ถ้าไม่คาดหวัง ก็จะไม่ผิดหวัง ... ชีวิตอยู่ได้โดยไม่คาดหวังจริงหรือ?
ชีวิตคนเรายอมพบกับความผิดหวัง และส่งผลให้เราเป็นทุกข์กับความผิดหวังนั้น และมันจึงไม่แปลกที่เราจะตั้งคำถามถึงการพยายามจัดการกับความรู้สึกนั้น...
ถ้าเราไม่คาดหวัง เราจะไม่ผิดหวัง ... มันฟังดูดี แต่สิ่งที่อยากจะชวนตั้งคำถาม คือ เราใช้ชีวิตโดยไม่คาดหวังอะไรเลยได้หรือไม่? คนเราควรที่จะใช้ชีวิตไม่คาดหวังอะไรเลย?
หรือแท้จริงแล้วประโยคนี้มันเป็นสัจธรรมที่พาเราไปสู่ความหลุดพ้น หรือเป็นเพียงการเล่นคำสวยงามให้อ่านแล้วรู้สึกดีเพียงเท่านั้น
ก่อนอื่นเราต้องรู้จักก่อนว่าอะไรคือ อะไรคือความหวัง (hope) และอะไรคือความคาดหวัง (expected)
ทั้งสองอย่างคือการคาดการณ์อนาคตข้างหน้า ขณะที่ความหวังนั้นมีโอกาสเกิดขึ้นน้อย ส่วนความคาดหวังมีโอกาสเกิดสูงกว่าความหวังมาก ยกตัวอย่างเช่น บางคนหวังว่าชีวิตนี้จะรวยเป็นมหาเศรษฐี บางคนหวังว่าจะถูกรางวัลที่ 1 บางคนหวังให้คนในสังคมรักใคร่สามัคคี บางคนหวังให้โควิดสงบลงโดยเร็ววัน ...
ความหวังเหล่านี้อาจเกิดขึ้นหรือไม่ได้เกิดขึ้นก็ได้ ในความหมายนี้ความหวังกับความใฝ่ฝันจึงมีความคล้ายคลึงกัน เมื่อไม่เป็นดังหวังไม่เป็นดั่งฝันผลกระทบทางอารมณ์ก็ไม่สูงมาก
ในขณะที่ความคาดหวังนั้น ผู้คนให้ความสำคัญมากกว่าผลกระทบทางอารมณ์จึงสูงกว่า เช่น พ่อแม่ส่งลูกเรียนพิเศษคาดหวังให้ลูกเข้าเรียนในมมหาลัยของรัฐ ลูกก็เรียนหามรุ่งหามค่ำคาดหวังให้คะแนนสอบออกมาดี เราโอนเงินให้คนขายคาดหวังให้เขาส่งสินค้ามาให้ จากตัวอย่างเราจะเห็นว่า ความคาดหวังของเรามันส่งผลต่ออารมณ์มากกว่าเมื่อไม่เป็นดั่งความคาดหวัง
ลองคิดถึงลูกที่สอบออกมาได้คะแนนไม่ดีสอบเข้ามมหาลัยรัฐไม่ได้ทั้งที่คาดหวังไว้ ทั้งพ่อแม่และลูกจะรู้สึกอย่างไร หรือคนซื้อที่โอนเงินไปแล้วแต่ไม่ได้สินค้าหรือได้สินค้ามาไม่ตรงกับที่คาดหวัง
ทั้งความหวังและความคาดหวังเป็นเรื่องธรรมชาติของมนุษย์ ยิ่งเราอยู่ในระบบสังคมที่ซับซ้อน การอยู่โดยปราศจากความคาดหวังใดๆจึงเป็นไปได้ยาก
หลายคนที่ปฏิบัติธรรมอาจจะรู้สึกค้านในใจกับคำอธิบายนี้ แต่ก็ต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่าที่หลายคนปฏิบัติธรรมก็หวังที่จะได้พบพระนิพพานหรืออย่างน้อยก็คาดหวังความสงบในใจจิต หรือมีใครปฏิบัติธรรมโดยปราศจากเป้าหมายหรือความคาดหวังใดๆ ทำมันไปอย่างนั้น ถ้าเป็นเช่นนั้นก็เท่ากับการผลาญเวลาชีวิตไปอย่างไร้จุดหมาย หรือใช้ชีวิตล่องลอยไปตามโชคชะตา
ถ้าเราไม่คาดหวังอะไร ลองจินตนาการว่าเราเดินไปซื้อของแล้วคนขายไม่ให้สินค้าเราหรือให้ของไม่ดีไม่ตรงตามที่ต้องการ แล้วเราพร้อมไหมที่จะก็บอกว่าไม่เป็นไร ยิ้มแล้วเดินออกมาเพราะเรายึดถือว่าใช้ชีวิตแบบไม่คาดหวังอะไรอยู่แล้ว ถ้าเรายังทำไม่ได้ความคาดหวังจึงยังคงจำเป็นกับชีวิตของเราอยู่
เราจึงควรเอาเวลาแทนที่จะเลิกคาดหวังกับสิ่งต่างๆ เพื่อที่จะไม่ผิดหวัง แต่เอาเวลาไปทำความเข้าใจสิ่งต่างๆรอบตัวเราและทำความเข้าใจตัวเอง เพื่อที่เราจะได้ไม่ตั้งความคาดหวังของเราให้มันสูงเกินไป เมื่อความคาดหวังมันสมเหตุสมผลและยืดหยุ่นตามบริบท เราก็จะไม่ผิดหวัง เรากำเงิน 10 บาทไปซื้อน้ำที่ร้านค้าคาด แล้วเราก็ได้น้ำดื่ม 1 ขวดตามความคาดหวังเพื่อเอามาดับกระหาย หรือถ้าเราซื้อรางวัลแล้วไม่ถูกเลขท้าย 2 ตัวหรือรางวัลที่ 1 ก็สมแล้วเพราะโอกาสถูกมันแค่ 1 ในร้อยหรือ 1 ในล้าน
ไม่ใช่กำเงินไป 10 บาทไปซื้อน้ำที่ร้านค้า แล้วคาดหวังจะได้น้ำแร่คุณภาพจากเทือกเขา Alps ... หรือซื้อรางวัลแล้วคาดหวังว่าเราคือผู้โชคดีคนนั้นที่จะพิชิตโอกาส 1 ในล้าน จะได้เอาเงินทางใช้หนี้งวดก่อนๆ ... เมื่อเราเข้าใจธรรมชาติของมัน ว่าเราแทบจะใช้ชีวิตอยู่โดยปราศจากความคาดหวังไม่ได้ … ในขณะเดียวกันความคาดหวังก็ไม่ได้เป็นสิ่งที่ต้องกำจัดไปจากชีวิตถ้าเราจัดการมันอย่างเหมาะสม ...
  • 1
โฆษณา