11 ต.ค. 2021 เวลา 06:40 • สิ่งแวดล้อม
9 ปีแก้น้ำท่วมได้จริง
เจาะโครงการ Room for the River
6
เมื่อพูดถึงระบบบริหารจัดการน้ำที่ดีที่สุดในโลก หลายคนจะนึกถึงประเทศเนเธอร์แลนด์ และโครงการที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือ โครงการ 'Delta Works' แต่ในความเป็นจริงแล้ว เนเธอร์แลนด์ยังมีโครงการบริหารจัดการน้ำอีกมาก หนึ่งในนั้นคือโครงการ 'Room for the River'
3
โครงการ 'Room for the River' ถูกออกแบบเพื่อจัดการปัญหาน้ำท่วม ผลจากปริมาณน้ำในแม่น้ำเอ่อล้นตลิ่ง จนส่งผลกระทบชุมชนริมแม่น้ำ ซึ่งคล้ายสาเหตุน้ำท่วมของไทยในตอนนี้
1
ที่สำคัญโครงการ Room for the River ใช้เวลาเพียง 9 ปี ก็สามารถป้องกันน้ำท่วมให้ไม่รุนแรงได้จริง ภายใต้แนวคิดการอยู่กับน้ำ และประชาชนในพื้นที่ต้องมีส่วนร่วมการตัดสินใจ
5
แนวทางบริหารจัดการน้ำท่วมเนเธอร์แลนด์เป็นอย่างไร วันนี้ workpointTODAY จะสรุปให้อ่านกัน
2
1.) เนเธอร์แลนด์เป็นประเทศที่มีปัญหาน้ำท่วม โดยเคยประสบภัยพิบัติรุนแรงเมื่อปี 1953 ในตอนนั้นเกิดพายุใหญ่ ทำให้เกิดคลื่นพายุซัดฝั่งที่ทะเลเหนือ ยกระดับน้ำทะเลให้สูงขึ้นและเข้าท่วมแผ่นดินเนเธอร์แลนด์
3
2.) ภัยพิบัติในครั้งนั้นเป็นที่มาของโครงการ 'Delta Works' สร้างประตูกั้นน้ำขนาดใหญ่ที่ปิด-เปิดได้ หรือพนังกั้นน้ำและกำแพงกันคลื่นที่เรียงเป็นแนวยาว ใช้เวลานานถึง 43 ปี แต่คุ้มค่า เพราะแก้ปัญหาน้ำท่วมได้จริง จนได้รับยกย่องเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคปัจจุบัน
1
3.) อย่างไรก็ตาม เหตุน้ำท่วมในเนเธอร์แลนด์ ไม่ได้เกิดจากน้ำทะเลหนุนอย่างเดียว แต่มาจากน้ำในแม่น้ำที่เอ่อล้นตลิ่งด้วย ซึ่งสาเหตุนี้เคยทำให้เนเธอร์แลนด์เกิดน้ำท่วมใหญ่เมื่อปี 1993 และ 1995
2
4.) รัฐบาลเนเธอร์แลนด์ตั้งใจจะแก้ปัญหานี้ แต่ก็ทำได้ยาก เพราะแม่น้ำที่ไหลผ่านเนเธอร์แลนด์ มีต้นทางมาจากประเทศอื่นในยุโรป โดยเนเธอร์แลนด์มีสถานะเป็นประเทศท้ายน้ำก่อนไหลลงทะเลแล้ว
4
5.) เมื่อแก้ปัญหาที่ต้นน้ำที่อยู่ในประเทศอื่นไม่ได้ ก็จำเป็นต้องมาจัดการในพื้นที่ของตัวเองเป็นหลัก ทำให้เกิดโครงการชื่อ 'Room for the River' ขึ้นมา ซึ่งถ้าแปลกันตรงตัวตามชื่อ ก็เหมือนกับว่าเป็นโครงการสร้างพื้นที่ให้กับแม่น้ำ คือการให้แม่น้ำสามารถรับน้ำได้มากขึ้นนั่นเอง
3
6.) ตัวอย่างโครงการ 'Room for the River' ก็มีตั้งแต่การขุดลอกลำน้ำให้ลึกขึ้น เพิ่มพื้นที่ลุ่มที่สามารถรับน้ำได้ สร้างทางน้ำเพิ่มจากแม่น้ำสายหลักเพื่อช่วยระบายน้ำ ไปจนถึงเรื่องทางเทคนิคอื่นๆ และการย้ายสิ่งปลูกสร้างที่ขวางทางน้ำ
7.) สิ่งสุดท้ายที่ 'Room for the River' จะทำ และจะทำเมื่อไม่มีทางเลือกอื่นแล้วจริงๆ ก็คือการเพิ่มความสูงของแนวกั้นแม่น้ำ นี่สะท้อนให้เห็นเลยว่า โครงการป้องกันน้ำท่วมของเนเธอร์แลนด์ ไม่ใช่การสร้างกำแพงกั้นน้ำขึ้นมาดื้อๆ แต่เป็นความพยายามอยู่กับน้ำให้ได้ในทุกรูปแบบ ในระยะยาว
3
