21 ก.ย. 2021 เวลา 11:55 • สุขภาพ
สิว
🍉For mild to moderate acne, first-line treatment options include a fixed combination of
(a) topical adapalene with topical benzoyl peroxide,
(b) topical tretinoin with topical clindamycin, or
(c) topical benzoyl peroxide with topical clindamycin
🍭For moderate to severe acne, first- line treatment options include (a) and (b) of those above, and:
a fixed combination of topical adapalene with topical benzoyl peroxide, plus either oral lymecycline or oral doxycycline
topical azelaic acid plus either oral lymecycline or oral doxycycline
🛑Topical or oral antibiotics should not be used as monotherapy or in combination with each other
🌗Review treatment response at 12 weeks; options that include an antibiotic (topical or oral) should be continued for more than 6 months only in exceptional circumstances
🏥Consider referral to a consultant dermatologist-led team if moderate to severe acne has failed to respond to a 12-week course of treatment that includes an oral antibiotic or if mild to moderate acne has failed to respond adequately to two different 12-week courses of treatment
.
.
🎈Management of acne vulgaris: summary of NICE guidance
(Published 20 September 2021)
.
🎈Acne vulgaris: management
NICE guideline [NG198]Published: 25 June 2021
Antibiotics for acne
การใช้ยาปฏิชีวนะในการรักษาสิว
โดย พญ.อมรรัตน์ นามะสนธิ
อ.นพ.นพดล วัชระชัยสุรพล
ภาควิชาเภสัชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
สิวเป็นโรคผิวหนังที่พบบ่อยในวัยรุ่นและวัยหนุ่มสาวเนื่องจากเป็นวัยที่มีการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายโดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงทางฮอร์โมน เป็นสาเหตุให้ต่อมไขมันบริเวณใบหน้า หนังศีรษะ หน้าอกและแผ่นหลังผลิตไขมันมากขึ้น ร่วมกับมีการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียก่อโรคมากขึ้น (Cutibacterium acnes หรือชื่อเดิม Propionibacterium acnes)
ภาวะดังกล่าวส่งผลกระตุ้นให้เซลล์ผิวหนังบริเวณรูขุมขนมีการแบ่งตัวมากผิดปกติ ทำให้เกิดการอุดตันและกระตุ้นให้เกิดการอักเสบ
ยาที่ใช้ในการรักษาสิวเป็นยาที่ออกฤทธิ์ยับยั้งกลไกการเกิดสิวดังที่ได้กล่าวมาข้างต้น ได้แก่ยาปฏิชีวนะและยากลุ่มอื่นๆ เช่น กรดซาลิไซลิก (Salicylic acid) ลดการแบ่งตัวของผิวหนังบริเวณรูขุมขน เบนโซอิลเปอร์ออกไซด์ (Benzoyl Peroxide) ออกฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรียและลดการแบ่งตัวของผิวหนังบริเวณรูขุมขน ยาทากลุ่มอนุพันธ์วิตามินเอ (Tretinoin) และยารับประทานกลุ่มอนุพันธ์วิตามินเอ (Isotretinoin) ลดการผลิตไขมันจากต่อมไขมันร่วมกับกลไกอื่นๆในการรักษาสิว
ยาปฏิชีวนะที่ใช้ในการรักษาสิวหวังผลในการฆ่าเชื้อแบคทีเรียก่อโรคซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการเกิดสิว รูปแบบของยาปฏิชีวนะที่ใช้ในการรักษาสิวมี 2 รูปแบบคือยาทาภายนอกและยารับประทาน
ปัจจุบันมีการจำหน่ายยาที่ใช้ในการรักษาสิวอย่างแพร่หลายทั่วไป มีการรายงานพบเชื้อแบคทีเรียก่อโรคสิวดื้อต่อยาปฏิชีวนะที่ใช้ในการรักษา สาเหตุสำคัญของการดื้อยาเกิดจากการใช้ยาปฏิชีวนะชนิดทาอย่างเดียวในการรักษาติดตอกันนานเกิน 3-4 สัปดาห ดังนั้นจึงควรใช้ยาปฏิชีวนะชนิดทาร่วมกับยาเบนโซอิลเปอร์ออกไซด์เพื่อลดความเสี่ยงของการดื้อยา
ข้อบ่งชี้ในการใช้ยาปฏิชีวนะรักษาสิว
1. การใช้ยาปฏิชีวนะชนิดทา
• สิวเล็กน้อย*
• สิวปานกลาง**
2. การใช้ยาปฏิชีวนะชนิดรับประทาน
• สิวปานกลาง**
• สิวรุนแรง***
หมายเหตุ
*สิวเล็กน้อย หมายถึง สิวไม่อักเสบเป็นส่วนใหญ่ หรือ มีสิวอักเสบตุ่มหนองขนาดเล็กไม่เกิน 10 จุด
**สิวปานกลาง หมายถึง มีสิวอักเสบตุ่มหนองขนาดเล็กเกิน 10 จุดและ/หรือ ตุ่มนูนแดงขนาดใหญ่ น้อยกว่า 5 จุด
***สิวรุนแรง หมายถึง มีสิวอักเสบ ตุ่มแดงหรือตุ่มหนองจำนวนมากผสมกับสิวชนิดอื่นๆเกือบทั้งใบหน้า โดยมีตุ่มนูนแดงขนาดใหญ่หรือซีสต์ มากกว่า 5 จุด
ยาปฏิชีวนะชนิดทา
ยาคลินดามัยซิน (Clindamycin) และยาอิริโทรมัยซิน (Erythromycin) เป็นยาที่นิยมนำมาใช้ในการรักษาสิวเนื่องจากออกฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย Cutibacterium acnes ได้ดีและช่วยลดการอักเสบของสิว อย่างไรก็ดีมีการรายงานว่าเชื้อแบคทีเรียสามารถดื้อต่อยาดังกล่าวได้ รูปแบบยาบางตำรับจึงมีการผสมยาคลินดามัยซินกับยาเบนโซอิลเปอร์ออกไซด์ไว้ในหลอดเดียวกัน
รูปแบบของยา
ยาอิริโทรมัยซิน ได้แก่ เจลหรือยาน้ำใส (1-2% erythromycin base solution หรือ 2-4% erythromycin gel)
ยาคลินดามัยซิน ได้แก่ เจลหรือยาน้ำใส (1% clindamycin phosphate lotion หรือ gel)
ยาคลินดามัยซินผสมเบนโซอิลเปอร์ออกไซด์ในรูปแบบเจล
วิธีการใช้ยา
ทาลงบนสิวที่อักเสบเท่านั้น โดยใชปลายนิ้วมือแตม 2-3 ครั้งต่อวัน
ผลข้างเคียงของยา
ระคายเคืองผิว แดง คัน แสบร้อน ผิวแห้งลอก
ยาปฏิชีวนะชนิดรับประทาน
ยาปฏิชีวนะในกลุ่ม เตตตร้าไซคลิน (tetracycline), ดอกซีไซคลิน (doxycycline) ถูกนำมาใช้ในการรักษาสิวชนิดรุนแรง มีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อแบคทีเรียและลดการอักเสบ แต่ไม่สามารถลดการผลิตน้ำมันของต่อมไขมันได้ จึงจำเป็นต้องใช้ยาปฏิชีวนะร่วมกับยารักษาสิวกลุ่มอื่นๆและใช้ระยะเวลาหลายสัปดาห์ในการรักษาเพื่อก่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
ดอกซีไซคลิน (doxycycline)
ขนาดยา
รับประทานครั้งละ 50-100 มิลลิกรัม 2 ครั้งต่อวัน ผู้ที่รับประทานยานี้ควรไปพบแพทย์ตามนัดอย่างสม่ำเสมอเพื่อประเมินผลการรักษา
วิธีการรับประทานยา
สามารถรับประทานยาพร้อมมื้ออาหารได้โดยไม่รบกวนการดูดซึมของยา ไม่ควรรับประทานพร้อมกับยาลดกรด ธาตุเหล็ก แคลเซียม เนื่องจากจะทำให้ประสิทธิภาพของยาต่ำลง ควรเว้นระยะเวลา 2 ชั่วโมงหลังรับประทานยาดังกล่าว
รูปแบบของยา
ยาเม็ดหรือยาแคปซูลขนาด 100 มิลลิกรัม
ผลข้างเคียงของยา
คล้ายคลึงกับผลข้างเคียงของยา เตตตร้าซัยคลิน เนื่องจากเป็นยากลุ่มเดียวกัน แต่อาจพิจารณาใช้ในผู้ป่วยโรคไต หญิงตั้งครรภ์ หรือเด็กอายุน้อยกว่า 12 ปี หากใช้ยาในระยะสั้น (ขึ้นกับดุลยพินิจของแพทย์ผู้รักษา)
แหล่งอ้างอิง
-สมาคมโรคผิวหนังแห่งประเทศไทย. 2553. แนวทางการดูแลรักษาโรค Acne. [ระบบออนไลน์]. แหล่งที่มา http://www.dst.or.th/files_news/Acne_2010.pdf (9 มกราคม 2562).
-สมาคมโรคผิวหนังแห่งประเทศไทย. 2555. สิว : DERMATOLOGICAL SOCIETY OF THAILAND [ระบบออนไลน์]. แหล่งที่มา https://www.dst.or.th/html/index.php?op=article-detail&id=1136&csid=16&cid=23 (9 มกราคม 2562).
-สมาคมโรคผิวหนังแห่งประเทศไทย. 2555. สิว : DERMATOLOGICAL SOCIETY OF THAILAND [ระบบออนไลน์]. แหล่งที่มา https://www.dst.or.th/html/index.php?op=article-detail&id=1136&csid=16&cid=23 (9 มกราคม 2562).
- Fda.gov. 2019. Topical Acne Products Can Cause Dangerous Side Effects. [online] Available at: https://www.fda.gov/ForConsumers/ConsumerUpdates/ucm402441.htm [Accessed 9 Jan. 2019].
-Wolff K, Goldsmith L, Katz S, Gilchrest B, Paller AS, Leffell D. Fitzpatrick's Dermatology in General Medicine, 8th Edition. New York: McGraw-Hill, 2011.
สถาบันโรคผิวหนัง เตือนหญิงตั้งครรภ์พึงระวังครีมและยาที่ควรหลีกเลี่ยง โดยเฉพาะในช่วง 3 เดือนแรก มักพบปัญหาเกี่ยวกับการเปลี่ยนฮอร์โมน ประกอบกับผิวหนังมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ก่อนเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ใดๆ แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ หรือเภสัชกร เพื่อความปลอดภัยของมารดาและทารกในครรภ์
เมื่อคนไข้กินยารักษาสิว Isotreinoin ในระหว่างตั้งครรภ์สามเดือนแรก หมอจะต้องพูดถึงโอกาสได้ทารกพิการ และจะต้องเสนอทางเลือกทำแท้งให้เป็นทางเลือกทางหนึ่ง
สิวจากการใส่หน้ากากอนามัย “Maskne” แนะนำให้ทำ Regular Mask breaks ประมาณทุก 1 ชั่วโมง เพื่อลดความชื้นสะสม และแรงกด ที่เป็นหนึ่งในสาเหตุของการเกิดสิว แต่ก็อาจต้องมีคำแนะนำ และบริเวณเฉพาะให้ เพื่อไม่เกิดความเสี่ยงการติดเชื้อ
➡️รายละเอียดเพิ่มเติม
ว่าด้วยเรื่องของ “สิว” จากหน้ากากอนามัย “Maskne” https://raynus.wordpress.com/2021/06/19/maskne/
.
Mask related acne (“maskne”) and other facial dermatoses | The BMJ
โรคฮิตในปัจจุบันของผู้ที่สวมหน้ากากอนามัยเป็นประจำทุกวัน ก็คือ MASKNE สิวที่เกิดจากการสวมหน้ากาก ไม่ว่าจะเปลี่ยนเป็นหน้ากากชนิดไหน สิวก็ยังตามมาราวี จำเราจะต้องจัดการกับสิวหน้ากากเป็นการด่วน
.
ไปร้านยาเดินเข้าไปในซุ้มเครื่องสำอางค์ ดูฉลากที่มีส่วนผสมของ ZINC OXIDE ซื้อมาทาวันละครั้ง สิวก็จะค่อยๆยุบลง หน้าจะค่อยๆดูดีขึ้น
.
สำหรับคนที่งบสูงขึ้นมาหน่อย ก็มองหาเครื่องสำอางค์ที่มีส่วนผสมของ CERAMIDE ซึ่งปัจจุบันก็มีอยู่มากมายหลายยี่ห้อ ตั้งแต่ถูกยันแพง ส่วนแพงกว่าก็เป็นครีมหรือโลชั่นที่มีส่วนผสมของ HYALURONIC หรือ DIMETHICONE ซึ่งเห็นอยู่ในบางยี่ห้อ ทาเป็นประจำวันละครั้ง
.
ส่วนผู้ที่เป็นสิวอักเสบมากหน่อย ก็สามารถใช้ยารักษาสิวที่มีส่วนผสมของ benzoyl peroxide หรือ salicylic acid หรือ retinol ได้เช่นกัน
แพ้หน้ากากอนามัย สิวขึ้น หน้าลอก ต้องทำอย่างไร
😇สิวที่หัว หรือสิวที่หนังศีรษะ (Scalp acne) คือการอักเสบของรูขุมขน และต่อมไขมันที่บริเวณหนังศีรษะ สิวบริเวณนี้มักมาด้วยอาการเป็นตุ่มสิวขึ้นที่หัว คัน เจ็บ ถ้ามีการติดเชื้อแทรกซ้อน ก็อาจพบตุ่มหนองร่วมด้วยได้ สิวที่หัวพบได้ค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับสิวที่ใบหน้า และสิวที่ลำตัว โดยส่วนใหญ่มักพบสิวขึ้นเยอะในช่วงวัยรุ่น
😝ปัจจัยที่ทำให้หนังศีรษะเป็นสิวคือ:
การสะสมของเหงื่อไคล การสะสมของขี้ไคล หรือไขมันผิวหนังที่อุดตันรูขุมขน
สารตกค้างจากผลิตภัณฑ์แต่งผมที่สะสมอยู่ เช่น เจลใส่ผม สเปรย์ฉีดผม ไขมันจากหนังศีรษะ หรือทรีทเม้นท์แบบไม่ต้องล้างออก
การสระผมไม่สะอาดเพียงพอหรือไม่บ่อยพอ
การใส่หมวกหรือผ้าคลุมผมต่อเนื่อง ทำให้หนังศีรษะระบายอากาศไม่ดีพอ
🤯ควรใช้ยาสระผมที่มีส่วนผสมของ ซิงค์ไพริไทออน (zinc pyrithione) สารตัวนี้จะช่วยในเรื่องของการลดจำนวนเชื้อแบคทีเรีย ยีสต์ และฆ่าเชื้อ
ในรายที่มีอาการคันมาก ควรใช้พวกแชมพูขจัดรังแคที่มีส่วนผสมของ ketoconazole
ไม่ควรใช้ยาสระผมที่ไม่มีส่วนผสมของ SLS (Sodium Lauryl Sulfate)
ควรสระผมในตอนเช้า แต่ถ้าจำเป็นต้องสระตอนเย็นให้เว้นระยะสระก่อนนอนสัก 3 ชม. ป้องกันความชื้นจากหนังศรีษะที่ก่อให้เกิดเชื้อราและแบคทีเรีย
หลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีที่หนังศรีษะ เช่น น้ำยายืดผม ยาเปลี่ยนสีผม
ห้ามใช้ Benzoyl peroxide หรือที่เราเรียกกันว่า BP หรือ Becazc ยาตัวนี้ช่วยเรื่องสิวได้จริงแต่แค่กับหน้าเท่านั้น ถ้าใช้กับหัวจะทำให้ผมกลายเป็นสีขาว
POSTED 2021.09.21
UPDATED 2021.10.11
โฆษณา