26 ก.ย. 2021 เวลา 13:09 • หนังสือ
เพราะโลกนี้มีคนแบบเรา...แค่คนเดียว
1
1.
ประโยคหนึ่งในหนังสือชื่อ The ONE Thing หนังสือระดับ New York Times Bestseller เมื่อหลายปีก่อน (ปัจจุบันมีแปลไทยแล้วในชื่อ "ได้ทุกสิ่งด้วยสิ่งเดียว") เขียนเอาไว้ว่า "Ignoring all the thing you could do
4
and doing what you should do." แปลเป็นไทยว่า เลิกสนใจว่าเรา "ทำอะไรได้" แล้วใส่ใจในสิ่งที่เรา "ควรทำ"
2
ภาพถ่ายโดย Anna Shvets จาก Pexels
สิ่งที่ผมชอบในประโยคนี้ก็คือ มันแสดงให้เห็นถึงปัญหาของคนยุคนี้ เพราะในหนึ่งวันมีสิ่งที่ผ่านเข้ามาให้ต้องคิด มากกว่าที่ผ่านเข้ามาทั้งชีวิตของบรรพบุรุษเราเมื่อหลายร้อยปีก่อนเสียอีก
ยุคก่อน เราไม่มีอะไรดี ๆ จะกิน แต่ยุคนี้ เราไม่รู้จะกินอะไรดี ยุคก่อน เราไม่ค่อยได้รู้ข่าวคราวของคนไกล แต่ยุคนี้ เรารู้ข่าวคราวของคนไกลมากกว่าคนใกล้ตัวเสียอีก
ทั้งหมดทั้งปวงทำให้เราจมอยู่ในข้อมูลที่ไหลทะลักราวเขื่อนแตก แถมด้วยสังคมที่พยายามผลักหลังให้เรา "ต้องเก่งทุกด้าน" ต้องเก่งงาน ต้องเก่งคน ต้องเก่งลงทุน เราจึงพยายามทำนู่นนั่นนี่เต็มไปหมด หวังจะเก่งให้ได้ทุกเรื่อง แต่กลับลืมถามตัวเองว่า
3
"แล้วอะไรล่ะคือสิ่งที่เราควรทำ?"
2
2.
อีกประโยคที่ผมชอบมากในหนังสือเล่มนี้ เขาเขียนไว้ว่า บริษัทที่ประสบความสำเร็จ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำเร็จในระดับโลก บริษัทนั้นจะเฝ้าถามตัวเองอยู่เสมอว่า "What's Our ONE Thing?"
1
อะไรคือ "หนึ่งเดียว" ของเรา? อะไรคือ "ภารกิจหนึ่งเดียว" ของเรา? อะไรคือ "สินค้าหรือบริการหนึ่งเดียว" ของเรา?
คำพูดนี้สอดคล้องกับเมื่อตอนที่ผมไปบรรยายให้หลายบริษัท บริษัทสมัยก่อน มีสินค้าหลายสิบประเภทใต้แบรนด์เดียวกัน แต่บริษัทยุคนี้ต้องมีเพียง "สินค้าหนึ่งเดียว" ที่ผู้คนจดจำ สินค้าตัวอื่น ๆ เป็นเพียงองค์ประกอบ แอปเปิ้ลคือตัวอย่างบริษัทที่ชัดเจนมาก ...พูดง่าย ๆ ว่าหมดยุค "จับฉ่าย ฉันทำได้ทุกอย่าง" แล้ว
ไม่ใช่แต่เพียงบริษัท แต่ผมคิดว่า "บุคคล" อย่างเรา ก็ถามตัวเองได้เช่นกันว่า "What's Our ONE Thing?"
อะไรคือ "ความสามารถหนึ่งเดียว" ของเรา?
1
3.
อย่างผมเอง ถึงแม้จะเคยทำมาหลากหลายอาชีพ แต่เมื่อถอดรหัสดู ก็พบว่าแทบทุกอาชีพ ผมใช้ "ความสามารถด้านการเขียน" แม้ในเวลาต่อมาจะมีงานพูดมากกว่างานเขียน แต่ที่ผมพูดได้ ก็เพราะ "เขียนบทพูด" ได้นั่นเอง ...ความสามารถด้านการเขียน จึงคือ The ONE Thing ของผม ยิ่งเขียน ยิ่งฝึก ยิ่งเก่ง ยิ่งง่าย ยิ่งทำเงิน
1
เพราะฉะนั้นคำถามสำคัญก็คือ แล้วอะไรล่ะที่เป็น The ONE Thing ของเรา?
เลิกสนใจว่า "ฉันทำอะไรได้บ้าง?" แล้วใส่ใจในสิ่งที่เรา "ควรทำ" และ "ทำมันได้ดี" ผมคิดว่าสิ่งนี้นี่แหละที่สำคัญ
จอมยุทธย่อมมีท่าไม้ตายหนึ่งท่วงท่า ยอดมนุษย์ในหนังยังมีความสามารถพิเศษคนละหนึ่งอย่าง หา The ONE Thing ของเราให้เจอ แล้วเราจะเป็น The ONE and Only
2
เพราะโลกนี้มีคนแบบเรา...แค่คนเดียว
4.
