Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Book Gossip: เล่มนี้ต้องขยาย
•
ติดตาม
14 ต.ค. 2021 เวลา 16:53 • หนังสือ
Habits Game หรืออีกชื่อคือ #เกมสันดานมนุษย์ เป็นหนังสือที่เคยเห็นเพื่อนร่วมโรงเรียนมัธยมพูดถึงใน facebook ว่าเป็นหนังสือที่ดีมาก ในตอนแรกเข้าใจว่าเป็นนิยายแปล แต่พอลองค้นดูพบว่านักเขียนเป็นคนไทยก็ยิ่งรู้สึกสนใจเข้าไปใหญ่ที่สำคัญคือเคยอ่านเรื่องหนึ่งของนักเขียนคนนี้ในเด็กดีแล้วรู้สึกว่าพล็อตน่าสนใจ เลยอยากลองอ่านเรื่องนี้ดูสักครั้ง น่าเสียดายที่เป็นหนังสือที่หาได้ยากแล้ว ผ่านมา 3 ปีก็ยังหาไม่ได้
จนวันหนึ่งตัดสินใจว่าต้องลองไปถามนักเขียนดูว่าเขายังพอมีเก็บไว้ไหม และนับว่าแต้มบุญที่ร่อยหรอของเรายังคงมีพอ เนื่องจากคุณนักเขียนยังมีเก็บไว้ เราจึงขอซื้อต่อมาทันที แต่คุณนักเขียนใจดีมากที่ยกให้เลย กราบขอบพระคุณมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ Staying - Writer 🙏 หลังจากได้มาก็ตามสัญญาที่ให้ไว้กับนักเขียนเลยว่าจะลัดคิวมาอ่านให้สมกับที่รอมานาน แล้วเล่มนี้ก็มาถึงวันเดียวกับที่อ่านเล่มก่อนจบพอดี มาดูกันว่าอ่านจบแล้วเรารู้สึกยังไง
หนังสือเล่าถึงกลุ่มนักเรียนมัธยมห้องคิงของโรงเรียนแห่งหนึ่งที่ได้ตกลงไปเข้าร่วมแบบทดสอบทางจิตวิทยาในพื้นที่ห่างไกลท่ามกลางธรรมชาติ แต่เมื่อไปถึงกลับพบว่าพวกเขาถูกเอามาขังไว้ในห้องเรียนในโรงเรียนร้างแห่งหนึ่ง และมีบุคคลปริศนาที่เป็นผู้ควบคุมการทดสอบนี้คอยสื่อสารกับพวกเขาผ่านข้อความบนหน้าจอโทรทัศน์ภายในห้องเท่านั้น ซึ่งบุคคลนี้ได้บอกว่าแท้จริงแล้วที่แห่งนี้เป็นสถานที่ที่ใช้ทดสอบสันดานมนุษย์
โดยจะมีเครื่องจับสันดานมนุษย์คอยตรวจสอบนักเรียนทุกคนและแยกแยะคลื่นสมองที่มีรูปแบบ “โกหกเสแสร้ง” ออกมาเป็นแต้มตามแต่ละหน้ากากที่กำหนดไว้ ใครมีแต้มถึงเกณฑ์แต่ละรอบการทดสอบจะต้องจบชีวิตลง แน่นอนว่าถ้าพล็อตมีแค่นี้คงธรรมดาไป กฎของเกมส์นี้ยังมีต่อว่าในแต่ละรอบทุกคนต้องโหวตหน้ากากที่เพื่อนของตัวเองแต่ละคนใส่ในรอบนั้น หากโหวตถูกเพื่อนจะคะแนนเพิ่ม แต่คะแนนหน้ากากนั้นของตนเองจะลดแทน แต่หากโหวตผิด คะแนนของตนก็จะเพิ่ม เริ่มเห็นเค้าลางเห็นความวิบัติกันหรือยังคะ 🤣
พูดถึงเนื้อหากันก่อน เรื่องนี้ดาร์คมากๆ คนไม่ชอบความเลือดสาดอาจจะจิตตกได้เพราะข่วงแรกๆบรรยายอย่างโหด แต่ว่าหลังๆก็จะไม่หนักเท่านั้น แต่เน้นไปที่อารมณ์ ความกดดัน บรรยากาศที่เคร่งเครียดมากกว่า คือทุกคนอาจจะชินกับพล็อตแนวนี้ตรงที่มันคือการเอาคนที่มีจุดร่วมบางอย่างไปอยู่รวมกัน ให้แข่งขันอะไรสักอย่าง อาจจะเอาชีวิตรอด หรือเพื่อรางวัล เช่น เงิน อะไรทำนองนี้ ซึ่งคนที่โดนเอามาขังส่วนใหญ่มักจะเป็นแบบคนที่ไม่ได้รู้จักกันมาก่อน หรืออาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องในเหตุการณ์บางอย่าง แต่เรื่องนี้กลับเป็นนักเรียนที่เป็นเพื่อนกัน ในวัยที่ขึ้นชื่อว่าเป็นช่วงเวลาที่มิตรภาพเบ่งบานที่สุด โอเค มันก็อาจจะมีพล็อตหนังทำนองนี้บ้าง แต่เรื่องนี้มันน่าสนใจตรงที่เด็กห้องนี้ล้วนเป็นเด็กที่ฉลาด มีความสามารถโดดเด่น ซึ่งว่ากันตามจริงมันควรจะมีพฤติกรรมที่รับมือกับเหตุการณ์ต่างกับคนอื่น
อีกอย่างคือพล็อตของเรื่องนี้ดำเนินเรื่องค่อนข้างดี มีพลิกไปพลิกมาให้เวียนหัวเล่นตลอด ไม่เอื่อยจนน่าเบื่อ เล่มค่อนข้างหนานะแต่เข้มข้นมาก เราอ่านรวดเดียวเกือบจบเลย (ไม่จบเพราะต้องหนีไปนอนก่อนเดี๋ยวไม่ตื่นมาเรียน 55555) คือด้วยความที่เคยอ่านแนวนี้มาบ้างก็พอจะเดาอะไรๆออก แต่ก็มีช่วงที่โดนนักเขียนหลอกเหมือนกัน นับว่าเนื้อหาค่อนข้างมีจิตวิทยาเข้มข้น อาจจะไม่ได้ดีหรือว่าถูกต้องไปทั้งหมด แต่โดยรวมคือใช้ได้เลย มีทั้งหลักจิตวิทยาในการปกครอง การพูด การจับโกหก ซึ่งหลายเรื่องก็ค่อนข้างว้าว เพราะเป็นความรู้ใหม่ ถือว่านักเขียนก็ทำการบ้านมาดีเลยทีเดียว สำหรับเรารู้สึกประทับใจพอสมควรนะ นักเขียนคนไทยมีฝีมือมาก แต่น่าเสียดายที่ไม่ค่อยมีพื้นที่ให้ได้เฉิดฉายเท่าไหร่
มองกลับไปยังเนื้อเรื่องกันต่อ หากเด็กพวกนี้ลองตั้งสติและหาทางร่วมมือกันจริงๆมันก็น่าจะพอเอาตัวรอดไปได้ แต่คนคุมเกมส์ก็ฉลาดพอที่จะบ่มเพาะความรู้สึกไม่ไว้เนื้อเชื่อใจลงในความคิดของทุกคน พอไม่ไว้ใจแล้วก็ไม่มีใครกล้าเสี่ยง เพราะไม่รู้ว่าเพื่อนจะหักหลังตัวเองหรือไม่ ลึกๆแล้วมันก็คือการที่ตัวเองเป็นคนแบบนั้น ก็เลยคิดว่าคนอื่นจะทำแบบที่ตนก็คิดจะทำ รวมถึงเกิดความกดดันจากการที่เห็นเพื่อนเสียชีวิต และกลัวว่าตัวเองจะเป็นรายต่อไป พอมาเจอกับกฎที่จบหนึ่งรอบแล้วต้องโหวต ทุกคนก็ไม่กล้าเสี่ยงที่จะไม่โหวต เพราะไม่รุ้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง
1
มันเลยกลายเป็นว่าแทนที่จะมาคิดหาทางออก กลับมาฆ่ากันเองซะงั้น ซึ่งตอนแรกเราก็คิดว่ามันดูไม่สมเหตุสมผลเลยที่จ้องจะฆ่าเพื่อน ทั้งที่แต้มตัวเองก็ไม่ได้ถึงเกณฑ์เสี่ยง มาช่วยกันเฉลี่ยแต้มไม่ดีกว่าหรอ แต่พอคิดดูดีๆก็คือพอทุกคนต้องโหวต เราก็ไม่อยากเสี่ยงโหวตผิด ดังนั้นพอมีใครคนนึงหลุดเผยธาตุแท้ออกมา ทุกคนก็จะแย่งกันโหวตคนนั้น เพราะอย่างน้อยก็มั่นใจได้ว่าโหวตไม่ผิดไปแล้ว 1 แต้มแน่ๆ ส่วนตัวมองว่าตรงนี้ยังมีจุดบอดที่กฎการโหวตว่าแล้วถ้าคนอื่นๆพยายามระวังตัวเอง แล้วคะแนนที่ต้องโหวตในแต่ละรอบจะเป็นยังไง แต่ก็อนุมานเอาไปว่าอาจจะสุ่มเอาอะไรงี้
เราชอบที่ตัวละครในเรื่องนี้ทุกตัวมีทั้งดีเลว ตัวที่ดีจริงๆก็เคยเลวในช่วงที่ตัวเองเข้าตาจน มันก็ผสมปนๆกันไป คือถึงแม้ว่าเราจะโดนกดดันจนเผยสันดานที่แท้จริงออกมายังไง แต่ชั่วแวบหนึ่งเราก็ยังคงมีสำนึกผิดชอบชั่วดี มีความรู้สึกเห็นอกเห็นใจต่อเพื่อนมนุษย์ มีความละอายต่อบาป ในเกมส์นี้จะแสดงออกมาให้เห็นผ่านการที่ตัวละครพยายามโยนความผิดให้กัน ตอบโต้ว่าตนเองไม่ได้เจตนาจะฆ่าแต่จำเป็นต้องทำ และอ้างว่าทุกคนก็มีส่วนร่วมเหมือนกันหมด แต่ลึกๆแล้วพอเขาก็ล้วนละอายใจว่าตัวเองยอมผลักไสให้คนอื่นไปตายแทนเพื่อรักษาชีวิตตนไว้ คือมันดาร์คแต่มันก็มีความเรียล แน่นอนมันอาจจะดูโลกสวยสำหรับพวกตัวเอกของเรื่องไปบ้าง แต่เราว่ามันไม่ได้เกินจริงขนาดนั้น เพราะอย่าลืมว่าคนกลุ่มนั้นก็ไม่ได้ทำเพื่อทุกคน แต่ทำไปเพื่อที่ตนเองจะได้มีโอกาสรอดออกไปจากที่นี่ด้วยเช่นกัน
ส่วนเรื่องบุคลิกของเด็กในห้องอันนี้ขอมองข้ามที่นักเขียนบอกว่าเป็นนิยายที่ตั้งใจจะสะท้อนด้านมืดของเด็กห้องคิงที่มีการแข่งขันสูงก่อนนะ เรื่องนั้นคือเข้าใจได้แต่ก็มีข้อมูลที่อยากแชร์บ้างเล็กน้อย
เราคือคนที่เคยอยู่ห้องเรียนพิเศษมาแทบจะตลอดชีวิตเลยก็ว่าได้ เรายอมรับว่ามีบางคนที่มีลักษณะเหมือนตัวละครจริง แต่ไม่ใช่ทุกคนที่เฟค และไม่ใช่เด็กห้องท้ายจะนิสัยดีและจริงใจกว่าเสมอไป คือความฉลาดกับจิตใจมันไม่ได้แปรผกผันกันเลย มันเป็นมุมมองที่ stereotype มากๆ ตอนเราอยู่ม.ปลาย เราเป็นเด็กที่เรียนได้อันดับท้ายๆของห้อง เราเห็นเพื่อนบางคนที่อ่านหนังสือแต่บอกเพื่อนคนอื่นว่าไม่อ่าน เห็นเพื่อนที่กั๊กความรู้หรือโพยที่ได้มาแล้วไปแอบติวกันเอง เห็นเพื่อนที่เฟคใส่กัน พยายามเป็นคนอื่นที่ไม่ใช่ตัวเองเพื่อให้ได้รับการยอมรับ แน่นอนว่ามันมีเรื่องเลวร้ายเหล่านี้
แต่ใครอีกหลายๆคนก็ไม่ได้เป็นแบบนั้น สังคมอาจจะบีบให้เราต้องร้าย แต่เราเลือกได้ว่าจะเป็นยังไง ถ้าเราจริงใจกับเพื่อน เพื่อนบางคนอาจจะมองว่าเราปลอม แต่บางคนก็จะสัมผัสได้เช่นกัน เราคิดว่าคนอื่นจะมองเรายังไงไม่สำคัญ สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือเรามองตัวเรายังไง และเราอยากเป็นคนแบบไหน เพื่ออะไรหรือเพื่อใคร
เรายอมรับว่าบางครั้งก็มีโกรธที่โดนหลอก สับสนและไม่เข้าใจ แต่พอนานวันเข้าเราก็ไม่แคร์ เราเลือกที่จะไม่ทำตัวแบบคนพวกนั้น เลือกที่จะไม่พยายามคิดว่าคนคนนี้กำลังหลอกฉันอยู่หรือเปล่า ยกเว้นว่ามันจะเป็นเรื่องที่เหลือทนจริงๆ พอเข้ามหาลัยมาแรกๆ ด้วยคะแนนสอบในหลายๆวิชาที่ค่อนข้างดี ตอนนั้นก็มีแต่คนหาว่าเรารักสันโดษ ไม่เอาเพื่อน แอบอ่านแต่ไม่บอก หวงความรู้ สารพัดจะพูด เราเคยพยายามตอบโต้เพราะมันไม่ใช่เรื่องจริงแต่ก็ไม่มีใครสนใจ จนเราเลิกพูดและปล่อยให้การกระทำมันบอกเอง
ดังนั้นหากจะมองกันแบบไม่สนใจสิ่งที่นักเขียนได้บอก เรารู้สึกว่าการกระทำของเด็กส่วนใหญ่ในห้องมันเลวร้ายมากเกินไป 😥 ไม่ใช่แค่ในระหว่างการทดสอบ แต่ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมามันช่างเน่าเฟะเหลือเกิน พวกเขาเผยสันดานของตัวเองออกมาตลอดเวลา แต่แค่เอามารยาทมาสวมทับมันไว้ เหมือนลูกกวาดสีสวยสดใสแต่ข้างในเต็มไปด้วยยาพิษ โดยที่ทุกคนก็รับรู้ถึงความเสแสร้งนี้และพร้อมที่จะรุมเหยียบคนที่เผลอไม่ต่างกับในเกมส์เลยสักนิด ทั้งๆที่พวกเขาก็เลือกที่จะไม่ทำแบบนั้นก็ได้ แต่ก็เข้าใจได้ว่ามันเป็นอรรถรสอย่างหนึ่งของหนังสือ
และในส่วนของคนที่คิดแค้นคลั่งถึงขนาดทำร้ายผู้คนมากมายได้อย่างเลือดเย็นเพียงเพราะความแค้นส่วนตัวที่จู่ๆก็เอามาลงใส่คนที่ไม่ได้เกี่ยวข้องเลย คนพวกนั้นเรามองว่าเลวเสียยิ่งกว่าใครทั้งหมดเสียอีก จริงอยู่ที่มันมีประโยคที่ว่า “ทุกคนโทษแต่ปีศาจว่าเลวร้าย แต่ไม่มีใครโทษคนที่สร้างปีศาจขึ้นมาเลย” แต่การที่คุณจะทำร้ายใครสักคนที่เขาไม่ได้มีส่วนร่วมในการทำให้คุณมีปมมีปัญหาด้วยซ้ำมันเป็นเรื่องที่ไม่สมเหตุสมผลเอามากๆ เหมือนคุณแค่เก็บกดมาจากที่อื่นแล้วก็มาพาลใส่คนที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ แต่เรื่องนี้มันหนักกว่าตรงที่มันไม่ใช่พาลธรรมดา แต่มันฆ่ากันให้ตาย แถมยังทำให้คนเหล่านั้นต้องกลายเป็นคนที่มือเปื้อนเลือด มีตราบาป มีปมฝังใจไปชั่วชีวิต
มนุษย์เป็นสัตว์ที่ยกตนว่าประเสริฐเหนือสัตว์อื่นใน มีมันสมองฉลาดล้ำ มีปัญญาสร้างสรรค์สิ่งต่างๆมากมาย มีความสามารถในการเรียนรู้และพัฒนาตนเอง แต่แท้จริงแล้วภายในของเราก็ไม่ต่างอะไรกับสัตว์ชนิดอื่นเลย เรายังมีสัญชาตญาณเอาตัวรอดที่ฝังราก เรายังมีการแก่งแย่งชิงดีกัน ใช้ชีวิตที่ขับเคลื่อนโดยผลประโยชน์ เราอ้างว่าเรามีวัฒนธรรมมีอะไรต่อมิอะไรมากมายที่ทำให้เราเหนือกว่าทุกอย่าง แต่การกระทำของมนุษย์ทุกวันนี้ก็แทบไม่ต่างกับสัตว์ เราแค่เปลี่ยนจากการแย่งชิงสิ่งหนึ่งไปเป็นอีกสิ่ง สำหรับสัตว์อาจจะเป็นการแย่งชิงอาหาร อาณาเขต ตำแหน่งจ่าฝูง สำหรับมนุษย์ก็อาจจะเป็นเงิน อำนาจบารมี ฐานะหน้าตาทางสังคม และเมื่อเกิดการแย่งชิงขึ้นเราก็ไม่สนใจใครหน้าไหน ต่างพยายามตะเกียกตะกายเพื่อไขว่คว้าสิ่งที่ตนต้องการ ไม่สนกฎกติกา ไม่สนจารีตประเพณีดีงามที่ตนยกย่องนักหนาอีกต่อไป
ดังนั้นสำหรับแล้วโลกทุกวันนี้คือแบบทดสอบสันดานที่วนเวียนเปลี่ยนรอบไปมีรู้กี่ร้อยล้าน พันล้านรอบ คนที่ตกที่นั่งลำบากจนต้องเผยธาตุแท้ของตนเองออกมาจะโดนทุกคนรุมประนามและโหวตออก ผลักไสว่าเป็นผู้ร้าย เป็นที่รังเกียจของสังคม กดพวกเขาเอาไว้เพื่อใช้ยกระดับว่าตนนั้นดีกว่า ทำดังว่าพวกตนไม่เคยมีความคิดเช่นนั้น ไม่เคยรู้สึกเช่นนั้น และคอยมองหาเหยื่อรายใหม่ที่จะเป็นฐานเหยียบให้ตัวเองก้าวไปสู่ความเป็นคนดีที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ในขณะเดียวกันก็เริ่มนึกว่าหวาดกลัวว่าจะถูกกระชากหน้ากาก เริ่มระแวงคนรอบตัว จากมิตรก็แปรเปลี่ยนเป็นศัตรู เกิดความกดดันมากมายในจิตใจ จนแหลกสลายเสียการควบคุมและเผยสันดานออกมาในที่สุด วนเวียนเช่นนี้ไปไม่รู้จบสิ้น
ปล.อ่านจบตั้งแต่เช้า แต่กว่าจะเขียนจบคือนานมาก 😅 ดีมากจริงๆจนไม่รู้จะเขียนยังไงดี เป็นผลงานคนไทยที่อยากให้ทุกคนมีโอกาสได้ลองอ่านสักครั้ง
4 บันทึก
4
2
8
4
4
2
8
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย