าย 8 ตุลาคมนี้คะ (เร็วกว่าปีก่อนมาก) และวางจำหน่ายพร้อมกันทั้ง 4 รุ่น
1. iPhone 13 mini เริ่มต้นที่ 25,900
2. iPhone 13 เริ่มต้นที่ 29,900
3. iPhone 13 Pro เริ่มต้นที่ 38,900
4. iPhone 13 Pro Max เริ่มต้นที่ 42,900
1
🥰 เพื่อนๆเลือกรุ่นไหนกันคะ สามารถ comment มาคุยกันได้ หรือเลือกซื้อหุ้น Apple ก็บอกมาได้เช่นกันคะ
1
❤️ถ้าชอบ Content แบบนี้อย่าลืมกดติดตามเพจให้นิคกี้ด้วยนะค้า❤️
Source: Apple, Statista
#iPhone #iPhone13 #Apple #แอปเปิ้ล #ไอโฟน #ไอโฟน13 #เศรษฐกิจ #การเงิน #การลงทุน #กองทุน #หุ้น #สหรัฐฯ #จีน #ข่าว #สงครามการค้า #กองทุนรวม
    0986636714
    สนับสนุน10 เพชร