สมมติว่าถ้าโลกนี้มีคนอยู่แค่ 100 คนเท่านั้น สิ่งที่เราจะพบก็คือ...
1
80 คน คือคนที่ไม่เคยลงมือทำอะไรใหม่ ๆ เขาแค่คิดว่าน่าจะทำไม่ได้หรอก ก็เลยไม่ทำ งั้นทำตาม ๆ กันไปดีกว่า
1
15 คน คือคนที่ลงมือทำอะไรใหม่ ๆ แต่สุดท้ายก็ทำไม่ทน เจอปัญหานิดหน่อยก็ยอมแพ้ บอกว่าล้มเหลว ทั้งที่จริงคือล้มเลิก เป็นลูกสมุนกีกี้ในหนังไอ้มดแดง โดนเตะทีเดียวตายง่ายเหลือเกิน
ส่วน 5 คนที่เหลือ คือคนที่กล้าลงมือทำอะไรใหม่ ๆ เขาไม่แน่ใจ เต็มไปด้วยความสงสัยเหมือนกับคน 80 คน แต่ก็ลงมือทำ...ทำทั้ง ๆ ที่กลัว เขาเจอปัญหาเหมือนกับคน 15 คน เพียงแต่ไม่ยอมแพ้ เขาคิดว่าอีกนิดนึงเท่านั้น ชัยชนะอยู่หลังประตูบานนั้นแล้ว...และแล้วเขาก็ทำได้สำเร็จ
80-15-5 สัดส่วนมักเป็นแบบนี้ กฎค่าเฉลี่ยทำงานเที่ยงตรง โลกนี้จึงมีผู้นำน้อยกว่าผู้ตาม ถ้าอยากเป็นผู้นำ จึงต้องยอมรับเลยว่าฉันจะต้องเป็นคนส่วนน้อย ฉันจะต้องเจองานหนัก อุปสรรคยาก ๆ ต้องมาแน่
2
เพียงแต่อย่าได้ขอให้ปัญหาเล็กลงเรื่อย ๆ เพราะนั่นไม่ใช่วิสัยของผู้นำ แต่จงขอให้ความสามารถของเรานั้นใหญ่กว่าปัญหา
1
เพราะนั่นแหละคือคน 5% คนเป็นผู้นำที่แท้จริง
5.
ถ้าอยากประสบความสำเร็จ "จงอย่าทำแบบที่คนส่วนใหญ่คิด พูด ทำ" เพราะถนนสายหลักที่ผู้คนมุ่งตรงไปนั้น มักไม่ใช่ถนนสู่ความสำเร็จเลยสักนิด และเราไม่ควรพาชีวิตไปบนถนนสายนั้น
1
ถามว่าคนส่วนใหญ่คิดอะไร? ตอบว่าคนส่วนใหญ่คิดลบ หมกหมุ่นอดีต เฝ้าคิดถึงคนที่เกลียด คิดสั้นแค่วันต่อวัน คิดถึงประโยชน์ตัวเองมากเกินไป คิดมาก กังวลไปหมดทุกอย่าง ว้าวุ่นทั้งวัน คิดเล็กคิดน้อย คิดพยาบาทอาฆาต ไม่คิดให้อภัย
ถามว่าคนส่วนใหญ่พูดอะไร? คนส่วนใหญ่พูดจาไร้สาระ ส่อเสียด นินทาว่าร้าย พูดตำหนิติเตียนคนอื่น แต่ไม่พูดถึงข้อเสียของตัวเอง พูดแต่เรื่องลบ ๆ บ้างก็พูดโกหก พูดไม่จริง ใส่ความคนอื่น
ถามว่าคนส่วนใหญ่ทำอะไร? คนส่วนใหญ่ทำเหมือน ๆ กัน ตาม ๆ กันมา ทำอะไรก็ได้ที่ปลอดภัยไว้ก่อน ไม่กล้าเสี่ยง ไหลไปตามกระแสแฟชั่น รักสนุก ชอบความสุขเฉพาะหน้า ความอดทนต่ำ ตัดสินใจช้า แต่เปลี่ยนใจเร็ว
ลองหมั่นสังเกตดูว่า ตอนนี้เรากำลังทำตัวเหมือนที่คนส่วนใหญ่ทำกันหรือเปล่า? ผมเองก็ใช้วิธีนี้สำรวจตัวเองอยู่บ่อย ๆ เมื่อเห็นว่าตัวเองเริ่มหย่อนยาน กลายเป็นใช้วิถีชีวิตแบบคนส่วนใหญ่ ก็จะปรามตัวเองให้ออกจากกระแสนั้น ...ทำได้บ้าง ยังทำไม่ได้บ้าง แต่ก็ดีขึ้นในทุกวัน
1
หาหนึ่งสิ่งของเราให้เจอ ใส่ใจในสิ่งที่ควรทำ ตั้งใจทำให้ดี อย่าสะเปะสะไปเรื่อย และอย่าทำแบบที่คนส่วนใหญ่คิด พูด หรือทำ เพราะนอกจากจะไม่แตกต่าง ไม่เป็นหนึ่งสิ่งที่โดดเด่นแล้ว ยังค่อย ๆ พาให้เราไปอยู่บนถนนที่ไม่ประสบพบกับความสำเร็จเสียด้วยสิ.
2
โฆษณา