Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Money Halal
•
ติดตาม
8 ต.ค. 2021 เวลา 05:19 • ธุรกิจ
#ความรู้การเงิน #Ep12
"การเทรดหุ้นเพื่อเก็งกำไร ทำได้หรือไม่ ตามหลักการอิสลาม"
อย่างที่ทราบกันดีแล้วว่า การซื้อขายหุ้นนั้นเป็นที่อนุญาตตามหลักการอิสลาม ตามที่ผมได้นำเสนอเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวเอาไว้แล้วในโพสต์ก่อนๆ ทุกท่านสามารถกลัยไปย้อนอ่านได้
และส่วนหนึ่งจากวิธีในการทำกำไรในหุ้นคือ การเทรดเพื่อเก็งกำไร ในโพสต์นี้ เราจะมาดูกันว่า นักวิชาการอิสลามมีทัศนะอย่างไร
โดยอ้างอิงจากบทความที่เขียนโดย ดร.สมีธ อีซอ (ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินอิสลาม)
โดยที่นักวิชาการได้มีความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้โดยแบ่งออกเป็น 2 ทัศนะ ดังนี้
ทัศนะที่หนึ่ง
ถือว่า #ไม่อนุญาต โดยมีเหตุผลดังนี้
1. การซื้อหุ้นเพื่อเจตนาขายต่อ (การเก็งกำไร) นำพาไปสู่การแลกเปลี่ยนเงินในระยะเวลาสั้น ๆ ระหว่างการซื้อขาย กล่าวคือ การนำเงินจำนวนหนึ่งไปแลกกับจำนวนหนึ่งโดยที่มีจำนวนไม่เท่ากัน (ราคาซื้อ-ขาย)
2. ไม่ได้ทำให้เกิดมูลค่าเพิ่มทางเศรษกิจ จากกระบวนการขายที่รวดเร็ว
3. กำไร เกิดจากปัจจัยที่ไม่ปรกติ เช่น ข่าวลือ และอื่น ๆ
4. เป็นช่องทางการเดิมพันโดยใช้ชื่อ “การเก็งกำไร”
ทัศนะที่สอง
ถือว่า #อนุญาต โดยมีเหตุผลดังนี้
1. จากทัศนะที่กล่าวว่า การซื้อหุ้นเพื่อขายนั้น จะนำพาไปยังการแลกเปลี่ยนเงินสด (จำนวนเงินที่ไม่เท่ากัน)
_ตอบ_
คำกล่าวอ้างดังกล่าว เป็นสิ่งที่ไม่เกี่ยวข้องกับลักษณะของหุ้นเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หุ้นสามัญ เป็นตัวแทนของส่วนหนึ่งของทรัพย์สิน จึงถือว่าไม่ได้เป็นการแลกเปลี่ยนเงินกับเงิน แต่ทว่าเป็นการแลกเปลี่ยนเงินกับสินทรัพย์
และ หุ้นสามัญ (ตัวแทนสินทรัพย์) ได้ถูกกำหนดค่า ในขณะที่ขายต่อไป มีมูลค่ามากกว่ามูลค่าในตอนที่ซื้อ กล่าวคือ ในกรณีที่มีการขายต่อหุ้นสามัญ และได้รับกำไรส่วนต่างมา เพราะเนื่องจากในขณะที่ขายมูลค่าของหุ้นสูงกว่าตอนที่ซื้อ นั่นหมายถึง มูลค่าของสินทรัพย์มีค่าสูงขึ้นกว่าตอนที่ซื้อ ซึ่ง หุ้นสามัญ เป็นตัวแทนที่ครอบคลุมถึงสินทรัพย์ วัตถุ ผลประโยชน์ที่มาจากเงินสด และหนี้สินของบริษัท
ลักษณะของหุ้นสามัญนั้น มีมูลค่า โดยภาพลักษณ์ภายนอกของหุ้นสามัญสามารถแลกเปลี่ยนได้ ซึ่งการแลกเปลี่ยนนั้น อยู่ในการเปรียบเทียบกับมูลค่า กล่าวคือ การแลกเปลี่ยน หรือ การซื้อขายหุ้นสามัญนั้น คือ การแลกเปลี่ยนในมูลค่าของสินทรัพย์นั่นเอง
2. จากทัศนะที่กล่าวว่าการซื้อหุ้นเพื่อเจตนาขายต่อโดยมีจุดประสงค์เพื่อให้ได้รับส่วนต่างของราคาหุ้นนั้นไม่ได้เกิดมูลค่าที่แท้จริงใดๆเลย
_ตอบ_
คำพูดดังกล่าว ขัดแย้งต่อความเป็นจริง เพราะการซื้อหุ้นเพื่อเจตนาในส่วนต่างของราคา ความต่างของราคาเป็นผลมาจากการเคลื่อนไหวของกิจกรรมทางธุรกิจต่าง ๆ โดยพิจารณาในกระบวนการการดำเนินงานก่อนหน้านี้ ดังนั้น การเคลื่อนไหวของกิจกรรมทางธุรกิจ ทำให้เกิดมูลค่าที่แท้จริง
3. จากทัศนะที่กล่าวว่า การซื้อหุ้นเพื่อเจตนาขายต่อนั้น นำไปสู่การสร้างกำไรที่มาจากปัจจัยต่าง ๆ ที่ผิดปรกติ
_ตอบ_
คำกล่าวดังกล่าวถูกปฏิเสธ เพราะแท้จริง ทุก ๆ ปัจจัยที่มีมาในธุรกรรมการค้าส่วนบุคคล ซึ่งไม่ได้ส่งผลกับข้อตัดสินทางกฎหมาย
4. จากทัศนะที่กล่าวว่า การซื้อหุ้นโดยมีเจตนาขายต่อนั้น มันส่งผลให้เกิดผลเสีย อันเกิดมาจากการแลกเปลี่ยนที่เร็ว และการเก็งกำไร
_ตอบ_
เป็นคำกล่าวที่ถูกปฏิเสธ การที่จะเกิดเรื่องดังกล่าวนั้น ก็ต่อเมื่อผู้ลงทุนเผิกเฉยต่อข้อกฏเกณฑ์ตามหลักศาสนาของการขายหุ้น เช่น การขายที่ผู้ลงทุนขายหุ้นต่อ โดยบริษัทยังไม่ได้เปลี่ยนเงินทุนเป็นทรัพย์สิน ในช่วงเริ่มก่อตั้งบริษัทหลังจากที่ระดมเงินทุนมา
กล่าวคือ เท่ากับเป็นการขายเงินด้วยกับเงิน ไม่ใช่เงินกับทรัพย์สินตามหลักการขายหุ้น และในกรณีผู้ลงทุนขายหุ้นต่อในขณะที่บริษัทมีสัดส่วนหนี้สินมากกว่าทรัพย์สิน ก็จะถือว่าเป็นการขายหนี้ (ซึ่งรูปแบบการขายหนี้ส่วนใหญ่เป็นสิ่งต้องห้าม)
การซื้อหุ้นเพื่อเจตนาขายต่อนั้น คือ การสร้างสภาพคล่องของส่วนบุคคล โดยทำการลงทุนในหุ้นส่วนของบริษัท
ดังนั้น การเข้ามาในบริษัทด้วยกับวิธีที่ถูกต้องตามหลักศาสนา ฉะนั้น การออกจากบริษัทก็ถูกต้องตามหลักศาสนาด้วยเช่นกัน (การซื้อหุ้นการขายหุ้น) โดยที่ไม่ได้มีการกำหนดเวลาเฉพาะ เช่น หลายปี หลายเดือน หลายวัน ซึ่งผู้ถือหุ้นจะยังคงอยู่ในบริษัทอย่างปรกติ
กล่าวคือ โดยทั่วไป อายุไถ่ถอนของหุ้นสามัญและหุ้นบุริมสิทธิมีอายุเท่ากับอนันต์ นั่นหมายถึง ดำรงอยู่ตลอดไปตามอายุของกิจการของผู้ออกตราสารทุน (บริษัท)
บางกรณี ผู้ลงทุนซื้อหุ้นเพื่อเจตนาขายต่อบุคคลที่ 3 โดยไม่มีกำไร หรือได้ส่วนต่างจากราคา ทำให้เขารอดพ้นจากการขาดทุนเมื่อราคาหุ้นลดลง ซึ่งการที่ราคาหุ้นลดทำให้ผู้ลงทุนมีความกลัวจะเกิดผลเสียถ้าหากยังถือหุ้นเอาไว้ในขณะที่มีคนต้องการจะซื้อ ดังนั้น ไม่มีหลักฐานข้อห้ามใด ๆ ตามหลักศาสนาในการขายหุ้นออกไป โดยการขายนั้นเป็นไปตามกฎเกณฑ์ของศาสนา ห่างไกลจากความคลุมเครือ และการหลอกลวง
โดยสรุปคือ
กลุ่มทัศนะที่ 2 กล่าวว่า การซื้อหุ้นเพื่อขายต่อ โดยการเก็งกำไรราคาส่วนต่างนั้น เป็นสิ่งที่ยอมรับได้ เพราะธุรกรรมในตลาดหลักทรัพย์เกิดขึ้นจากความอิสระ และความถูกต้องที่ทั้ง 2 ฝ่ายต่างมีความยินดีพอใจซึ่งกันและกัน
ดังนั้น บุคคลที่อ้างว่าเป็นสิ่งต้องห้าม ก็จะต้องมีหลักฐานในเรื่องดังกล่าว ดังนั้น พื้นฐานเดิมของธุรกรรมเป็นสิ่งที่อนุญาต และการซื้อขายหุ้นก็เป็นสิ่งที่อนุญาตในบทบัญญัติอิสลาม ไม่ว่าผู้ซื้อจะครอบครองหุ้นเอาไว้เพื่อหวังปันผลปลายปี หรือจะขายต่อไปเมื่อราคาหุ้นสูงขึ้นหลังจากที่ได้ครอบครองแล้วก็ตาม
อ้างอิง
الإستثمار والمضاربة في الأسهم والسندات من منظور الإسلامي , دكتور أشرف محمد دوابه , مكتب دار السلام , ص 93-98
- ขอบคุณข้อมูลจาก ดร.สมีธ อีซอ -
Money Halal - ธุรกิจและการเงินอิสลาม
สนใจสั่งซื้อหนังสือด้านการเงินอิสลาม > ทัก Inbox
•ตะกาฟุล ประกันภัยอิสลาม 90.-
•ธนาคารอิสลามเเละหลักชารีอะห์ 170.-
•หุ้นตราสารการเงินตามหลักอิสลาม 140.-
#มันนี่ฮาลาล #การเงิน #ธุรกิจ #การลงทุน #ความรู้ทั่วไป #มุสลิม #การเงินและธุรกิจ #สำหรับมุสลิม #มุสลิมต้องรวย #มุสลิมก็รวยได้
2 บันทึก
1
2
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย