20 ก.ย. 2021 เวลา 08:18 • ภาพยนตร์ & ซีรีส์
Cry Macho (2021)
หนังแบบนี้ ที่อยากดูในโรง
วัย 91 ก็ไม่อาจหยุดปู่คลิ้นท์ได้
ปีนี้เป็นปีที่ปู่คลิ้นท์ อีสต์วูด มีอายุเกิน 91 ปีไปแล้ว(เกิดเมื่อ 31 พฤษภาคม 1930) และจะเป็นปีที่มีหนังเรื่องใหม่จากการกำกับของปู่ออกฉาย แล้วก็กลับไปสู่ความเป็นหนัง western อารมณ์แบบคาวบอยตะวันตกอีกครั้ง แต่เป็นคาวบอยในยุคสมัยใหม่ นั่นก็คือ Cry Macho หนังลำดับที่ 39 จากการกำกับขอวงปู่(หากนับรวม Tightrope ที่ปู่กำกับร่วมกำกับแบบไม่เอาเครดิต Cry Macho ก็จะเป็นลำดับที่ 40) หนังร้างขึ้นมาจากนิยายในปี 1975 ของ เอ็น ริชาร์ด แนช เขียนบทโดย นิค เชนก์( Nick Schenk) นักเขียนบทที่มีงานเด่นๆ ร่วมกับปู่คลิ้นท์หลายเรื่อง อาทิ Gran Torino และ The Mule
เดิมทีเอ็น ริชาร์ด แนชเขียน Cry Macho เป็นบทหนังเอาไปเร่ข่ายใครก็ขายไม่ออก จนเอามาเขียนใหม่เป็นนิยาย ออกตีพิมพ์ในปี 1975 ได้รับคำชมมาก จากนั้นแกก็เอาบทไปเร่ขายอีกหน เรียกว่าอยากเห็น Cry Macho ถูกสร้างเป็นหนังมาก แต่แกก็เสียชีวิตไปก่อนในปี 2000 ไม่ทันเห็นผลงานที่รักเป็นหนังได้ตามหวัง
เนื้อเรื่องของ Cry Macho เป็นเรื่องของไมค์ ไมโลอดีตดาวดังนักขี่โรดิโอชาวเท็กซัสที่ต้องเกษียณตนเองหลังจากได้รับการบาดเจ็บที่หลังอย่างรุนแรง ต่อมาได้ถูกอดีตเจ้านายเก่าจ้างให้เขาเดินทางไปเม็กซิโกซิตี้เพื่อตามหาลูกชายวัย 13 ที่มีชื่อว่าราโฟกลับมาเท็กซัส ไมค์ตกลงรับงานและเดินทางไปเม็กซิโกซิตี้เขาพบกับเลต้าแม่ของราโฟ แล้วทราบว่าราโฟไปยุ่งเกี่ยวกับวงการพนันและอาชญากรรมการชนไก่ โดยเฉพาะกับไก่ชนตัวหนึ่งที่มีชื่อว่า Cry Macho เลต้าขัดขวางไม่ยอมให้ลูกชายกลับไปหาพ่อที่เท็กซัส ในขณะที่ตัวเด็กก็อยากจะไปอยู่กับพ่อ ส่วนไมค์ต้องเดินทางกลับแท็กซัสด้วยความผิดหวังเมื่อไม่สามารถพาเราโฟกลับไปด้วย แต่ไม่นานเขาก็พบว่าเด็กชายแอบติดรถของเขามาด้วย ในขณะที่พวกของแม่ก็พยายามขัดขวาง กลายเป็นการผจญภัยเพื่อข้ามแดนของสองคนต่างวัย
1
ปู่คลิ้นท์ยังเป็นยอดฝีมือสิงห์ปืนไวเช่นเดิม โดยปู่ควบตำแหน่งทั้งอำนวยการสร้าง กำกับ และแสดงนำ โดยใช้บทภาพยนตร์ของเอ็น ริชาร์ด แนช เป็นหลัก ให้นิค เชนก์เข้ามาแก้ไขให้ร่วมสมัย และยังใช้เวลาถ่ายทำเพียงแค่เดือนครึ่งก็ปิดกล้อง ใช้งบประมาณ 33 ล้านเหรียญ
การที่วอร์เนอร์ บราเธอร์สเลือกปล่อย Cry Macho ในโรงภาพยนตร์พร้อมกับปล่อยให้สตรีมมิ่งผ่าน HBO MAX นั้น ถึงกับทำให้กับนิตยสารฟอร์บส์ออกมาบอกว่านี่เป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาด เพราะเสน่ห์ของหนังเรื่องนี้คือ คลิ้นท์ อีสต์วูด (เรื่องนี้ปู่จะขี่ม้าในหนังหลังจากที่ไม่ได้เห็นอีกเลย นับถัดจาก Unforgiven) และวิธีการปล่อยหนังแบบนี้มันเป็นการทำลายเสน่ห์ มันทำให้ความรู้สึกที่จะได้ดูคลิ้นท์ อีสต์วูดบนหน้าจอภาพยนตร์ใหญ่ๆ ครั้งสุดท้ายหมดไป
โฆษณา