9 ต.ค. 2021 เวลา 14:47
เรื่องเล่าช่วงกินเจ
ครั้งนี้ มีเรื่องมาให้ทุกท่านได้อ่านกันอีกครั้งหลังจากที่ห่างหายไปเกือบ 1 สัปดาห์ เพราะว่าภารกิจการงานมีมากมายจริง ๆ แต่ครั้งนี้เป็นเรื่องที่ประสบพบเจอมาแบบสด ๆ ร้อน ๆ ในช่วงเทศกาลกินเจ อาจเป็นเรื่องเดิม ๆ หรือเป็นแนวความคิดแบบเดิม ๆ ที่หลายท่านเคยอ่าน เคยพบกันมาก่อน แต่ผมก็ขอใช้พื้นที่ในเพจปันคิด มาบอกมาเล่ากันอีกครั้ง หากทฤษฎีนี้ หรือความเห็นครั้งนี้ ไปตรงกับของท่านใด ก็ขออภัย และขอขอบคุณที่มีแนวความคิดดี ๆ อย่างนี้ มาให้ใช้งานกัน
ในช่วงเทศกาลกินเจของทุกปี ผมมีหน้าที่ ที่ต้องไปช่วยญาติทางฝั่งหม่าม้า (แม่) คือ อาอี๊ (น้าสาว) อากู๋ (น้าชาย) ขายขนมทอดเจ เช่น กวงเจียง (ไชเท้าทอด) โอวก่อ (เผือกทอด) โอวโซว (เผือกขยุ้มทอด) เปาะเปี๊ยะ ไม่ขออธิบายแต่ละรายการ แต่ละเมนู เพราะจะกลับกลายเป็นรีวิวอาหารไปแทน
ซึ่งการไปช่วย ผมก็ถือฤกษ์สะดวก ไปเฉพาะวันหยุดที่เป็นวันหยุดจริง ๆ ไม่ได้ติดงาน หรือติดธุระอะไร ในความคิดที่ไปช่วยขาย เพราะ มองถึง “ความกตัญญู” ที่มีต่อผู้มีพระคุณ เพราะในชีวิตที่ก้าวมาถึงวันนี้ ส่วนหนึ่งก็มาจากการเลี้ยงดูของอากง (ตา)
อาม่า (ยาย) และเหล่าญาติทั้งหลายที่กล่าวไปเมื่อตอนต้น
หน้าที่ในการช่วยงานของผม คือการไปช่วยขาย หรือทำหน้าที่ “พ่อค้า” หยิบ จับ หั่น ใส่ถุง คิดเงิน เก็บเงิน เรียกลูกค้า เป็นต้น จริง ๆ ต้องย้อนไปตั้งแต่สมัยเด็ก ๆ ก็ได้ไปช่วยงานในช่วงเทศกาลกินเจมาอยู่เนือง ๆ แต่หน้าที่ก็คือ พับถุงน้ำจิ้ม มัดน้ำจิ้ม แกะแผ่นเปาะเปี๊ยะ หั่นวัตถุดิบเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้นเอง
เกริ่นมายาวหลายประโยค จนอาจทำให้ทุกท่านเกิดอาการหิว หรือเริ่มสับสนว่าจะมาโฆษณาขายของหรือเปล่า แต่ไม่ใช่แน่นอน เพราะผมจะบอกว่า ในยุคนี้ ที่เราเรียกติดปากกันว่า “ยุคโควิด 19” ทำให้การค้าขายเปลี่ยนไปเป็นอย่างมาก โดยจะไม่ใช้คำว่าเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เพราะยังมีหลาย ๆ ร้านค้า ยังคงต้องปฏิบัติแบบเดิม เพราะกลัวผลกระทบหลาย ๆ อย่างอยู่
มาที่ร้านขายขนมทอดแสนอร่อย เจ้าเก่า เจ้าเดิม อายุไม่ต่ำกว่า 40 ปี เจ้านี้กันต่อดีกว่า ที่ผมบอกว่าเปลี่ยนแปลงไป คือ เรื่องของการตั้งร้าน วิธีการขาย ที่เปลี่ยนแปลงไป เพราะอะไร เพราะไอ้เจ้า “เชื้อโรคร้าย” (ยืมชื่อเพลงจากวงประถมอินดี้มาใช้สักหน่อย) โควิด 19 นี่แหละ ที่ทำให้ทั้งคนขายและคนซื้อต้องระมัดระวังกันอย่างเต็มที่
ในสมัยก่อน คนซื้อมักชอบใช้มือหยิบหรือเขี่ยของที่อยู่บนถาดพร้อมขาย พร้อมด้วยการพูด ๆ สั่ง ๆ ซึ่งมีละอองฝอยตกบนของกิน อย่างเลี่ยงไม่ได้ หลัง ๆ พัฒนาด้วยการมีที่คีบให้บริการ แต่ก็ยังคงพูด ๆ สั่ง ๆ กันอยู่ แต่ยุคโควิด ทุกอย่างเปลี่ยนไป ที่ร้านต้องทำฉากอะคริลิคกั้น คนขายต้องใส่ถุงมือ แถมตั้งเจลแอลกอฮอร์ให้บริการอีก การสั่งของคนซื้อ ก็ใช้วิธีชี้เอาชิ้นนี้ เอาชิ้นนั้น และที่สำคัญ ทุกคนมีระเบียบมาก ๆ ด้วยการใส่หน้ากากอนามัย ซึ่งก็เป็นความยากลำบากในการพูดคุยบอกราคาเป็นอย่างมาก คงมีคนถามว่าทำไมไม่ติดป้ายราคาล่ะ โอ้ ! คำตอบง่าย ๆ ไม่มีใครอ่านครับ มีแต่คนถาม ราคาเท่าไหร่ ขายยังไง มีอะไรบ้าง นี่เป็นเสน่ห์อย่างนึงของการค้าขายในเมืองไทย
อย่างที่บอกไป ยุคนี้ การค้าขายเปลี่ยนไปจริง ๆ เป็นยุคที่ทุกคนระมัดระวังตัวเองมากขึ้น โควิดอาจเป็นสิ่งที่ทุกคนกลัว ทุกคนรังเกียจ แต่โควิดก็ทำให้บางสิ่งบางอย่างเปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีขึ้น แต่ผมเชื่อว่าพอโควิดหมดไป ทุกอย่างจะกลับมาเป็นอย่างเดิม โดยเฉพาะการซื้อขายของกินในตลาดหรือแหล่งท่องเที่ยว จะกลับมาใช้ระบบเดิม ๆ ระบบที่เป็นการซื้อขายแบบปกติก่อนโควิดจะมา คือ หยิบ ๆ จับ ๆ สั่ง ๆ กันตามสะดวก
สรุปแล้ว รับอะไรดีครับ
โฆษณา