Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
ช่างกิน
•
ติดตาม
15 ต.ค. 2021 เวลา 15:12 • อาหาร
พรหมลิขิต กับ ปลาตะเพียน
...
ฝนตกทั้งวันยังไม่หยุด ไปตลาดนัดหน้าปากทางไม่ได้ มื้อเย็นวันศุกร์เล่นของง่ายๆตามที่มีอยู่
มีลาบหมูเหลืออยู่ในตู้ เอาออกมาทำลาบคั่วไข่ ทำง่ายๆ ตอกไข่สองฟองใส่ลาบ ละลายแป้งทอดกรอบผสมลงไปด้วย ถ้าลาบปรุงรสชาติดีอยู่แล้ว ไม่ต้องปรุงรสอะไรเพิ่ม
ตั้งน้ำมันให้ร้อนจัด เอาลาบผสมไข่ลงคั่ว ใช้ตะหลิวยีอย่าให้จับตัวเป็นก้อน พอสุกเหลืองตักออกสะเด็ดน้ำมัน ได้กับข้าวอย่างหนึ่งละ
ลาบหมูคั่วไข่
เมื่อวันพุธ กลับจากบางไก่เถื่อน แม่ทำปลาตะเพียนหมักกระเทียมพริกไทยให้มาด้วย เอาออกจากช่องฟรีสเข้าไมโครเวฟละลายสักสองนาที ทอดพอเหลืองหอม ได้กับข้าวอีกอย่าง
ปลาตะเพียนทอดกระเทียมพริกไทยตำรับแม่ คือหนึ่งในอาหารโปรดของผม ปลาตะเพียนน่าจะเป็นปลาชนิดแรกที่ผมได้กินตั้งแต่เกิดมา เพราะปลาตะเพียน เป็นปลาสามัญประจำบ้าน อยู่คู่คนไทยมาช้านาน เป็นสัญลักษณ์แห่งความอุดมสมบูรณ์ ดังถ้อยคำติดปากว่า "ในน้ำมีปลาในนามีข้าว"
ปลาตะเพียนจะอร่อยที่สุดคือช่วงหลังหน้าเกี่ยวข้าวแล้วเสร็จ เป็นปลาตะเพียนหลังฤดูน้ำหลากจากว่ายเข้าไปเติบโตในท้องทุ่ง มีเมล็ดข้าวอ่อนจากรวงเป็นอาหารอุดมสมบูรณ์ ทำให้เนื้อปลามีความหวาน มัน อร่อย จนเป็นที่มาของสำนวน "ข้าวใหม่ปลามัน"
ปลาตะเพียนทอดกระเทียมพริกไทย
เนื้อปลาตะเพียนอร่อย แต่มีก้างละเอียดแทรกในเนื้อเยอะตามประสาปลาหวงเนื้อ ไม่รู้วิธีทำ ไม่รู้วิธีกิน ก้างติดคอมาหลายรายแล้ว
2
หนึ่งในเทคนิคการทำปลาตะเพียนให้กินได้ไม่โดนก้างตำ คือการบั้งตามขวางตัวปลาถี่ๆให้ละเอียด ตัดก้างย่อยออกจนหมด อย่างที่แม่ผมทำมาให้
พี่สาวผมแอบนินทาแม่ว่า พอรู้ว่าผมจะพาหลานไปหา แม่ลงมือทำปลาตะเพียนเองเลย โดยเฉพาะลงมีดบั้งตัวปลา ไม่ยอมให้พี่สาวผมทำ เพราะกลัวบั้งไม่ดีไม่ละเอียดตัดก้างไม่ขาด จะติดคอหลานทั้งสองที่ชอบกินปลาตะเพียนทอดเหมือนกัน
1
บั้งปลาตะเพียนตามขวางถี่ๆช่วยตัดก้างแทรกในเนื้อปลาได้
พูดถึงความอร่อยของปลาตะเพียน ทำให้นึกถึง พงศาวดารกรุงศรีอยุธยาฉบับบริติซมิวเซียม ต้นฉบับเก็บรักษาอยู่กรุงลอนดอน พงศาวดารฉบับนั้น กล่าวถึงกฏหมายพิศดารปลายสมัยกรุงศรีอยุธยา มีตราพระราชกำหนดไว้ว่า ห้ามราษฏรจับปลาตะเพียนมากินเด็ดขาด
กฏหมายห้ามจับปลาตะเพียนนี้ตราขึ้นในช่วงปี พ.ศ. 2251 - 2275 รัชสมัยพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระ กษัตริย์องค์ที่ 31 แห่งราชวงศ์บ้านพลูหลวง
1
มูลเหตุที่ต้องตราพระราชกำหนดห้ามคนจับปลาตะเพียนกิน เพราะพระเจ้าท้ายสระทรงโปรดเสวยปลาตะเพียนมาก ถึงขนาดกำหนดบทปรับว่า ใครจับปลาตะเพียนมากินต้องเสียค่าสินไหมปรับสูงถึง 5 ตำลึง
ความอร่อยของเนื้อปลาตะเพียนที่มาของกฏหมายห้ามจับปลาตะเพียนมากินในสมัยพระเจ้าท้ายสระ
ในนิยายของ "รอมแพง" ภาคต่อของ "บุพเพสันนิวาส" คือเรื่อง "พรหมลิขิต" ที่ตอนนี้กำลังจะกลายเป็นละครทีวี ยังหยิบประเด็นเรื่องกฏหมายห้ามจับปลาตะเพียนกินในสมัยพระเจ้าท้ายสระ มาขยายความเป็นประเด็นหนึ่งของเรื่องด้วย โดยให้ "แม่พุดตาน" นางเอกของเรื่อง ย้อนเวลาไปอยู่ในยุคพระเจ้าท้ายสระ ให้เธอเป็นเหตุแห่งการออกกฏหมายห้ามจับปลาตะเพียนกินในสมัยนั้น
อ่าน "พรหมลิขิต" จบแล้ว โดยรวมของนิยายเรื่องนี้ไม่สนุกเท่า "บุพเพสันนิวาส" ส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะบุคคลและเหตุแห่งความขัดแย้งทางการเมืองในสมัยพระเจ้าท้ายสระ ไม่เข้มข้นดราม่าเท่าการชิงอำนาจในสมัยพระนารายณ์
คงต้องรอชมฝีมือเขียนบทของ "ศัลยา สุขะนิวัตติ์" ว่าจะดัดแปลงนิยายเรื่องนี้ออกมาเป็นบทละครโทรทัศน์ได้สนุกสนานเหมือนที่เคยสร้างปรากฏการณ์ "ออเจ้า" คราวทำบท "บุพเพสันนิวาส" ได้หรือไม่
นิยาย "บุพเพสันนิวาส" และ "พรหมลิขิต"
นอกจากเรื่องกฏหมายพิศดารห้ามจับปลาตะเพียนกินแล้ว ในปลายสมัยอยุธยายังมีกฏหมายพิศดารอีกข้อที่ตราขึ้นในสมัยพระเจ้าเอกทัศน์ คือกฏหมายเก็บ "อากรผักบุ้ง" ให้เก็บภาษีจากคนที่เก็บผักบุ้งที่ขึ้นทั่วไปตามแม่น้ำลำคลองมากิน
เรื่องภาษีผักบุ้ง คราวหน้าคราวหลังจะเล่าให้ฟัง ส่วนเย็นนี้ขออร่อยกับปลาทอดก่อน
ปลาตะเพียนทอดกระเทียมพริกไทยอร่อยขนาดนี้ ต่อให้ต้องถูกปรับไหมสักกี่ตำลึงก็ยอม
มื้อนี้มีแต่ของทอด
ปลาตะเพียนทอดกระเทียมพริกไทยแสนอร่อย
บันทึก
2
4
2
4
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย