20 ต.ค. 2021 เวลา 08:27 • ประวัติศาสตร์
ความสัมพันธ์ระหว่าง “คลีโอพัตรา (Cleopatra)” และ “จูเลียส ซีซาร์ (Julius Caesar)”
1
เรื่องราวของ “คลีโอพัตรา (Cleopatra)” และ “จูเลียส ซีซาร์ (Julius Caesar)” เป็นตำนานที่เล่าขานกันมาเนิ่นนานจนถึงปัจจุบัน
พระนางคลีโอพัตรา เป็นราชินีแห่งอียิปต์โบราณ โดยพระองค์เสด็จพระราชสมภพเมื่อราว 69 ปีก่อนคริสตกาล โดยเป็นพระราชธิดาใน “ปโตเลมีที่ 12 (Ptolemy XII)” ฟาโรห์แห่งอียิปต์
คลีโอพัตรา (Cleopatra)
ไม่เป็นที่ทราบถึงเรื่องราวของพระราชมารดาของพระนางคลีโอพัตรามากนัก แต่เป็นไปได้ว่าพระราชมารดาและพระราชบิดาของพระองค์นั้นเป็นพระพี่น้องกัน ซึ่งในสมัยนั้น การแต่งงานระหว่างญาติหรือพี่น้องนั้นเป็นเรื่องธรรมดา อันเป็นการรักษาความบริสุทธิ์ของสายเลือด
1
ต่อมา เมื่อปโตเลมีที่ 12 สวรรคต พระนางคลีโอพัตราวัย 18 พรรษา ได้ขึ้นปกครองอียิปต์พร้อมกับพระอนุชาวัย 10 พรรษา นั่นคือ “ปโตเลมีที่ 13 (Ptolemy XIII)” ซึ่งพระนางคลีโอพัตรา ก็ได้อภิเษกสมรสกับปโตเลมีที่ 13 ผู้ซึ่งเป็นพระอนุชาของพระองค์
1
ปโตเลมีที่ 13 (Ptolemy XIII)
ทางด้าน “จูเลียส ซีซาร์ (Julius Caesar)” ขุนศึกชาวโรมัน ได้ตั้งมั่นที่จะตามจับตัวศัตรูของตน นั่นคือแม่ทัพที่ชื่อ “ปอมเปย์ (Pompey)”
การตามจับนี้นำพาซีซาร์มาถึงอียิปต์ ซึ่งเมื่อมาถึงอียิปต์ ปโตเลมีที่ 13 ก็ได้นำหัวของปอมเปย์มามอบให้ซีซาร์ โดยปโตเลมีที่ 13 มีพระประสงค์จะดึงตัวซีซาร์เข้ามาเป็นพรรคพวก เนื่องจากพระองค์ทรงวางแผนจะขับไล่พระนางคลีโอพัตรา ผู้ซึ่งเป็นพระพี่นางและพระมเหสีของพระองค์ออกจากบัลลังก์
จูเลียส ซีซาร์ (Julius Caesar)
ทางด้านพระนางคลีโอพัตรา พระองค์ก็ทรงตระหนักว่าซีซาร์จะเป็นกำลังสำคัญในการครอบครองอียิปต์ พระองค์จึงทรงวางแผนเช่นกัน
ตามตำนานนั้น พระองค์ทรงถูกสั่งห้ามไม่ให้เข้าพบซีซาร์ พระองค์จึงออกอุบายให้คนรับใช้ ห่อพระนางในพรมเพื่อไม่ให้ใครสงสัย และให้นำพรมนั้นไปมอบให้ซีซาร์ถึงห้องนอน โดยอ้างว่าเป็นของขวัญสำหรับเขา
1
เมื่อเปิดพรมออกมา พระนางคลีโอพัตราก็ออกมาจากพรม และทำให้ซีซาร์ ขุนศึกวัย 54 ปีหลงเสน่ห์ และในไม่ช้า ซีซาร์ก็ได้กลายเป็นคู่รักและพันธมิตรของพระนางคลีโอพัตรา
ทั้งพระนางคลีโอพัตราและปโตเลมีที่ 13 อาจจะจำเป็นต้องดึงซีซาร์เข้าเป็นพวก หากแต่ซีซาร์ก็มีเหตุผลที่เลือกจะเข้ากับพระนางคลีโอพัตรา
นอกจากเสน่ห์เย้ายวนของพระนางคลีโอพัตรา พระนางคลีโอพัตรายังเป็นสตรีที่ร่ำรวย และน่าจะรวยที่สุดในโลกในเวลานั้น ซึ่งความมั่งคั่งนี้จะทำให้ซีซาร์มีความแข็งแกร่งพอที่จะกลับไปยึดอำนาจในโรม
ในภายหลัง พระนางคลีโอพัตราทรงพระครรภ์ และให้พระประสูติกาลพระราชโอรส นั่นคือ “ปโตเลมีที่ 15 ซีซาเรียน (Caesarion)” ในวันที่ 24 มิถุนายน 47 ปีก่อนคริสตกาล
2
การที่พระองค์ทรงมีสัมพันธ์กับซีซาร์ทำให้ผู้คนไม่ค่อยชอบใจนัก ยิ่งมีพระราชโอรสกับซีซาร์ ยิ่งทำให้หลายคนระแวง
1
เหล่าทหารโรมันที่ประจำการอยู่ในอียิปต์ ก็คอยถวายอารักขาพระนางคลีโอพัตรา หากแต่ในเวลาต่อมา พระนางคลีโอพัตราก็เสด็จหนีไปยังกรุงโรมเพื่อมาอยู่กับซีซาร์
ชีวิตในกรุงโรม พระนางคลีโอพัตราต้องใช้ชีวิตในฐานะของ “ภรรยารอง” ของซีซาร์ เนื่องจากซีซาร์นั้นมีภรรยาอยู่แล้ว และกฎหมายโรมันก็ไม่อนุญาตให้ผู้ปกครองแต่งงานกับชาวต่างชาติ
แต่ถึงจะเป็นภรรยารอง แต่พระองค์ก็มีชีวิตที่สุขสบาย ประทับอยู่ในบ้านหลังใหญ่ของซีซาร์ เพียบพร้อมทั้งคนรับใช้และของขวัญหรูหราที่ซีซาร์ส่งมาถวายเป็นประจำ
ต่อมา ซีซาร์ถูกลอบสังหารในวันที่ 15 มีนาคม 44 ปีก่อนคริสตกาล และภายหลังการเสียชีวิตของซีซาร์ พระนางคลีโอพัตราก็เลือกที่จะเสด็จกลับอียิปต์
แต่ที่อียิปต์ ประชาชนและคนของพระองค์ก็ไม่ได้ต้อนรับพระนางคลีโอพัตรานัก ทำให้พระองค์อยู่ในภาวะที่ไม่ปลอดภัยนัก แต่เมื่อ 41 ปีก่อนคริสตกาล พระองค์ก็ทรงได้ยินว่าแม่ทัพโรมันที่ชื่อ “มาร์ค แอนโทนี (Mark Antony)” ได้เดินทางมาอียิปต์
พระนางคลีโอพัตราทรงเล็งเห็นว่าแอนโทนีน่าจะช่วยปกป้องพระองค์และบัลลังก์ของพระองค์ได้ พระองค์จึงหาทางได้พบกับแอนโทนี และแอนโทนีก็หลงในเสน่ห์ของพระองค์อย่างที่คิด
มาร์ค แอนโทนี (Mark Antony)
และเช่นเดียวกับซีซาร์ พระนางคลีโอพัตราต้องการให้แอนโทนีคุ้มครองพระองค์ ส่วนแอนโทนีก็ต้องการเงินของพระนางคลีโอพัตรา
สำหรับบทสุดท้ายของความรักนี้ ก็จบลงด้วยการสวรรคตของพระนางคลีโอพัตราจากการปลงพระชนม์พระองค์เองอย่างที่หลายๆ ท่านทราบ และผมก็เคยเขียนบทความเกี่ยวกับพระนางไว้ สามารถหาอ่านได้ครับ
โฆษณา