Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
วิวัฏฏ์ ทุกข์นิโรธ
•
ติดตาม
11 ต.ค. 2021 เวลา 03:29 • การศึกษา
ช่วงนี้เป็นช่วงเทศกาลกินเจ หลายคนที่เคยกินเนื้อก็งดเนื้อ หันมากินผักแทน ด้วยความตั้งใจว่าจะงดเบียดเบียนสัตว์แม้จะเป็นระยะเวลาสั้นๆก็ตาม
ในขณะเดียวกันก็มีบางกลุ่มออกมาปฏิเสธการกินเจ บางคนก็อ้างคำของครูบาอาจารย์ เช่น
#วัวควายกินหญ้าตลอดชีวิตมันคงได้บุญมาก(ประชด)
#กินเจยังไง มีหมูเจ ไก่เจ พะโล้เจ ไม่ใช่เนื้อก็จริงแต่ยังติดเนื้อสมมุติอยู่ดี
#กินผักต่างจากกินเนื้อตรงไหน คนกินเนื้อไม่ได้ฆ่าเองสักหน่อย อย่ามาอ้างว่าสนับสนุนการฆ่า ผักกว่าจะโตชาวสวนฉีดยาแมลงตายเป็นหมื่นเป็นแสน ถ้างั้นคนกินผักก็สนับสสนุนการฆ่าแมลงเหมือนกันแหละ แค่พรวนดินไส้เดือนตายไม่รู้กี่ร้อยกี่พันแล้ว
#พระพุทธเจ้ายังฉันเนื้อเลย กินเนื้อจะบาปยังไง
....ฯลฯ
มาดูทรรศนะของพระพุทธเจ้ากับการบริโภคเนื้อ...
ครั้งหนึ่งพระเทวทัตต้องการแยกพระสงฆ์ออกไปปกครองเอง แต่หาเลทไม่ได้ จึงไปทูลขอวัตถุ 5 ประการคือ
1.ภิกษุทั้งหลายควรอยู่ป่าตลอดชีวิต ภิกษุใดอาศัยบ้านอยู่ โทษพึงถูกต้องภิกษุนั้น
2.ภิกษุทั้งหลายควรเที่ยวบิณฑบาตตลอดชีวิต ภิกษุใดยินดีการนิมนต์ โทษพึงถูกต้องภิกษุนั้น
3.ภิกษุทั้งหลายควรถือผ้าบังสุกุลตลอดชีวิต ภิกษุใดยินดีผ้าคหบดี โทษพึงต้องภิกษุนั้น
4.ภิกษุทั้งหลายควรอยู่โคนไม้ตลอดชีวิต ภิกษุใด อาศัยที่มุงบัง โทษพึงถูกต้องภิกษุนั้น
5.ภิกษุทั้งหลายไม่ควรฉันปลาและเนื้อตลอดชีวิต
ข้อ 5 ก็คือ ขอให้พระในพุทธศาสนา งดกินเนื้อ ให้กินแต่ผัก
พระพุทธเจ้าไม่อนุญาติโดยให้เหตุผลว่า ภิกษุฉันเนื้อบริสุทธิ์ได้ด้วยเงื่อนไข 3 ประการคือ
1.ด้วยไม่เห็น คือไม่เห็นว่าเขาฆ่าเจาะจงมาถวาย
2.ด้วยไม่ได้ยิน คือไม่ได้ยินว่าเขาฆ่าเจาะจงมาถวาย
3.ด้วยไม่รังเกียจ คือทั้งไม่เห็นและไม่ได้ยินว่าเขาเจาะจงมาถวาย
หากมีญาติโยมผู้มีศรัทธานำเนื้อมาถวายก็รับได้
พระเทวทัตได้โอกาส บอกว่าพระพุทธเจ้าไม่เคร่งครัด ไม่เป็นผู้มักน้อย ไม่ขัดเกลา สู้ตนก็ไม่ได้ และได้หลอกพระบวชใหม่ไปเป็นพวกจำนวนหนึ่ง ตอนหลังพระเหล่านั้นกลับใจมาอยู่กับพระพุทธเจ้าบรรลุพระอรหันต์ ส่วนพระเทวทัตถูกธรณีสูบ
ฉะนั้น ในวินัยของพระ ท่านจึงอนุญาติให้ฉันเนื้อได้ ยกเว้นเนื้อ 10 อย่างคือ
เนื้อมนุษย์ เนื้อช้าง เนื้อม้า เนื้อสุนัข เนื้อราชสีห์ เนื้องู เนื้อหมี เนื้อเสือโคร่ง เนื้อเสือดาว เนื้อเสือเหลือง
พระพุทธเจ้าให้ชาวพุทธรับประทานอาหารด้วยสติคือ ไม่ทานเพื่อเพลิดเพลินในรสชาติ ไม่ทานเพื่อให้หวังให้มีกำลังพลัง(กินอาหารเพื่อเพิ่มกำลัง เช่น ซุปไก่สกัด เครื่องดื่มชูกำลัง) ไม่ทานเพื่อประดับตกแต่งกาย(เช่น กินอาหารหวังให้ผิวพรรณสวย)
แต่ให้ทานอาหารเพื่อให้ร่างกายอยู่ได้ เพื่อไม่ให้ร่างกายลำบาก เพื่อกำจัดทุกขเวทนาเก่าคือความหิว เพื่อไม่ให้ทุกขเวทนาใหม่คือความอิ่มจนเกินไปเกิดขึ้น และที่สำคัญที่สุดคือ เพื่อให้มีกำลังในการปฏิบัติทำคุณงามความดี
การเข้าใจว่ากินเจแล้วได้บุญจึงเป็นการเข้าใจผิด เพราะบุญหรือบาปไม่ได้เกี่ยวกับอาหารเลย แต่อยู่ที่การวางใจต่างหาก ถ้ากินเจแล้วยังแสวงหาความอร่อย หรือกินเจแล้วหวังได้บุญ กินเจแล้วหวังให้ผิวพรรณหน้าตาผ่องใส ก็ยังกินด้วยกิเลสอยู่ดี
ส่วนการคิดว่ากินเจแล้วได้บุญเพราะไม่สนับสนุนการฆ่า เป็นความคิดที่ผิด เพราะคนกินเนื้ออย่างพระพุทธเจ้า พุทธสาวก ก็ฉันเนื้อโดยไม่สนับสนุนการฆ่าเหมือนกัน การกินเจแล้วมานั่งนึกว่าเราไม่เบียดเบียนสัตว์ จึงไม่ต่างกับการอยากแข็งแรงแล้วนั่งนึกว่าตัวเองกำลังวิ่งออกกำลังกาย ย่อมไม่ได้ผลแต่อย่างใด
การกินเจก็มีประโยชน์หลายอย่าง เช่น บางแห่งมีการรักษาศีล มีใจเมตตาต่อสรรพสัตว์ ได้สุขภาพที่ดี มีการเปิดโรงทานบริจาค เป็นต้น ถ้าวางใจให้ถูกการกินเจก็ได้บุญไม่ใช่น้อยเหมือนกัน
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย