19 ต.ค. 2021 เวลา 02:30 • ความคิดเห็น
"เจ้าศากยะเหล่านั้น จงล้างแผ่นกระดานที่เรานั่งด้วยน้ำเจือด้วยน้ำนมก่อน แต่ในกาลที่เราดำรงราชสมบัติแล้ว เราจักเอาเลือดในลำคอของเจ้าศากยะเหล่านั้นล้างแผ่นกระดานที่เรานั่ง"
เจ้าชายวิฑูฑภะอาฆาตตระกูลศากยะไว้ เนื่องจากในอดีตพระเจ้าปเสนทิแห่งแคว้นโกศล พระบิดาของเจ้าชายดำริจะเกี่ยวดองเป็นญาติกับตระกูลศากยะแห่งแคว้นสักกะ จึงส่งทูตไปขอพระธิดามาเป็นมเหสี เหล่าราชวงศ์ศากยะไม่พึงใจจะเกี่ยวดองกับตระกูลพระเจ้าปเสนทิที่ด้อยเกียรติกว่า ครั้นจะปฏิเสธก็หวั่นเกรงกำลังทหารของแคว้นโกศล จึงทำอุบายส่งนางวาสภขัตติยาที่เป็นธิดาของท้าวมหานามแต่มีชาติกำเนิดเป็นทาสจากฝ่ายแม่ถวายให้พระเจ้าปเสนทิ
นานวันเมื่อเจ้าชายวิฑูฑภะเติบใหญ่ก็ข้องใจว่าเหตุใดตนจึงไม่ได้รับบรรณาการต่าง ๆ เหมือนอย่างเจ้าชายองค์อื่น ๆ เลย จึงดำริและเดินทางเยือนกรุงกบิลพัสดุ์และมีเหตุให้ทราบความจริงเรื่องชาติกำเนิดเมื่อมหาดเล็กนายหนึ่งนึกได้ว่าลืมอาวุธไว้ในวังที่กรุงกบิลพัสดุ์ขณะกำลังเดินทางกลับแคว้นโกศล มหาดเล็กจึงได้พบเห็นการล้างแผ่นกระดานและรู้ความจริงเรื่องชาติกำเนิดของเจ้าชายวิฑูฑภะ เป็นเหตุให้ทั้งเจ้าชายและพระมารดาถูกปลดออกจากฐานันดรในเวลาต่อมา
วันเวลาผ่านไป ท้ายที่สุดเจ้าชายวิฑูฑภะยึดอำนาจจากพระบิดาแล้วทำสงครามฆ่าล้างตระกูลศากยะได้สำเร็จ ทว่าท้ายที่สุดมหาอุทกภัยก็กวาดล้างชีวิตของพระองค์และไพร่พลลงสู่มหาสมุทร
ผมเห็นการเช็ดทำความสะอาดพื้นผิวสัมผัสตามสถานที่ต่าง ๆ ในตอนนี้แล้วเผอิญนึกถึงเรื่องเจ้าชายวิฑูฑภะขึ้นมาได้ เชื่อว่าทุกคนคงคุ้นเคยและเข้าใจตรงกันว่านี่คือชีวิตวิถีใหม่ คงไม่มีใครอุตรินึกคิดว่านั่นเป็นการดูถูกเหยียดหยามว่า
“แกเห็นฉันสกปรกขนาดนั้นเชียวหรือ ?”
หรือคิดว่า
“แกเห็นฉันมีเสนียดจัญไรใช่ไหม ?”
กลับกลายเป็นว่าทุกฝ่ายจะสบายใจเสียอีกที่ได้เห็นการทำความสะอาดเช่นนั้น หรือต่อให้ไม่คิดเกี่ยวกับเรื่องเชื้อโรคก็ยังรู้สึกสบายใจหากมองว่านั่นเป็นขั้นตอนตามปกติ พนักงานจำเป็นต้องทำความสะอาดไม่ว่าคนที่มานั่งแล้วลุกออกไปจะเป็นใครก็ตาม
บริบทที่เปลี่ยนแปลงไปจากยุคสมัยพุทธกาลนอกเหนือจากยุคสมัยกับเรื่องวรรณะที่มีเฉพาะในอินเดียก็คือองค์ความรู้ เช่นเรารู้จักเชื้อโรค เราเรียนรู้เรื่องสุขอนามัยและการระบาดของโรค สิ่งเหล่านี้พิสูจน์ได้จริง องค์ความรู้จากศาสตร์อันหลากหลายไม่ว่าจะเป็นวิทยาศาสตร์ สังคมศาสตร์ ภาษาศาสตร์ ภูมิศาสตร์ รัฐศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ และอื่น ๆ อีกมากมายปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของมนุษย์ตั้งแต่รากฐานความคิด ส่งผลต่อการมองโลกและการกระทำให้แตกต่างจากเดิมเพื่อให้เกิดการพัฒนาและมีชีวิตที่สุขสบายยิ่งขึ้น
เราเห็นการเช็ดทำความสะอาดพื้นผิวแล้วสบายใจก็เพราะเรารู้ว่านั่นจะทำลายเชื้อโรค จะไม่มีคนป่วยเพิ่มขึ้น รวมถึงนั่นไม่ได้แปลว่าตัวเราสกปรก แค่หมายถึงอีกฝ่ายไม่รู้ว่าเราไปสัมผัสอะไรมาบ้าง เสื้อผ้าและมือของเราอาจสัมผัสและนำพาเชื้อโรคมาได้ ฉะนั้นจึงต้องทำความสะอาดเพื่อให้ปลอดภัย ทุกฝ่ายเข้าใจตรงกันด้วยองค์ความรู้ด้านสุขอนามัย จะเห็นได้ว่าความรู้ความเข้าใจจากศาสตร์ที่พิสูจน์ข้อเท็จจริงได้นั้นช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของมนุษย์ให้ดีขึ้น แตกต่างจากความงมงายและอัตตาที่มองตนเหนือกว่าผู้อื่น หรือก็คือการแบ่งเขาแบ่งเรา สิ่งเหล่านี้มีแต่สร้างความขัดแย้ง จุดชนวนความโกรธและนำไปสู่ปัญหาไม่รู้จบ
ส่วนกรณีที่มีคนยุโรปและคนอเมริกาบางกลุ่มบางพวกเห็นว่า การที่รัฐบาลบังคับใช้กฎหมายให้ประชาชนสวมหน้ากากอนามัยนั้นเป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพส่วนบุคคลนั้น ผมมองว่าพวกเขายัง “งมงาย” เอาตนเองเป็นที่ตั้งเกินไป คนเราเห็นต่างกันได้แต่ไม่ต้องเอาสิ่งเหล่านั้นมาเป็นประเด็นขัดแย้ง เรามีสิทธิเสรีภาพที่จะทำสิ่งทั้งหลายโดยไม่ก่อความเดือดร้อนและผิดกฎหมาย ผมยังหวังอีกว่า ในอนาคต ศาสตร์ด้านต่าง ๆ จะเผยองค์ความรู้ที่ช่วยให้มนุษย์ขัดแย้งกันน้อยลง เข้าใจธรรมชาติรวมถึงเข้าใจกันและกันมากขึ้น เพื่อมีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา