มีบัญชีอยู่แล้ว?
เราตัดสินความคิดคนอื่นว่า 'ผิด' เพียงเพราะเขา (คิด) ไม่เหมือนเรา?
1
ก่อนหน้านี้ผมได้ดูซีรีส์เรื่อง Midnight Mass ทาง Netflix และมาสะดุดกับเนื้อเรื่องที่ตัวละครในเรื่องเล่าถึงคุณหมอท่านหนึ่งที่ชื่อว่า Dr.Ignaz Semmelweis ซึ่งเขาคนนี้เคยมีตัวตนอยู่จริงๆ ในช่วงศตรวรรษที่ 19
โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อปี 1846 ที่กรุงเวียนนา
คุณหมอหนุ่มท่านนี้ได้รับมอบหมายให้เข้ามาหาเหตุผลของการเสียชีวิตของผู้หญิงจำนวนมากจากการติดเชื้อระหว่างคลอด (Puerperal Fever) หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า Childbed Fever ในแผนกสูตินรีเวชที่ General Hospital ณ กรุงเวียนนา
โดยในโรงพยาบาลแห่งนี้มีวอร์ดสูตินรีเวชอยู่สองวอร์ดด้วยกันคือ
1
1) วอร์ดสูตินรีเวช ที่ดูแลโดยคุณหมอที่เป็นผู้ชายทั้งหมด มีตั้งแต่อาจารย์แพทย์ไปจนถึงนักศึกษาแพทย์
2) วอร์ดสูตินรีเวช ที่ดูแลโดยนางพยาบาลผดุงครรภ์ซึ่งเป็นผู้หญิงทั้งหมด
2
Dr.Semmelweis เริ่มทำการเก็บข้อมูล แล้วก็ได้ไปพบเรื่องที่ทำให้เขาต้องประหลาดใจเป็นอย่างมาก เพราะอัตราการเสียชีวิตของวอร์ดที่ดูแลโดยคุณ​หมอผู้ชาย มีอัตราการเสียชีวิตของคนไข้สูงกว่าวอร์ดที่ดูแลโดยนางพยาบาลผดุงครรภ์ถึง 5 เท่า
Dr.Semmelweis ก็ได้นำปัจจัยต่างๆ ของทั้งสองวอร์ดมาเปรียบเทียบกัน โดยค่อยๆ ตัดความเป็นไปได้ลงไปทีละสมมติฐาน
สมมติฐานแรก ความแตกต่างที่เห็นได้ชัดเลยคือ ในวอร์ดของหมอผู้ชาย คุณแม่คลอดในท่านอนหงาย แต่ในวอร์ดของนางพยาบาลผดุงครรภ์ คุณแม่จะคลอดในท่านอนตะแคง
ทาง Dr.Semmelweis เลยลองให้คุณแม่ในวอร์ดของหมอผู้ชายนอนตะแคงบ้าง ผลปรากฏว่าไม่มีอะไรแตกต่างกัน สมมติฐานข้อนี้จึงตกไป
สมมติฐานที่สองคือ เวลามีใครเสียชีวิตจาก Childbed Fever จะมีบาทหลวงเดินเข้ามาอย่างช้าๆ ผ่านไปที่เตียงของคนไข้ที่อยู่ในวอร์ด พร้อมผู้ช่วยที่คอยสั่นกระดิ่ง เขาเลยตั้งสมมติฐานขึ้นมาว่า หรือเป็นเพราะเสียงกระดิ่ง ทำให้ผู้หญิงที่ยังมีชีวิตอยู่เกิดกลัวขึ้นมาเลยทำให้เสียขวัญจนกระทั่งป่วยและเสียชีวิตตามไปด้วย?
1
คุณหมอเลยให้บาทหลวงลองเปลี่ยนเส้นทางการเดินและไม่ให้ใช้กระดิ่ง ผลปรากฏว่าไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไร ดังนั้นสมมติฐานนี้จึงตกไปเช่นเดียวกัน
จนมาถึงตอนนี้ เขาก็เริ่มที่จะหัวเสียมากๆ แล้ว เพราะหาสาเหตุของการเสียชีวิตไม่ได้สักที ในระหว่างนั้นเองเพื่อนของเขาซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านพยาธิวิทยาก็ได้ป่วยและเสียชีวิตลง
1
ทำให้ Dr.Semmelweis ตัดสินใจเข้าไปศึกษาการเสียชีวิตของเพื่อนคนนี้ แล้วก็พบว่าอาการต่างๆ นั้นเหมือนกับการเสียชีวิตจากการติดเชื้อระหว่างคลอดเลย ดังนั้น Childbed Fever จึงไม่ได้เกิดขึ้นได้แต่กับคุณแม่ที่กำลังจะคลอดเท่านั้น แต่เกิดได้กับคนอื่นๆ ในโรงพยาบาลเช่นกัน
1
แต่ก็ยังมีคำถามที่ใหญ่มากๆ อยู่นั่นคือ “ทำไมมีคนเสียชีวิตจากวอร์ดที่ดูแลโดยหมอผู้ชาย มากกว่าวอร์ดที่ดูแลโดยพยาบาลผดุงครรภ์?”
Dr.Semmelweis ก็ได้ตั้งข้อสังเกตอีกข้อว่า คุณหมอผู้ชายจะต้องทำอีกหน้าที่หนึ่งคือการชันสูตรศพด้วย ในขณะที่นางพยาบาลผดุงครรภ์ไม่ต้องทำ
เขาเลยตั้งสมมติฐานว่าตอนที่หมอชันสูตรพลิกศพ ชิ้นส่วนเล็กๆ จากศพอาจจะติดมือของหมอมา แล้วเมื่อมาทำคลอดผู้หญิงต่อ ชิ้นส่วนเล็กๆ เหล่านั้นอาจจะหลุดเข้าไปในช่องคลอด แล้วทำให้ผู้หญิงเหล่านั้นป่วยและเสียชีวิตในที่สุด
4
ด้วยความสงสัยเขาเลยสั่งให้เปลี่ยนกระบวนการล้างมือและเครื่องมือของทุกคนใหม่ โดยจะไม่ล้างแค่สบู่อย่างเดียว แต่จะล้างด้วยสารละลายคลอรีน
1
ในช่วงศตวรรษที่ 19 นั้นยังไม่มีการองค์ความรู้เกี่ยวกับเชื้อโรค (Germs) มากนัก และ Dr.Semmelweis ก็ไม่รู้จักเชื้อโรคเช่นกัน ที่เขาเลือกใช้คลอรีนก็เพราะว่าเขาคิดว่ามันสามารถกำจัดชิ้นส่วนเล็กๆ ที่อาจจะติดมากับศพที่ถูกชันสูตรได้
ทันทีที่มาตรการนี้เริ่มใช้ อัตราการเสียชีวิตลดลงอย่างมาก สิ่งที่เขาค้นพบยังคงเป็นสิ่งที่จริงมาจนถึงทุกวันนี้นั่นก็คือ ‘การล้างมือคือเครื่องมือที่สำคัญที่สุดของระบบสาธารณสุข’
การค้นพบครั้งนี้น่าจะทำให้วงการแพทย์ตื่นเต้นมากๆ เพราะปัญหาใหญ่ได้ถูกแก้ไขแล้ว และการล้างมือกับอุปกรณ์ด้วยคลอรีนน่าจะกลายเป็นมาตรฐานที่ทุกโรงพยาบาลต้องนำไปปฏิบัติด่วนเลยใช่ไหมครับ?
แต่คำตอบคือ ไม่ใช่เลยครับ สิ่งที่เกิดขึ้นมันตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง
1
ปรากฏว่าหมอต่างๆ ไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้อย่างมาก เพราะพวกเขารู้สึกว่าตัวเองนั้นถูกกล่าวหาว่าเป็นสาเหตุให้ผู้หญิงเป็น Childbed Fever
ทาง Dr.Semmelweis เองก็เป็นคนตรงไปตรงมา เขาได้วิพากษ์วิจารณ์เรื่องนี้อย่างเผ็ดร้อน สร้างความไม่พอใจให้กับคนในวงการแพทย์เป็นจำนวนมาก จนในที่สุดบรรดาหมอต่างๆ ก็สั่งให้หยุดล้างมือด้วยคลอรีน และ Dr.Semmelweis ก็ถูกไล่ออก
ใช่ครับ คนที่ทำให้จำนวนผู้เสียชีวิตลดลงอย่างมหาศาลถูกไล่ออก และโรงพยาบาลแห่งนี้ก็กลับมาใช้วิธีเดิม ทำให้จำนวนผู้เสียชีวิตก็พุ่งสูงขึ้นอีก แต่ก็ไม่ได้มีใครสนใจจะแก้ไขอะไร
1
Dr.Semmelweis ใช้เวลาหลังจากนั้นพยายามนำหลักฐานเรื่องการล้างมือและล้างอุปกรณ์ไปแสดงให้กับโรงพยาบาลและคุณหมอทั่วยุโรป แต่ก็ไม่มีใครสนใจเขา เขาเริ่มหมกหมุ่นกับเรื่องนี้มากขึ้น เขาทั้งโกรธและผิดหวังอย่างมาก ซึ่งมันได้ส่งผลเสียต่อสมองของเขาจนเขามีอาการทางจิต
ในปี 1865 ด้วยวัยเพียง 47 ปี เขาถูกส่งเข้าโรงพยาบาลจิตเวช และเขาก็ได้เสียชีวิตด้วยอาการติดเชื้อในกระแสเลือดที่โรงพยาบาลจิตเวชนั้น
ในเรื่อง Midnight Mass ตัวแสดงที่เล่าเรื่องนี้บอก “The scientific community ate him alive, germ theory was two decades away from acceptance”
“วงการแพทย์และวิทยาศาสตร์ได้ทำลายชีวิตเขา เพราะกว่าความรู้เรื่องเชื้อโรคจะเริ่มเป็นที่รู้จักก็ผ่านมาเป็นเวลา 20 ปีแล้ว”
“Semmelweis was committed to an Asylum by another scientist and he died there” Dr.Semmelweis ถูกทำให้เข้าโรงพยาบาลจิตเวช โดยสังคมหมอและนักวิทยาศาสตร์​ และเขาก็เสียชีวิตที่นั้นอย่างน่าเศร้า
3
ผมคิดว่าเรื่องนี้ทำให้เราต้องหันกลับมามองตัวเอง ตั้งคำถามกับตัวเองให้เยอะเลยว่า บางทีเราเองก็เหมือนกับเหล่าบรรดาสังคมแพทย์ที่ไม่เห็นด้วยกับ Dr.Semmelweis หรือไม่?
1
เราเคยตัดสินความคิดของคนอื่นว่าผิดเพียงเพราะว่า “ฉันอาบน้ำร้อนมาก่อน” บ้างไหม?
เราเคยตัดสินความคิดคนอื่นว่าผิดเพียงเพราะว่าความคิดนั้นมันทำให้เราดูไม่ดีไหม?
เราเคยตัดสินความคิดคนอื่นว่าผิดเพียงเพราะว่าเรามีอำนาจเหนือกว่าเขาไหม?
 
เรื่องนี้ทำให้ผมคิดถึงคำพูดของ Audre Lorde ที่ว่า
“It is not our differences that divide us. It is our inability to recognize, accept, and celebrate those differences.”
1
“มันไม่ใช่ความแตกต่างทางความคิดที่แบ่งแยกเรา มันคือการที่เราไม่สามารถที่จะมองเห็น ยอมรับ และชื่นชมความแตกต่างนั้นต่างหาก”
2
#missiontothemoon
#missiontothemoonpodcast
#society
    atcha
    สนับสนุน10 เพชร
    • กำลังนิยมในบล็อกดิต
      “แพนด้า” กับความสัมพันธ์ของญี่ปุ่นกับจีน 🇯🇵🐼🇨🇳 แพนด้าเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่จัดอยู่ในวงศ์หมี มีถิ่นอาศัยอยู่ที่ประเทศจีน 🎋 ญี่ปุ่นได้รับแพนด้าจากจีนเป็นครั้งแรกในปี 1972 จำนวน 2 ตัวชื่อว่า คังคังและลังลัง โดยได้เป็นของขวัญเนื่องในพิธีรำลึกการฟื้นฟูความสัมพันธ์ทวิภาคีของทั้งสองประเทศ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ก็มีแพนด้าตัวใหม่ ๆ เข้ามาเรื่อย ๆ จนได้รับความนิยมจากชาวญี่ปุ่นมาก โดยเฉพาะเมื่อแพนด้าคลอดลูกจะเป็นข่าวดังทุกครั้งไป (เห่อ 😄) นอกจากญี่ปุ่นแล้ว ยังมีอีกหลายประเทศที่จีนมอบแพนด้าให้ เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเช่นกัน การที่จีนมอบแพนด้าให้ประเทศต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์เช่นนี้ เรียกว่า “การฑูตแพนด้า” ภาษาญี่ปุ่นคือ パンダ外交 (ぱんだがいこう พันดะไกโค) หรือ Panda Diplomacy ในภาษาอังกฤษนั่นเองค่ะ 😉 การมอบแพนด้าฟรี ๆ ให้แก่ประเทศต่าง ๆ ดำเนินมาจนถึงช่วงต้นยุค 1980 แต่หลังจากนั้นจำนวนหมีแพนด้าได้ลดลงเรื่อย ๆ จีนจึงเปลี่ยนนโยบายจากมอบให้ฟรีเป็นการให้ยืมแทน โดยมีสัญญา 10 ปี และหลังจากนั้นจะมีการพิจารณาต่อสัญญาเป็นระยะ 😊 แพนด้าที่อยู่ในญี่ปุ่นทั้งหมดตอนนี้ (มี 13 ตัว อยู่ในสวนสัตว์ 3 แห่ง) จึงเป็นการยืมมาจากประเทศจีนเพื่อการวิจัยด้านการอนุรักษ์เท่านั้น (มีข้อมูลของปี 2011 ว่าญี่ปุ่นต้องจ่ายเงินประมาณ 950,000 ดอลลาร์ต่อปีให้จีนเพื่อเป็นค่ายืมแพนด้า) 😮 และมีกฎว่า ถึงแม้ว่าแพนด้าจะคลอดลูกในญี่ปุ่นแต่มาจากพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ที่มีสัญชาติจีน ก็ถือว่าแพนด้าน้อยก็เป็นสมบัติของจีนอยู่ดี 🤔 ดังนั้นเมื่อแพนด้าตัวเมียมีอายุประมาณ 4 ปีและตัวผู้อายุประมาณ 6 ปี ก็มักจะถูกส่งกลับไปประเทศจีนเพื่อผสมพันธุ์ เพราะที่นั่นมีพ่อพันธุ์แม่พันธุ์เป็นจำนวนมาก เจ้าแพนด้าจะได้เลือกคู่ผสมพันธุ์ได้ถูกใจมากขึ้น เกิดเป็นแพนด้าก็ลำบากเหมือนกันนะคะ ไม่รู้ว่าจริง ๆ น้อง ๆ อยากกลับจีนหรือเปล่า มนุษย์คิดแทนให้เองล้วน ๆ เลย 🥺 อ้างอิง https://oggi.jp/6613805 วันนี้เล่าเรื่องที่เกี่ยวกับจีน ๆ งั้นขอพาไปเที่ยวซุปเปอร์ขายของจีนในญี่ปุ่นละกันค่ะ 😁 ชื่อร้าน 友誼商店(ユウギショウテン ยูกิโชเต็น) อยู่ที่สถานี Ikebukuro ออกทางทิศเหนือ ที่อยู่ Tokyo Toshima-ku Nishiikebukuro 1-28-6-4F เบอร์โทร 03-5950-3588 ข้าง ๆ ซุปเปอร์มีฟู้ดคอร์ทอาหารจีนด้วย แต่ครั้งนี้ไม่กล้าเปิดหน้ากากอนามัยกิน 😅 ไว้โควิดซาถ้าได้ไปชิม จะมารีวิวอีกทีค่ะ 😄 ในส่วนของซุปเปอร์มีวัตถุดิบของจีนหลากหลายมาก แล้วก็มีของไทยด้วยนิดหน่อย 💕 * เจอไวตามิลค์ ขวดละ 160 เยน (ประมาณ 46 บาท) แล้วก็แคปหมูถุงละ 380 เยน (ประมาณ 110 บาท) ทำไงได้ละนะคะ ถ้าอยากกินก็ต้องยอมจ่าย 😅 แล้วพบกันใหม่ค่ะ 🥰🙏
      ‘แองเจล่า เบบี้’ ประกาศหย่าสามีแล้ว ปิดฉากเจ้าของตำนาน ‘งานแต่งพันล้าน’ 🔥 ❤️ หลังจากที่มีข่าวลือมาหลายระลอกว่า ‘แองเจล่า เบบี้’ แยกทางกับสามีดาราดัง ‘หวงเสี่ยวหมิง’ แต่ก็โดนปฏิเสธจากทั้งคู่ ว่าไม่เป็นความจริงมาตลอด
      ⚠️[BREAKING]⚠️ ภาษีคริปโต ! สรรพากรยอมให้หักส่วนขาดทุนมาหักกำไรได้แล้ว ! แต่ต้องอยู่ใน Exchange ไทยที่ กลต. กำกับเท่านั้น สรรพากรเพิ่งแถลงแนวทางนโยบายภาษีคริปโตล่าสุดออกมาช่วงบ่ายวันนี้ โดยกรมสรรพากรได้ยึดแนวทาง ทำให้ชัด ผ่อนปรน และมองอนาคต โดยมีข้อสรุปดังนี้
      ขนมบ้าบิ่นสูตรโบราณ ไม่ต้องชั่ง ตวง วัด ง่ายๆสไตล์ PUPAN มันจะไปยากอะไรล่ะค่ะ วัดใจอย่างเดียว ก็ทำได้ล่ะ🤭🤭 วัตถุดิบของพี่ปู มีไม่กี่ชนิด เป็นสูตรโบราณที่แม่บอก กินแบบนี้มาตลอด แค่แป้งข้าวเหนียว มะพร้าวขูด น้ำตาล เกลือ แต่มะพร้าวอ่อน พี่ปูเพิ่มไปด้วยอร่อยดี😊 สมัยนี้บางสูตร ใส่แป้งหลายอย่างปนกัน หรือเพิ่มไข่ ผงฟูเข้ามาด้วย ก็แล้วแต่ สูตรใคร สูตรมัน เราไม่ว่ากัน เพราะไม่งั้น เราจะไม่มีโอกาส ได้กินเมนู แปลกๆใหม่ๆ กันเลยถ้าไม่มีใครลองสูตร😁 เอาเป็นว่า ไปดูพี่ปูทำเลยว่าง่ายจริงหรือเปล่า 😁😁 ขนาดทำครั้งแรก มีแต่คนบอกให้ทำอีกน๊า อร่อยจังเลย บอกแล้วว่ามันจะไปยากอะไรล่ะค่ะ🤭🤭 ตามมาช่อง yt เห็นกระทะแล้วอย่าพึ่งกดหนี เด๋วได้ดูของดีๆตามมาค่ะ https://youtube.com/channel/UCHQttIB2fkJJEIaoHt2dS5g
      ดูทั้งหมด