มีบัญชีอยู่แล้ว?
งานดี ลงทุนเด่น ของคน 4 เจนเนอเรชั่น
5
โลกปัจจุบันมีการแบ่งกลุ่มประชากรแบบใช้ช่วงอายุเป็นเครื่องมือ โดยแบ่งผู้คนตามยุคเป็น 4 ช่วงวัย หรือที่เรียกว่า 4 เจนเนอเรชั่น (4 เจน) ได้แก่ เจนเบบี้บูมเมอร์, เจน X , เจน Y และ เจน Z คนแต่ละกลุ่มมีช่วงเวลาการเติบโต ปัจจัยสิ่งแวดล้อม และพฤติกรรมการบริโภคที่แตกต่างกัน มีทัศนคติต่ออาชีพการงานและการลงทุนไม่เหมือนกัน
4
งานดี ลงทุนเด่น ของคน 4 เจนเนอเรชั่น
Source: https://www.pewresearch.org
40 ปีก่อน คำว่า “งานดี” ในสายตาคนรุ่นเบบี้บูมเมอร์ (หรือเจน BB ช่วงอายุ 57- 75 ปี) แตกต่างจากยุคปัจจุบัน เป็นยุคที่มีคำสอนว่า จงตั้งใจเรียนในห้อง จบมารับราชการ ทำงานรัฐวิสาหกิจ เป็นเจ้าคนนายคน งานมั่นคงที่สุด ไม่มีเลย์ออฟไล่ออก ชามข้าวเหล็กตกไม่แตก บางคนขับรถหลวง มีบ้านหลวงอยู่อาศัยได้ทั้งชีวิต เงินเดือนแม้ขึ้นน้อยแต่ก็ขึ้นตลอด มั่นคงและมีเกียรติ ดูดีกว่าการค้าขาย ถึงกับมีคำกล่าวว่า “สิบพ่อค้าไม่เท่าหนึ่งพระยาเลี้ยง”
1
ในยุคปัจจุบัน..ความท้าทายคือ การเข้าทำงานในระบบราชการหรือรัฐวิสาหกิจแบบบรรจุเป็นข้าราชการ ไม่ใช่เรื่องง่ายด้วยหลายปัจจัย อีกทั้งเงินเดือนเริ่มต้นของงานราชการ งานรัฐวิสาหกิจ ค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับเอกชน โอกาสในการเติบโตก็ยากกว่าเพราะมีโครงสร้างระบบอาวุโสที่เคร่งครัด โอกาสในการแสดงความสามารถขออาสารับงานสำคัญของคนรุ่นใหม่ก็ยาก เพราะมีระดับชั้นบังคับบัญชาที่ลึกล้ำ และระบบอุปถัมภ์ค่อนข้างลึกซึ้ง ฯลฯ ทั้งหมดนี้เป็นสาเหตุที่ “คนรุ่นใหม่” ที่ต้องการความสำเร็จเร็ว ๆ จึงมักจะไม่เลือกงานราชการ รัฐวิสาหกิจ เป็นอันดับแรก
2
20-30 ปีก่อน คำว่า “งานดี” ในสายตาคนรุ่นเจนเนอเรชั่น X (ช่วงอายุ 41-56 ปี) คืองานในองค์กรเอกชน ที่ใหญ่โต ให้เงินเดือนสูง ยิ่งถ้ามีความมั่นคงด้วยแบบงานธนาคาร บริษัทน้ำมันแห่งชาติ บริษัทโทรคมนาคมยักษ์ใหญ่ บริษัทโรงไฟฟ้า ยิ่งเป็นองค์กรใหญ่ก็ยิ่งเป็นงานในฝัน โอกาสในการไต่เต้า (career path) ยังเปิดกว้างเพราะกิจการขยายตัว ทำงานซัก 15 ปีก็ได้ขึ้นเป็นผู้จัดการ ผู้อำนวยการ หลังอายุ 50 ปี มีทั้งเงินเดือนสูง ทั้งตำแหน่งสูง
แต่ในยุคปัจจุบัน..ความท้าทายคือ องค์กรเอกชนที่ใหญ่และมั่นคง ส่วนมากผ่านช่วงเติบโตสูงสุดไปแล้ว เงินเดือนเริ่มต้นที่เคยสูง กลับไม่สูงอย่างอดีต อีกทั้งโอกาสในการไต่เต้าก้าวหน้าก็ตีบตันลง เพราะคนปลายยุคเบบี้บูมเมอร์ และคนยุคเจน X ตอนต้น ยึดกุมตำแหน่งสำคัญในองค์กรเอกชนใหญ่ ๆ ไว้เกือบหมด แถมในระหว่างทางก็มีความเสี่ยงจากผู้บริหารต่างชาติย้ายมานั่งแทนที่ หรือเสี่ยงที่จะถูกปลด ลดคนลงจากโครงการร่วมใจจาก (Early Retirement) เพื่อลดจำนวนประชากรอายุ 50 กว่า บั้นปลายชีวิตการทำงานที่หลายองค์กรในยุคโควิด เริ่มมองพนักงานเป็นภาระมากกว่าสินทรัพย์องค์กร และที่สำคัญที่สุด อัตราการขึ้นเงินเดือนที่เคยมีอย่างน้อย 10% ในอดีต ตอนนี้ถ้าไม่ได้รับการโปรโมทในตำแหน่งสูง ก็เฉลี่ยขึ้นเงินเดือนกันที่ 1-3% เท่านั้น มิได้จูงใจเหมือนในอดีต
2
10 ปีก่อน คำว่า “งานดี” ในสายตาคนรุ่นเจนเนอเรชั่น Y (ช่วงอายุ 25-40 ปี) เริ่มเบนออกจากคำว่า “งานประจำ” เพราะการตรากตรำทำงาน 20 ปี กว่าจะได้ลืมตาอ้าปาก คนเจน Y ที่เติบโตมาพร้อมกับการพัฒนาเทคโนโลยีอย่างก้าวกระโดดคงรอไม่ไหว อีกทั้งงานประจำเอกชนสมัยนี้เงินเดือนขึ้นช้า โบนัสน้อยลงมาก แถมยังมีความมั่นคงในตำแหน่งหน้าที่การงานน้อยลงมาก องค์กรข้ามชาติหลายแห่งนิยมส่งผู้บริหารต่างชาติมาทดแทน องค์กรรุ่นใหม่นิยม Outsourcing งานให้ซับคอนฯ หรือฟรีแลนซ์นอกบริษัททำแทนเพื่อลดต้นทุน หรือแม้แต่ เทคโนโลยีดิสรัปชั่น ทำให้หลายองค์กรใช้เทคโนโลยี ออโตเมชั่น Robotic เพื่อลดจำนวนพนักงานประจำที่ปรับตัวไม่ได้ลง จึงมีข่าวการเลย์ออฟไล่ออกให้ได้ยินเป็นระยะๆ ในช่วงโควิด19 และช่วงเศรษฐกิจไม่ดี
1
คนเจน Y อยากได้การยอมรับ อยากจับงานใหญ่ อยากแสดงฝีมือพิสูจน์ตัวเอง ต้องการทุ่มเททำงานหนักเพื่อแสดงความสามารถเต็มที่ ทำงานหนัก 5-10 ปี แล้วคุ้มค่ากับการทุ่มเท... นี่จึงเป็นที่มาของอาชีพ “ฟรีแลนซ์” ที่คนทำงานประจำเริ่มออกมารับงานอิสระ คนเก่งได้งานมาก คนไม่เก่งได้งานน้อย... ทำมากได้มาก ทำน้อยได้น้อย
4
คนเจน Y จำนวนไม่น้อยเชื่อว่า สิ่งนี้คุ้มค่าน่าเสี่ยง เพราะถ้าเมื่อไหร่ได้แสดงฝีมือกระทั่งเป็นมือวางแถวหน้าของความเชี่ยวชาญในสายงาน ทั้งเงินและงานจะไหลมาเทมา แทบต้องทำหามรุ่งหามค่ำ ห้ามป่วยห้ามพักกันเลยทีเดียว กระแสการทำงานฟรีแลนซ์เริ่มมีมากขึ้น งานฟรีแลนซ์ที่เรามักได้ยินกันก็หลากหลาย เช่น ถ่ายภาพ พัฒนาโปรแกรม ที่ปรึกษาธุรกิจ วิทยากร กราฟฟิกดีไซน์ 3D อนิเมชั่น โปรแกรมมิ่ง การตลาดและโฆษณา ฯลฯ มีเว็บไซต์ที่เป็นศูนย์กลางหาคนหางานฟรีแลนซ์อย่าง Fastwork (https://fastwork.co/start-selling) โดยสรุป อาชีพฟรีแลนซ์ก็คือ ผู้เชี่ยวชาญในสายอาชีพนั้น ที่ผันตัวเองจากลูกจ้างประจำบริษัท มาเป็นผู้รับจ้างอิสระ
เข้าสู่ยุคปัจจุบัน คนเจนเนอเรชั่นล่าสุดในตลาดแรงงานคือ เจน Z (ช่วงอายุ 9-24 ปี) คนเจน Z เกิดและเติบโตมาพร้อมกับเทคโนโลยีที่พัฒนาแล้ว ทุกอย่างมีความรวดเร็วฉับไว มีโทรศัพท์มือถือทุกบ้านตั้งแต่พวกเขาเกิดไม่นาน พร้อมพัฒนาการของสมาร์ทโฟน เป็นกลุ่มผู้ใช้คอมพิวเตอร์แท็บเลต, สื่อสังคมออนไลน์ (เช่น Facebook, Twitter, IG, Tiktok, LINE), ไม่ชอบเล่นเกมคนเดียว แต่เล่นเกมออนไลน์ที่เล่นบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต มีผู้เล่นหลายคนพร้อมกัน เป็นคนรุ่นที่ใช้ Search Engine ค้นคว้าข้อมูลอย่างรวดเร็ว เป็นกลุ่มหลักที่กำหนด Google Trend หรือแฮชแท็กเทรนด์ทวิตเตอร์ และใช้เวลาในแต่ละวันอยู่บนโลกออนไลน์สูง
2
คนเจน Y ที่ว่าต้องการความสำเร็จเร็วแล้ว คนเจน Z ยิ่งต้องการความสำเร็จเร็วยิ่งกว่าคนเจน Y ซะอีก แต่นี่ไม่ใช่เพราะเจน Z มีความอยากสำเร็จแบบเลื่อนลอย แต่เพราะพวกเขาทราบดีว่าเขาเกิดมาในโลกยุคที่เปลี่ยนไว ไม่แน่นอน ซับซ้อน และคลุมเครือ (VUCA: Volatility Uncertainty Complexity Ambiguity) ที่ทุกอย่างเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว และเป็นยุคที่เทคโนโลยีดิสรัปชั่นจะทำงานอย่างรุนแรงโดยเฉพาะใน 5 ปีที่ผ่านมาและอีก 10 ปีข้างหน้า แม้จะเป็นเด็กจบใหม่ทำงานไม่ถึง 2 ปี แต่พวกเขารู้ดีว่า วิชาความรู้ที่ได้เรียนมาตลอด 4 ปีจากรั้วมหาวิทยาลัย กว่าครึ่งจะล้าสมัย พวกเขาต้องตามเรียนรู้สิ่งใหม่ตลอดเวลา คนขยับตัวช้าจะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง
1
หนึ่งในวิธีที่จะสร้างโอกาสให้ชีวิต คือความคิดริเริ่มธุรกิจของตัวเองพร้อมกลุ่มเพื่อนฝูงเป็นทีมเล็ก ๆ และเร่งทำมันให้สำเร็จด้วยกำลังสติปัญญา ความสามารถและเครือข่ายที่มี นี่เป็นยุคสตาร์ทอัพ (Start-Up) ที่เป็นเรื่องของยุคสมัย จนกลายเป็นซีรีย์ดังของเกาหลี สะท้อนช่วงวัยฝันมุ่งสร้างธุรกิจ ที่เป็นหนึ่งงานในฝันของคนเจน Z
Source: https://www.imdb.com
หากคนเจน Y คือคนรุ่นใหม่ ที่นิยมลาออกจากงานประจำ มาทำฟรีแลนซ์รับงานอิสระพิสูจน์ฝีมือในโลกกว้าง คนเจน Z คือคนรุ่นใหม่กว่า ที่อาจจะทำงานเพียงแค่ปีสองปีพอให้รู้ระบบ หรืออาจไม่ปรารถนาเข้ามาเริ่มทำงานประจำในระบบเลยด้วยซ้ำ แต่จะมุ่งตรงไปที่การเป็นฟรีแลนซ์ หรือเริ่มธุรกิจสตาร์ทอัพไปเลย
นอกจากมีความฝันหลักในการสร้างธุรกิจสตาร์ทอัพกับกลุ่มเพื่อน เจน Z ก็ยังมีความฝันในการทำอาชีพอิสระอื่น ๆ ได้อีก ซึ่งคนรุ่นก่อนอาจจะฟังแล้วไม่เข้าใจว่า อาชีพพวกนี้ทำงานทำเงินอย่างไรเลยก็ได้ เช่น ยูทูปเบอร์ บล็อคเกอร์ คอนเทนต์ครีเอเตอร์ เกมแคสเตอร์ (นักพากย์เกม) นักกีฬาอีสปอร์ต นักขับโดรน นักวิเคราะห์ข้อมูล ฯลฯ นอกจากนี้ก็อาจจะรับงานอื่น ๆ อีกหลายจ๊อบ ทั้งขายของในไอจี (Instagram), แต่งบ้านตัวเองเป็นพื้นที่ให้เช่าใน AirBnB และรับติววิชาภาษาเกาหลีให้กลุ่มนักเรียนม.ปลายทางออนไลน์ โดยงานทุกชิ้นใช้ “เทคโนโลยี” และมี “อินเทอร์เน็ต” เป็นเครื่องมือสำคัญ เทรนด์นี้มาถึงแล้วในหลายประเทศ และจะทวีความสำคัญต่อคนรุ่นใหม่อย่างมากในอนาคต
3
ในแง่การลงทุน คนแต่ละรุ่นมีความเชื่อในสินทรัพย์การลงทุนที่ไม่เหมือนกัน
1
เจน BB Baby Boomer
- เติบโตมาพร้อมกับการทำงานหนัก มีความอดทนสูง มีความประหยัดและรอบคอบ
- สินทรัพย์ลงทุนของคนเจนนี้ ส่วนใหญ่เป็นสินทรัพย์ที่จับต้องได้และใช้ประโยชน์ได้ เช่น ทองคำแท่ง ทองรูปพรรณ อัญมณี ที่ดิน บ้าน สวนเกษตร และบางคนก็ชอบสะสมสินทรัพย์ลงทุนทางเลือก อย่าง ภาพเขียน งานศิลปะ นาฬิกา พระเครื่อง ของโบราณ ฯลฯ
1
- ปัจจุบันคนกลุ่มนี้เริ่มเข้าสู่วัยชรากันแล้ว แม้แต่เจน BB ที่เด็กที่สุดก็กำลังจะเกษียณภายใน 3 ปีนี้ ดังนั้นแผนการออมเงินเพื่อเกษียณอายุจึงเป็นเรื่องสำคัญ หลายคนจึงวางแผนออมเงินเก็บไว้ในรูปแบบที่มีความเสี่ยงต่ำ เน้นความมั่นคง เช่น เงินฝากประจำ พันธบัตร ประกันชีวิตแบบบำนาญ ตราสารหนี้เอกชน เป็นต้น
เจน X
- เติบโตมาในยุคที่เศรษฐกิจกำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว เป็นกลุ่มคนวัยทำงานที่อยู่ในช่วงสร้างครอบครัว อยู่ในช่วงอายุที่หาเงินได้มาก แต่ก็มีภาระต่าง ๆ มากตามวัยเช่นกัน เป็นเจนที่ยังมีความเชื่อเรื่องการมีบ้านมีรถเป็นของตนเอง เป็นคนรุ่นท้าย ๆ ที่ยังนิยมซื้อบ้านหลังที่สอง รวมทั้งที่ดินเปล่ามาเก็บไว้ในแง่การลงทุน
