มีบัญชีอยู่แล้ว?
วิกฤติอินเดีย ขาดแคลนไฟฟ้า เพราะถ่านหินแพง
1
รู้ไหมว่า ประเทศอินเดียเป็นประเทศที่มีปริมาณสำรองถ่านหิน มากเป็นอันดับที่ 5 ของโลก
แต่ปัจจุบัน ประเทศแห่งนี้กลับมีถ่านหินไม่เพียงพอสำหรับการผลิตไฟฟ้าใช้ในประเทศ
2
ตอนนี้มีหลายพื้นที่ในประเทศอินเดียประสบปัญหาไฟฟ้าดับ จนกระทรวงพลังงานของอินเดีย
ถึงกับต้องออกมาแถลงว่าเรากำลังเผชิญกับปัญหาวิกฤติขาดแคลนไฟฟ้าแล้ว..
 
แล้วทำไมอินเดียกำลังเผชิญวิกฤติพลังงาน
และเรื่องดังกล่าวจะเป็นความเสี่ยงต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ
ภายหลังจากวิกฤติโรคระบาดในประเทศ มากแค่ไหน ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
2
จริง ๆ แล้ว ไม่เพียงแต่ประเทศอินเดียเท่านั้น ที่กำลังเจอปัญหานี้
เพราะในช่วงที่ผ่านมา ประเทศจีน ก็ได้ประสบปัญหาวิกฤติพลังงาน เช่นกัน
โดยเหตุผลสำคัญที่ประเทศจีนประสบปัญหาพลังงานเกิดขึ้นจากการที่รัฐบาลได้ออกมาตรการควบคุมการปล่อยมลพิษ เพื่อลดปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมภายในประเทศ
 
รัฐบาลจีนต้องการให้ประชาชนลดการใช้ไฟฟ้าลง ตั้งแต่ภาคครัวเรือนไปจนถึงภาคอุตสาหกรรม
โดยเฉพาะอุตสาหกรรมหนักหลายอย่างที่สร้างมลพิษ เช่น เหล็ก อะลูมิเนียม และซีเมนต์นั้น ถูกควบคุมปริมาณการใช้เชื้อเพลิงเพื่อลดการใช้พลังงาน
 
ในขณะที่ปีนี้ ราคาถ่านหินที่เพิ่มสูงขึ้น ก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้จีนประสบปัญหาขาดแคลนไฟฟ้า
เพราะถ่านหินนับเป็นแหล่งพลังงานหลักในการผลิตไฟฟ้าที่ประเทศจีน
1
เมื่อต้นทุนการผลิตไฟฟ้าแพงขึ้น ในขณะที่ราคาขายไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าถ่านหินกลับถูกควบคุมโดยรัฐบาล ทำให้โรงไฟฟ้าเหล่านี้ไม่เต็มใจที่จะเพิ่มกำลังการผลิตให้เพียงพอต่อความต้องการ จึงเกิดปัญหาไฟฟ้าดับในช่วงที่ผ่านมา
 
ตัดกลับมาที่อินเดียที่ตอนนี้กำลังเผชิญหน้ากับวิกฤติความขาดแคลนพลังงานไฟฟ้า
ซึ่งนักวิเคราะห์หลายฝ่ายถึงกับบอกว่า ปัญหานี้ที่อินเดียอาจจะหนักกว่าที่จีนกำลังประสบอยู่ในเวลานี้
เพราะอะไร ?
 
หากเรามาดู 3 ประเทศที่บริโภคถ่านหินมากที่สุดในโลก คือ
3
ประเทศจีน 4,631 เทระวัตต์-ชั่วโมง
ประเทศอินเดีย 947 เทระวัตต์-ชั่วโมง
ประเทศสหรัฐอเมริกา 774 เทระวัตต์-ชั่วโมง
 
แม้จะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าประเทศจีน มีปริมาณการใช้ถ่านหินมากกว่าเพื่อน
แต่หากเรามาดู สัดส่วนการใช้ถ่านหิน เพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้าในแต่ละประเทศ
2
ประเทศอินเดีย ใช้ถ่านหินผลิตไฟฟ้า 71%
ประเทศจีน ใช้ถ่านหินผลิตไฟฟ้า 61%
ประเทศสหรัฐอเมริกา ใช้ถ่านหินผลิตไฟฟ้า 19%
จะเห็นได้ว่าประเทศอินเดียพึ่งพาถ่านหินในสัดส่วนที่สูงมาก ซึ่งเมื่อมีเหตุการณ์ที่มากระทบต่อถ่านหิน
จึงทำให้ความขาดแคลนไฟฟ้ากระจายไปทั่วประเทศ และส่งผลกระทบเป็นวงกว้างทันที
สำหรับสาเหตุที่ทำให้เกิดวิกฤติพลังงานในประเทศอินเดียนั้น จะต่างจากประเทศจีน ตรงที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการสนับสนุนพลังงานสะอาดของรัฐบาล แต่เกิดขึ้นจากการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจในประเทศที่กำลังพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
แล้วเศรษฐกิจในประเทศอินเดียฟื้นตัวเร็ว ขนาดไหน ?
เราต้องลองมาดูจากการเติบโต GDP ของประเทศอินเดียในช่วง 4 ไตรมาสล่าสุด
GDP ไตรมาส 3/2020 ลดลง 7.4%
GDP ไตรมาส 4/2020 เพิ่มขึ้น 0.5%
GDP ไตรมาส 1/2021 เพิ่มขึ้น 1.6%
GDP ไตรมาส 2/2021 เพิ่มขึ้น 20.1%
สำหรับการเติบโตแบบก้าวกระโดดของ GDP ไตรมาสล่าสุด
ส่วนหนึ่งเกิดจากฐานที่ต่ำในปีก่อน ที่โดนผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด 19
อีกส่วนก็ถูกขับเคลื่อนด้วยการคลายล็อกดาวน์ ที่ได้ทำให้เกิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจภายในประเทศมากขึ้น
1
และด้วยเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวอย่างรวดเร็วนั้น ก็ได้ทำให้ความต้องการพลังงาน
โดยเฉพาะการใช้ไฟฟ้าในประเทศนั้น พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
ซึ่งสวนทางกันกับราคาถ่านหิน ที่กำลังมีมูลค่าสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์..
นับจากต้นปีที่ผ่านมา ราคาถ่านหินนั้น ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาแล้วกว่า 200%
ในขณะที่อินเดียนั้น เป็นประเทศที่นำเข้าถ่านหินมากเป็นอันดับที่ 3 ของโลก
มีสัดส่วนกว่า 16.7% โดยในปี 2020 มูลค่านำเข้าถ่านหินของอินเดียนั้นอยู่ที่ 535,000 ล้านบาท
และเมื่อความต้องการไฟฟ้าสูงขึ้น สถานการณ์ในอินเดียก็เหมือนกับที่เกิดขึ้นในจีน..
เมื่อราคาถ่านหินแพงขึ้น ต้นทุนในการผลิตของโรงไฟฟ้าถ่านหินจึงเพิ่มสูงขึ้น
ผู้ผลิตไฟฟ้านั้นไม่สามารถที่จะปรับขึ้นราคาขายไฟฟ้าได้มาก เพราะราคาขายถูกภาครัฐกำกับดูแลไม่ให้ขึ้นราคาขายได้ตามต้องการ
1
เมื่อเป็นอย่างนี้ ทุกหน่วยไฟฟ้าที่โรงไฟฟ้าผลิตเพิ่ม ก็จะประสบปัญหาขาดทุน
ดังนั้นโรงไฟฟ้าที่อินเดียก็จะผลิตไฟฟ้าเท่าที่จำเป็น
1
จึงทำให้สถานการณ์ ณ ตอนนี้ โรงไฟฟ้าถ่านหินในอินเดียหลายแห่ง มีเหลือถ่านหินที่ใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตไฟฟ้าเพียง 3 ถึง 4 วัน ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์ที่รัฐบาลอินเดียตั้งไว้ที่ 14 วัน
1
ในขณะเดียวกัน โรงไฟฟ้าถ่านหินในอินเดียหลายแห่งก็ได้ตัดสินใจหยุดผลิตไฟฟ้า หลายแห่งต้องลดกำลังการผลิตลง โดยปัจจุบัน โรงไฟฟ้าเหล่านั้นใช้กำลังการผลิตเพียงแค่ครึ่งเดียวเท่านั้น
 
ยังไม่รวมเรื่องสภาพอากาศที่เลวร้าย เช่น สถานการณ์ฝนตกหนัก ที่ได้ทำให้การขนส่งถ่านหินออกจากเหมืองหลายแห่งในอินเดีย เพื่อนำออกมาใช้นั้น ไม่สามารถทำได้เหมือนในช่วงเวลาปกติ
เรื่องราวต่าง ๆ เหล่านี้ จึงทำให้ประเทศอินเดีย ณ ตอนนี้กำลังเจอวิกฤติขาดแคลนไฟฟ้าอย่างหนัก
ซึ่งมันก็ไม่ได้ส่งผลกระทบเพียงแค่ภาคอุตสาหกรรมที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศเท่านั้น
4
แต่ยังกระทบต่อสังคมและการใช้ชีวิตของคนทั่วไป อย่างการรักษาผู้ป่วยจากโควิด 19 ในโรงพยาบาลหลายแห่ง รวมไปถึงอาจทำให้การฉีดวัคซีนป้องกันโควิด 19 ในอินเดียล่าช้าจากที่คาดการณ์เอาไว้
1
แม้ว่าปัจจุบัน รัฐบาลอินเดียจะพยายามผลักดันให้โรงไฟฟ้าที่ปิดไปแล้วกลับมาผลิตไฟฟ้าใหม่
เพื่อให้เพียงพอกับความต้องการใช้ไฟฟ้า แต่ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้น
 
ซึ่งก็ต้องติดตามกันต่อไปว่า วิกฤติขาดแคลนพลังงานไฟฟ้าในครั้งนี้จะเป็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในระยะสั้นหรือไม่
เพราะถ้ามันยังลากยาวไปเรื่อย ๆ
มันอาจคุกคามต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจในประเทศอินเดีย
และเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้า อย่างที่หลายคนคาดไม่ถึงเช่นกัน..
    หมาน้อย
    จะเห็นว่าการพึ่งเชื้อเพลิงด้านใดด้านหนึ่งมากเกินไป เป็นความเสี่ยง ไทยพึ่งพาก๊าซธรรมชาติ 60% ถ่านหิน 18% ที่เหลือเป็นพลังงานอื่นๆ
    • กำลังนิยมในบล็อกดิต
      EXPORT: ข่าวดีผู้ส่งออกไทย ออสเตรเลียเลิกใช้ AD สับปะรดกระป๋อง และกระจกโฟลตใสจากไทยแล้ว หลังบังคับใช้มายาวนานถึง 20 ปี กรมการค้าต่างประเทศ ระบุว่า ออสเตรเลียประกาศยุติการใช้มาตรการ AD สินค้าสับปะรดกระป๋องและกระจกโฟลตใสจากไทยแล้ว หลังไม่พบความเสียหายต่ออุตสาหกรรมในประเทศ แต่ยังคงเตือนผู้ส่งออกไทย อย่าเพิ่งทุ่มตลาด
      ## NO นวัตกรรมสุดล้ำ ช่วยชีวิตผู้ป่วยหนักได้ โดยไม่พึ่งท่อช่วยหายใจ ## 2 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่เริ่มเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 นวัตกรรมทางการแพทย์ต่างมีการพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัสแล้ว ในตอนนี้มีการศึกษายาฆ่าเชื้อไวรัสโดยตรง ที่ถูกคาดว่าจะเป็นความหวังใหม่ ซึ่งจะช่วยรักษาผู้ป่วย ที่ถึงแม้จะติดเชื้อ และมีอาการ ก็ไม่ป่วยหนักหรือเสียชีวิตลง
      UPDATE: กทม.เปิดรายชื่อ 63 โรงเรียน อนุญาตเปิดเรียนได้ (24 ตุลาคม 2564) สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร เปิดเผยรายชื่อโรงเรียนในระดับชั้นประถมศึกษาและมัธยมศึกษา จำนวน 63 แห่ง ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ที่ได้รับอนุญาตจาก กทม. ให้เปิดการเรียนการสอนได้ ภายใต้มาตรการป้องกันโควิด-19 อย่างเคร่งครัด โดยทั้ง 63 โรงเรียนที่อนุญาตให้เปิดการเรียนการสอนแบบ On site กระจายอยู่ในพื้นที่ 30 เขตของกทม. และส่วนใหญ่เป็นโรงเรียนนานาชาติ
      เซ็น"ลิซ่า"ร่วมงานเค้าท์ดาวน์ปีใหม่สัปดาห์หน้า ขอ ครม.เบิกค่าตัว100ล้าน กรณีกระเเสข่าวกระทรวงท่องเที่ยวฯ วางแผนดึงตัว ลลิษา มโนบาล “ลิซ่า Black Pink” ร่วมงานเค้าท์ดาวน์ปีใหม่ 2022 ล่าสุดนั้น นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า ถึงขณะนี้ทาง ศิลปินสาวชาวไทยแห่งค่าย YG Entertainment ลิซ่า แบล็กพิงค์ คอนเฟิร์ม ว่าจะมาร่วมงานเคาท์ดาวน์ภูเก็ต ปีใหม่ 2022 โดยสัปดาห์หน้าจะมีการเซ็นสัญญาร่วมงานอย่างเป็นทางการ
      ดูทั้งหมด