มีบัญชีอยู่แล้ว?
เกาหลีใต้จากประเทศที่เคยมีรายได้พอๆกับไทย เขาทำอย่างไรจึงทำให้ปัจจุบันมีรายได้เฉลี่ยมากกว่าคนไทยถึง 4 เท่า
ที่มา  H2 View South Korean hydrogen council to be launched this week
ย้อนไปเมื่อ 60 ปีที่แล้วคือปี ค.ศ. 1960 หรือ พ.ศ. 2503 ในช่วงเวลานั้นทั้งไทยและเกาหลีใต้ ต่างมีรายได้เฉลี่ยต่อคนที่ 440 บาท/เดือน ผ่านมาถึงปัจจุบันนี้คนเกาหลีใต้ มีรายได้เฉลี่ยเดือนละ 85,000 บาท ในขณะที่คนไทยมีรายได้เฉลี่ยอยู่ที่เดือนละ 20,000 บาท หรือ 4 เท่ากว่าๆ
เมื่อมามองดูเงื่อนไขของเกาหลีใต้ จะเห็นว่าหนักหนาสาหัสกว่าประเทศไทยมาก เป็นประเทศที่ถูกแบ่งแยกเป็นเหนือ-ใต้ เป็นประเทศที่เคยถูกจัดให้เป็นหนึ่งในประเทศยากจนในแถบประเทศเอเชียตะวันออก รวมถึงทรัพยากรก็แทบจะมีไม่มีอะไร ทำการเกษตรก็ได้เพียงปีละครั้ง เพราะมีหน้าหนาวที่แสนโหดร้าย แล้ว 60 ปีที่ผ่านมาเขาพัฒนาตัวเองขึ้นมาแซงไทยแทบทุกด้านได้อย่างไร
ในช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 ชาวเกาหลีในชนบทก็ล้วนแล้วแต่ทำการเกษตร แบบตามมีตามเกิด ซึ่งก็ไม่ต่างจากประเทศไทย ในยุคนั้นผลผลิตทางการเกษตรก็ต่ำมาก ทั้งยังต้องใช้แรงงานจำนวนมาก แล้วยังเป็นแรงงานที่มีคุณภาพต่ำอีกต่างหาก ใช้ทั้งเวลาที่นานและต้นทุนการผลิตที่สูงเมื่อเทียบกับผลผลิตที่ออกมา
ที่มา  Flickr 1960 Korean Street Life ~ Marketplace Near Seoul | Korean st… | Flickr
หลังจากที่แยกตัวมาเป็นประเทศเกาหลีใต้ในปี ค.ศ. 1950 หรือ พ.ศ. 2493 ก็ต้องพบกับปัญหาใหญ่ เพราะเกาหลีเหนือได้อุตสาหกรรมหนักไปเป็นส่วนใหญ่ ที่สร้างรายได้จำนวนมาก แต่เกาหลีใต้ ได้การเกษตรและการประมงมา ในสมัยนั้นการที่จะสร้างรายได้เข้าประเทศมากขึ้น ก็จะต้องพัฒนาอุตสาหกรรมการผลิตเพื่อใช้ในประเทศและส่งออกเพื่อสร้างรายได้
ณ ช่วงเวลานั้นค่าจ้างแรงงานของเกาหลีใต้ก็ไม่สูงเท่าไร เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆในภูมิภาคที่มีพื้นฐานใกล้เคียงกัน จึงทำให้เป็นฐานการผลิตที่ดึงดูดนักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนตั้งโรงงาน
อีกอย่างที่สำคัญคือเกาหลีใต้เป็นรัฐกันชนหรือหนังหน้าไฟ ระหว่างประเทศฝั่งประชาธิปไตยที่นำโดยสหรัฐอเมริกา กับฝั่งคอมมิวนิสต์ที่นำโดยโซเวียตและประเทศจีน ทำให้เกาหลีใต้ได้รับเงินลงทุนจากประเทศฝั่งประชาธิปไตยหลายชาติ
ที่มา CNN North Korea launches second ICBM missile
แต่ทว่าการเป็นประเทศที่เปิดรับเงินลงทุนจากต่างชาติ ก็จะทำให้มีสถานะเป็นเพียงประเทศผู้รับจ้างผลิตเท่านั้น เรื่องนี้เป็นสิ่งที่หลายประเทศพบกับปัญหานี้ ที่ทำให้ไม่สามารถขยายฐานรายได้เพิ่มขึ้นกว่าเดิมได้เท่าไร
ดังนั้นเกาหลีใต้จึงได้มียกระดับเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรม โดยการส่งเสริมกลุ่มธุรกิจยักษ์ใหญ่ เพราะจะได้สร้างรายได้เข้าประเทศได้เป็นจำนวนมาก ซึ่งเรียกกลุ่มธุรกิจนี้ว่า “กลุ่มแชโบล” เช่น SAMSUNG LG HYNDAI Lotte SK Group เป็นต้น
ในช่วงเวลานั้นเกาหลีใต้ก็เกิดความวุ่นวายทางการเมืองหลายต่อหลายครั้ง ทั้งการประท้วงทั้งการยึดอำนาจของทหาร แต่ทว่าในช่วงปี ค.ศ. 1960 รัฐบาลทหารของประธานาธิบดีปาร์ค จุง ฮี มีนโยบายในการส่งเสริมกลุ่มบริษัทขนาดใหญ่ ให้มีศักยภาพเพื่อไปแข่งขันกับต่างประเทศ โดยให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ ไม่ว่าเป็นการค้ำประกันเงินกู้ เอื้อกฎหมายให้สะดวกต่อการทำธุรกิจ และอีกหลายมาตรการ ทำให้เกาหลีใต้สามารถแข่งขันได้ในระดับสากล
ที่มา  The Korea Times Is South Korean President considering martial law?
โชคดีที่ยุคสมัยนั้นไม่มีโซเชียลเน็ตเวอร์คอย่างทุกวันนี้ ไม่งั้นรัฐบาลคงโดนแซะโดนโจมตีจนทำอะไรไม่ได้ เพราะมีผู้เสีบผลประโยชน์มากมายจากมาตรการของรัฐ ที่สำคัญมีผู้ได้รับผลประโยชน์เพียงไม่กี่กลุ่ม จึงทำให้กลุ่มธุรกิจเหล่านี้เติบโตขึ้นมาอย่างก้าวกระโดด ในระยะเวลาไม่กี่สิบปี
ในช่วงปี ค.ศ. 1960-1980 การส่งออกที่เคยอยู่ที่ 3% ของ GDP (ผลผลิตมวลรวม) กลายมาเป็น 35% ของ GDP ระยะเวลาเพียง 20 ปี มูลค่าการส่งออกของเกาหลีใต้โตขึ้นเกือบ 12 เท่า ทำให้รายได้ของเกาหลีใต้ หนีห่างประเทศไทยออกไปหลายเท่า ในช่วงนั้นประเทศไทยเราเองก็วุ่นวายอยู่กับการประท้วงการยึดอำนาจของเหล่าบรรดานายพลทหาร
ที่มา ThinkaboutWealth
ปัจจุบัน “กลุ่มแชโบล” มีการขยายอิทธิพลไปมากขึ้น ทั้งเรื่องอิทธิพลทางด้านการเมือง เศรษฐกิจ อิทธิผลต่อสังคมในประเทศ และอีกหลากหลายทาง จนกลายมาเป็นประเด็นว่า “กลุ่มแชโบล” มีอำนาจมากเกินไปหรือไม่ในสังคมคนเกาหลีใต้ ทั้งยังปิดกั้นการเติบโตของธุรกิจใหม่ๆ
ส่งผลให้คนในประเทศเกาหลีใต้มีการแข่งขันกันกันสูง เพื่อที่จะได้เข้าทำงานในบริษัทใหญ่ๆเหล่านี้ สร้างความกดดันให้กับเด็กๆนักเรียนนักศึกษา ทำให้เกิดระดับความเครียดที่สูงมาก ทำให้มีอัตราการฆ่าตัวตายที่สูงด้วย
1
ในปัจจุบันรูปแบบการดำเนินการของเกาหลีใต้ ว่ากันว่าประเทศจีนลอกเอาไปเต็มๆ โดยเริ่มจากการรับจ้างผลิตและพัฒนาสินค้าเป็นของตัวเอง จะเห็นได้ว่าประเทศจีนมีแบรนด์สินค้าระดับโลกมากมายเกิดขึ้นในช่วงเวลานี้ แต่จีนได้เปรียบตรงที่มีทั้งทรัพยากรธรรมชาติและทรัพยากรบุคคลมากกว่า และจีนยังเป็นลูกค้ารายใหญ่ของเกาหลีใต้ด้วย หากปล่อยเป็นแบบนี้อีกไม่นาน รายได้จากการส่งออกของเกาหลีใต้ต้องลดลงอย่างแน่นอน
ที่มา THiNKNET
รัฐบาลเกาหลีใต้รู้ตัวตั้งแต่ปี ค.ศ. 1990 แล้วว่ายังไงจีนก็เติบโต จึงทำให้เกิดนโยบายการส่งเสริมวัฒนธรรม ความเป็นเกาหลีให้ชาวโลกได้รับรู้ โดยเริ่มตั้งแต่ ค.ศ. 2000 เป็นต้นมา เป็นที่มาของละครและภาพยนตร์ของเกาหลี รวมถึงความร้อนแรงของ K-POP ที่กระจายไปทั่วโลก
ผู้คนทั่วโลกต่างรับรู้ในวิถีชีวิต อาหารการกิน สถานที่ต่างๆ และแบรนด์สินค้าต่างๆของเกาหลี ทำให้ความเป็นแบรนด์เกาหลีได้รับความนิยมการยอมรับและความเชื่อถือ
ช่วงที่ไปเยือนเกาหลีใต้
รัฐบาลเกาหลียังได้ส่งเสริมการพัฒนาด้านเทคโนโลยีมากขึ้นด้วย โดยมีการจัดสรรงบประมาณด้านการวิจัยและพัฒนาสูงถึง 1.8 ล้านล้านบาท/ปี (4% ของ GDP) หรือ 50% ของงบประมาณของประเทศไทย ด้วยผลของการส่งเสริมในเรื่องนี้เราจะพบว่ามีมหาเศรษฐีใหม่ในเกาหลีใต้ ที่มาจากธุรกิจทางด้านเทคโนโลยีหลายคน ที่สามารถแทรกกลุ่มธุรกิจแชโบลขึ้นมาได้
South Korea’s richest men include five billionaires whose net worth ranges from US$16.4 billion to US$3.1 billion. Photos: Handouts/Bloomberg via Getty Images/Hyundai Motor Group
แต่ทว่าในประเทศไทยกลับพบว่า มหาเศรษฐี 30 อันดับแรก ล้วนแล้วแต่มาจากอุตสาหกรรมเก่าแทบทั้งนั้น
แม้ว่าไทยและเกาหลีใต้ช่วงเริ่มต้นจะไม่ต่างกันมากนัก แต่ปัจจุบันเกาหลีใต้สามารถเปลี่ยนจากประเทศผู้รับจ้างผลิต กลายมาเป็นเจ้าของแบรนด์สินค้า มีนวัตรกรรมส่งออกไปขายทั่วโลก
ด้วยความได้เปรียบของไทยที่สูงกว่าในเรื่องของทรัพยากร วัฒนธรรมที่แข็งแกร่ง สามารถทำการเกษตรได้ทั้งปี มีทำเลที่ตั้งที่เหมาะสม เราสามารถเรียนรู้จากเกาหลีใต้ได้ และสามารถนำมาปรับใช้ได้กับคนไทย ในการสร้างแบรนด์สินค้า ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนา
มั่นใจมากๆว่ายังไงประเทศไทยก็สามารถก้าวไปเป็นผู้นำทางด้านเศรษฐกิจของโลกได้
ที่มา  StartUp in Thailand
อ้างอิง
Facebook ประธานเหมียว, ศึกษา "เกาหลีใต้" จากรายได้พอๆ กับไทย แต่ตอนนี้รวยกว่า 4 เท่า!!
สามารถติดตามข้อมูลแนวคิดทางการตลาดยุคใหม่ได้ที่
Instagram: Modernization Marketing (ยุคใหม่การตลาดของไทย)
Face Book Page: Thailand Modern Marketing
YouTube Channel: Modernization marketing (ยุคใหม่การตลาดของไทย)
ท่านที่สนใจลงทุนธุรกิจแฟรนไชส์ตู้กาแฟหยอดเหรียญ ที่สามารถขายแฟรนไชส์และมีรายได้จากการขยาย
สามารถสร้างรายได้ทั้งรายวันและรายสัปดาห์และรายเดือนได้
ติดต่อได้ที่
    พู่กันแต้มเลือด
    ล้าหลังเขาแล้วพี่ไทย
    • กำลังนิยมในบล็อกดิต
      เจอแล้ว สาว 34 ปี มือตัดเชือก พบเคยโทรป่วนสน.หลายครั้งจนตำรวจจำได้แม่น สาว 34 ปี มือตัดเชือกช่างทาสี พบเคยโทรป่วนตำรวจหลายครั้งจนจำได้แม่น และเมื่อคืนนี้ได้ขู่ฟ้องตำรวจขณะขอเข้าตรวจ และยังไม่ยอมไปให้ปากคำ
      ทำไม ต้องสีธรรมชาติ ? การย้อมสิ่งทอ ด้วยสีธรรมชาตินับเป็นภูมิปัญญาที่สืบทอดกันมาแต่ในอดีต สีย้อมสามารถหาได้จากวัสดุธรรมชาติที่มีอยูในท้องถิ่น เช่น วัตถุให้สีในธรรมชาติจากพืชได้มาจาก ดอก ใบ ผล เมล็ด แก่น เปลือก เหง้า ราก จากสัตว์ได้มาจากมูลสัตว์ ตัวสัตว์เอง หรือสารที่สัตว์นั้นผลิตออกมา นอกจากนี้ยังมีสีที่ได้จากธรรม ชาติอื่นๆ อีก เช่น จากดินลูกรัง จากโคลน จากหิน รวมถึงวัสดุเหลือทิ้งจากเปลือกผลมังคุด เปลือกเงาะ เปลือกผลทับทิม ฯลฯ สีธรรมชาติมีความปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แต่มีข้อจำกัดในเรื่อง ปริมาณของตัวสีในวัสดุให้สีมีน้อย ส่งผลให้ย้อมสีได้ไม่เข้ม เมื่อย้อมสิ่งทอไปแล้วสีซีดง่าย โดยเฉพาะเมื่อโดนแสง การย้อมในแต่ละครั้งให้สีที่ไม่เหมือนเดิม
      LinkedIn ยังถอดใจ กับท่าทีที่เปลี่ยนไปของรัฐบาลจีน มันเป็นเรื่องที่น่าสนใจอย่างมากสำหรับการประกาศถอนตัวจากตลาดประเทศจีนของบริการจากอเมริกาที่เหลือรอดอยู่เพียงหนึ่งเดียวอย่าง LinkedIn ที่ต้องเผชิญกับปัญหามากมายในข้อกำหนดด้านการปฏิบัติตามกฏระเบียบที่มากขึ้นในประเทศจีน
      มช.เดือด อาจารย์-นักศึกษาบุกพังประตูหอศิลป์ ร้องถูกละเมิดสิทธิ์ อาจารย์และนักศึกษา มช.บุกพังประตูรั้วหอศิลป์ เพื่อเข้าจัดงานด้านแสดงศิลปะประจำปี หลังจากถูกปิดกั้น ตัดน้ำ ตัดไฟ จนต้องไปแจ้งความดำเนินคดีกับมหาวิทยาลัยที่ละเมิดสิทธิ์ ขณะที่อาจารย์ทัศนัย ชี้นักศึกษากำลังถูกบีบบังคับให้ถอดใจ สิ่งนี้กำลังเกิดในมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ
      ดูทั้งหมด