- คนเจนนี้ ส่วนใหญ่จัดสรรเงินออมสมดุลกับการใช้ชีวิตของตัวเอง มีการลงทุนที่สม่ำเสมอผ่านการทำงานในองค์กรระยะยาว โดยเฉพาะกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กองทุนประหยัดภาษีอย่าง SSF และ RMF เพื่อเป็นเงินออมเตรียมการเกษียณอายุ ส่วนที่เหลือค่อยแบ่งมาลงทุนสร้างผลตอบแทนที่งอกเงย เช่น หุ้น หรือ กองทุนรวมหุ้น และบางกลุ่มเริ่มสนใจลงทุนเพื่อสร้างกระแสเงินสด เช่น ลงทุนในกอง REIT ลงทุนในสินทรัพย์ให้เช่า ลงทุนในหุ้นปันผลสูง เป็นต้น
เจน Y
- เติบโตมาในยุคที่เทคโนโลยีพัฒนาอย่างรวดเร็ว เล่นโซเชียลมีเดีย มีความเป็นตัวของตัวเองสูง ไม่ยึดติดกับค่านิยมเดิม ๆ มีความเชื่อเรื่อง work life balance ต้องการทำงานไป เที่ยวไป และลงทุนไป อย่างสมดุล
1
- เจน Y กล้าใช้เงินไปกับการท่องเที่ยว กินดื่มราคาแพง (กว่าเจน X) กล้าได้กล้าเสีย ชอบเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ จึงเป็นกลุ่มนักลงทุนรายย่อยที่ใหญ่ที่สุดของตลาดหุ้น กล้าลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง เช่น หุ้น กองทุนรวมหุ้น หุ้นต่างประเทศ ETF ต่างประเทศ หรือแม้แต่เครื่องมือการลงทุนที่มีการ Leverage อย่าง TFEX DW Option ยินดีรับความเสี่ยงได้มากกว่า เพื่อผลตอบแทนที่งอกเงย
1
เจน Z
เติบโตมาพร้อมกับสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายในยุค Digital Transformation เรียนรู้ทุกสิ่งทุกอย่างได้รวดเร็ว มีความเชี่ยวชาญในโลกออนไลน์ ชื่นชอบความสะดวกสบาย และความรวดเร็ว
เป็นกลุ่มที่เข้าถึงการลงทุนได้ง่ายและรวดเร็วผ่านช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ เช่น เปิดบัญชีหุ้นออนไลน์ เปิดบัญชีกองทุนออนไลน์ เปิดบัญชีเงินฝากดอกเบี้ยสูงออนไลน์ (e-saving) และติดตามข่าวสารการลงทุนผ่านช่องทางออนไลน์ Facebook YouTube Twitter และสื่ออื่น ๆ
ด้วยความที่เป็นเจนที่เพิ่งเริ่มต้นทำงาน มีความอิสระสูง รายได้จึงถูกนำมาใช้ในส่วนของการเติมเต็มประสบการณ์ชีวิตและเหลือจากนั้นจึงนำมาลงทุน ทำให้เม็ดเงิน เจน Z นี้จึงยังมีไม่มากในระบบ แต่ความกล้าเสี่ยง กล้าทดลองมีมากกว่าทุกเจน กล้าลงทุนกับสินทรัพย์ใหม่ ๆ อย่าง คริปโทเคอร์เรนซี หลากหลายสกุลอย่าง Bitcoin Ethereum XRP Dogecoin ฯลฯ รวมทั้งหุ้นไทยหรือหุ้นต่างประเทศก็อยู่ในขอบข่ายความสนใจเช่นกัน
การลงทุนในแต่ละเจนเนอเรชั่น แม้จะมีรูปแบบที่แตกต่างกัน แต่ท้ายที่สุดแล้วสิ่งสำคัญก็เพื่อให้เงินทำงาน และเป้าหมายชีวิตวัยเกษียณที่เป็นสุข มีความมั่งคั่งอย่างยั่งยืน
บทความอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
3
    • กำลังนิยมในบล็อกดิต
      สาวก EV เตรียมเฮ รถยนต์ไฟฟ้า 100% คันแรกของโตโยต้า “bZ4X” จ่อวางขายที่ไทยแล้ว ปีนี้ ล่าสุด โตโยต้า ประเทศไทย ประกาศเอารถยนต์ไฟฟ้ารุ่น bZ4X ออกขายในไทย ปีนี้ ซึ่งเป็นรถยนต์ EV รุ่นแรกของแบรนด์ มาทำตลาดที่ประเทศไทย
      เจ้าสัวเจริญ ขายอาคารสำนักงานในสิงคโปร์ รับเงิน 20,000 ล้าน จากกรณีข่าวใหญ่เมื่อวานนี้ ที่บริษัท เครือไทย โฮลดิ้งส์ หรือ TGH ได้แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ ถึงการเลิกกิจการของบริษัทในเครืออย่าง อาคเนย์ประกันภัย เนื่องจากการระบาดของโควิด ได้ส่งผลกระทบต่อสถานะการเงินของบริษัท แม้ว่าที่ผ่านมา อาคเนย์ประกันภัย จะได้รับเงินจากผู้ถือหุ้นใหญ่เข้ามาเติมกว่า 9,900 บาท เพื่อพยุงธุรกิจไว้แล้วก็ตาม
      📍"มายะ " สาวสวยอดีตพิธีกรชื่อดังของญี่ปุ่น เธอเจออะไรมาบ้าง หลังจากแต่งงานโดยไม่ได้ คบหาดูใจกับสามีก่อน 📍เรื่องนี้ เป็นเรื่องราวของ "มายะ" สาวสวยพิธีกรชื่อดังแห่งสถานีโทรทัศน์ ของประเทศญี่ปุ่น
      ปี 2020 ตำรวจญี่ปุ่นได้รับแจ้งเด็กหายสูงถึง 1,000 กว่าเคส 🥺 สำนักงานตำรวจแห่งชาติญี่ปุ่นได้เปิดเผยสถิติของปี 2020 ว่ามีการแจ้งความคนหาย 77,000 เคส ถ้าหารออกมาเป็นรายวัน จะเท่ากับมีคนหาย 200 กว่าคนต่อวันเลยทีเดียว 😭 นอกจากนี้ในจำนวน 77,000 เคสนี้ เป็นเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 9 ขวบมากถึง 1,000 กว่าเคสเลยค่ะ (มีการแจ้งเด็กหายวันละ 2-3 คน) สำหรับที่ญี่ปุ่น เมื่อครอบครัวหรือคนใกล้ชิดรู้ว่ามีคนหาย สามารถแจ้งความได้ทันทีด้วยการโทรไปที่หมายเลข 110 หรือไปแจ้งความที่สถานีตำรวจโดยตรงได้เลย ซึ่งถ้าจะไปแจ้งความที่สถานีตำรวจ สิ่งที่ควรเตรียมไปด้วยคือ - หลักฐานยืนยันตัวตนและตราประทับประจำตัวของผู้แจ้ง - รูปถ่ายของคนที่หายไป รวมถึงหลักฐานที่คนหายทิ้งเอาไว้ เช่น จดหมาย หรือกระดาษโน๊ตข้อความต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการหายตัวไป เป็นต้น ตัวอย่างคำถามที่ตำรวจจะถามเกี่ยวกับคนหาย (คนหายภาษาญี่ปุ่นคือ 行方不明者 ゆくえふめいしゃ ยุคุเอะฟุเมชะ) เช่น ... ชื่อ (名前 なまえ นะมะเอะ) ที่อยู่ (住所 じゅうしょ จูโฉะ) วันเกิด (誕生日 たんじょうび ทันโจบิ) น้ำหนัก (体重 たいじゅう ไทจู) ส่วนสูง (身長 しんちょう ชินโจ) ตำหนิหรือจุดสังเกตเป็นพิเศษ (ルックスの特徴 るっくすのとくちょう รุกขุสุโนะ โทะคุโจ) วันเวลาที่หาย (行方不明になった日時 ゆくえふめいになったにちじ ยุคุเอะฟุเมนินัตตะ ฮินิจิ) เสื้อผ้าที่ใส่ (ตอนหายไป) (着ていた服 きていたふくคิเตะอิตะฟุขุ) ในอดีต (คนหาย) เคยใช้ยาหรือเปล่า (薬物利用の過去はあるか やくぶつりようのかこはあるか ยะขุบุสึริโยโนะคะโคะวะอารุคะ) (คนหาย) มีโรคอะไรหรือเปล่า (病気(びょうき)があるか เบียวคิกะอารุคะ) เป็นต้น ส่วนใหญ่ (เกินครึ่ง) ตำรวจจะใช้เวลาในการตามหาคนหายพบภายในวันที่ได้รับแจ้ง หรือไม่เกินหนึ่งสัปดาห์หลังจากที่ได้รับแจ้ง แต่บางเคสก็อาจต้องใช้เวลาหลายเดือน เป็นปีสองปีขึ้นไป หรือแม้จนขณะนี้ก็ยังหาไม่พบเลยก็มี 😢 สำหรับสาเหตุและแรงจูงใจที่ทำให้มีคนหายนั้น สามารถแบ่งได้ ดังนี้ 1) อาการเจ็บป่วย ข้อนี้คิดเป็น 30% ของเคสทั้งหมด โดยใน 30% นี้มากกว่า 70% มาจากคนหายมีภาวะสมองเสื่อม 2) ปัญหาความสัมพันธ์ในครอบครัว 3) ปัญหาเกี่ยวกับธุรกิจ / อาชีพ 4) ความสัมพันธ์กับคนต่างเพศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อผู้เยาว์ตกเป็นเหยื่อ มักจะมีเรื่องการถูกลักพาตัวและการกักขังหน่วงเหนี่ยวร่วมด้วย * เพื่อนสนิทของผู้เขียนเคยไปแจ้งความลูกหายเหมือนกันค่ะ (ลูกแอบหนีไปบ้านเพื่อน) ตำรวจมาช่วยแป้บเดียวเจอเลย เก่งมาก ๆ 👍 แต่ถึงตำรวจจะเก่ง ก็ภาวนาอย่าให้มีเคสคนหายเลยจะดีกว่านะคะ 🙂 อ้างอิง https://www.keishicho.metro.tokyo.lg.jp/sodan/madoguchi/missing/info.html https://www.police-ch.jp/sousakunegai.html https://toyokeizai.net/articles/-/478383 เพื่อให้เข้ากับเรื่องคนหาย วันนี้เลยถ่ายบรรยากาศทางเดินลอดอุโมงค์แบบหลอน ๆ มาให้ดูค่ะ (ดูหลอนแต่ปลอดภัย สามารถใช้ได้ปกติค่ะ 😅) แล้วพบกันใหม่นะคะ 🥰🙏
      ดูทั้งหมด