8.) โครงการ 'Room for the River' ใช้เวลา 9 ปีในการก่อสร้าง คือตั้งแต่ปี 2006-2015 และใช้งบประมาณเกือบ 90,000 ล้านบาท แต่ก็ถือว่าประสบความสำเร็จ เห็นได้จากเหตุน้ำท่วมล่าสุดเมื่อกลางปี ที่แม่น้ำในยุโรปเอ่อล้นตลิ่ง กระทบหลายประเทศ เช่นเยอรมนีและเบลเยียม แต่เนเธอร์แลนด์ได้รับผลกระทบน้อยมาก
2
คิดเล่น ๆ ว่า เราผ่านมหาอุทกภัยปี 2554 มา 10 ปี ถ้าเรามีโครงการที่ได้ผลอย่าง Room for the River ที่ใช้เวลาสร้าง 9 ปี ปีนี้เราอาจไม่เจอน้ำท่วมแบบนี้ก็ได้
10
9.) การพัฒนาตามแนวแม่น้ำของเนเธอร์แลนด์ จะพิจารณาขึ้นอยู่กับพื้นที่ คิดถึงลักษณะทางภูมิศาสตร์ และความเป็นอยู่ของผู้คนในจุดที่ได้รับผลกระทบ ทำให้นอกจากโครงการจากส่วนกลางแล้ว โครงสร้างการบริหารในส่วนภูมิภาค จึงได้รับความสำคัญด้วย
10.) ระบบบริหารจัดการน้ำของเนเธอร์แลนด์ นอกจากจะมีรัฐบาลส่วนกลางเป็นหัวเรือใหญ่ ดูแลในระดับนโยบาย ทำแผนบริหารจัดการน้ำระดับชาติวางไว้ทุก 5 ปี และมีหน่วยงานระดับท้องถิ่น เช่นจังหวัดหรือเมือง คอยรับนโยบายของรัฐส่วนกลางมาปฏิบัติในพื้นที่แล้ว ยังมีองค์กรท้องถิ่นที่เรียกว่า 'คณะกรรมการน้ำ' (Water Board) ดูแลเรื่องน้ำโดยเฉพาะด้วย
1
11.) คณะกรรมการน้ำ เป็นหน่วยงานท้องถิ่นมีอำนาจและงบประมาณอิสระ ทำหน้าที่ดูแลทุกอย่างเกี่ยวกับน้ำ เช่นระดับน้ำในแม่น้ำลำคลอง การไหลของน้ำ การกักเก็บน้ำ มาตรการป้องกันน้ำท่วม ไปจนถึงการบริหารจัดการน้ำเพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน
12.) สมาชิกของคณะกรรมการน้ำ ไม่ได้มาจากการแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ แต่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน โดยต้องประกอบจากภาคส่วนที่เป็นเจ้าของที่ดิน ตัวแทนชาวบ้าน เจ้าของอาคาร บริษัทห้างร้าน ซึ่งคณะกรรมการก็จะมีระบบบริหาร เลือกคณะผู้บริหารและประธานกรรมการขึ้นมาอีกที โดยใครที่เป็นประธานคณะกรรมการน้ำ จะมีศักดิ์ไม่ต่างจากนายกเทศมนตรีของเมือง หรือผู้ว่าราชการจังหวัดทีเดียว
3
13.) คณะกรรมการน้ำถูกให้ความสำคัญมาก เพราะเนเธอร์แลนด์ถือว่า เรื่องน้ำเรื่องใหญ่ เพราะเกี่ยวข้องกับทั้งภาคอุตสาหกรรม ภาคการท่องเที่ยว ภาคการเกษตร ไปจนถึงวิถีชีวิตของผู้คน และโครงสร้างการทำงานของคณะกรรมการน้ำ ก็ถูกเปรียบเหมือนเป็นสะพานประสานภาคส่วนต่างๆ ให้มาหารือกันว่าจะเดินหน้าแผนจัดการน้ำอย่างไร
2
14.) ระบบป้องกันน้ำท่วมของเนเธอร์แลนด์ จึงไม่ใช่แค่เรื่องการทุ่มงบประมาณ แต่เป็นเรื่องของการวางแผนระยะยาวหลายปี การพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยี ซึ่งเรื่องนี้ก็รวมถึงทรัพยากรบุคคลด้วย และลงลึกไปถึงการมีส่วนร่วมกับชุมชนอย่างจริงจัง นี่คือกุญแจความสำเร็จที่ทำให้ระบบป้องกันน้ำท่วมของเนเธอร์แลนด์ ใช้ได้จริง และเป็นระบบที่ถูกยกย่องว่าดีที่สุดประเทศหนึ่งในโลก
5
#workpointTODAY
#สาระความรู้เพื่อวันนี้
ไม่พลาดข่าวธุรกิจ การตลาดที่สำคัญ ติดตาม TODAY Bizview https://bit.ly/3picIeS
ติดตามรายการของ workpointTODAY ทาง YouTube https://bit.ly/2YDfyiK
โฆษณา