ต่างกันอย่างไรระหว่าง คิดบวก กับ โลกสวย?
ท่ามกลางยุคที่ผู้คนพยายามแสวงหาความสุขจากชีวิตประจำวันที่แสนเบื่อหน่าย คำถามนี้เป็นคำถามที่คนหลายคน สงสัยว่าระดับไหนที่เรียกว่าคิดบวก แบบไหนที่เรียกว่าโลกสวย(เหมือนอยู่ในทุ่งลาเวนเดอร์)
ตอนนี้เรากำลังคิดบวกหรือเรากำลังโลกสวย
ก่อนจะตอบคำถามนี้อยากจะพาไปเข้าใจการมองสถานการณ์ต่างๆก่อนว่า หลักๆแล้วมันแบ่งได้อย่างไรบ้าง
ประเภทแรกมองโลกแง่ลบ (pessimistic) คือ คนที่มองความเป็นจริงเลวร้ายกว่าที่ควรจะเป็น ยกตัวอย่างถ้าคนประเภทนี้ต้องซื้อลอตเตอรี่ เขามีแนวโน้มที่จะไม่สูงซื้อเพราะเขามองว่าเขาไม่มีโชคเรื่องนี้เลย
ประเภทที่สองมองโลกแบบเป็นกลาง (neutral) คือ คนที่มองโลกตามความเป็นจริง มองสิ่งต่างๆตามข้อเท็จจริง ถ้าคนประเภทนี้ต้องเสี่ยงกับลอตเตอรี่ พวกเขาจะพิจารณาตัดสินใจตามความน่าจะเป็นของโอกาสทั้งบวกและลบ ผลตอบแทนทั้งดีและร้าย แล้วดูว่าคุ้มค่าหรือไม่ ถ้าคุ้มพวกเขาก็ไม่ลังเลที่จะเสี่ยง
ประเภทที่สาม คือ คนที่มองโลกดีกว่าความเป็นจริง (optimistic) แน่นอนว่ากรณีตัวอย่างเดียวกัน พวกเขาจะเชื่อว่าพวกเขามีโอกาสถูกรางวัลลอตเตอรี่ แม้จะรู้ว่าโอกาสถูกมันน้อยมาก แต่พวกเขาก็เชื่อว่าเขาอาจจะเป็นผู้โชคดีคนนั้นก็ได้
เมื่อกลับมาที่คำถามว่ามองโลกแง่ดีกับโลกสวยต่างกันอย่างไร เราจะเห็นว่าเราได้รู้จักกับคนมองโลกแง่ดีไปแล้ว แล้วโลกสวยหล่ะเป็นอย่างไร
โลกสวย (Over confident or Illusory superiority) เป็นขั้นกว่าของมองโลกแง่ดี
พวกเขามองโลกว่าสวยงามกว่าที่เป็นอยู่จริงอย่างมาก
จากตัวอย่างเดิม พวกเขาจะเชื่ออย่างสุดใจว่าพวกเขาคือผู้โชคดีที่จะถูกรางวัลคนนั้นอย่างแน่นอน
เค้าคือผู้ถูกเลือกคนนั้น ถ้าทำธุรกิจพวกเค้าคือผู้ที่จะประสบความสำเร็จ แม้นี่จะเป็นการลงทุนครั้งแรกของพวกเขาและไม่ได้มีประสบการณ์ในการทำธุรกิจมาก่อน
และแน่นอนว่าการมองในแง่บวกหรือลบเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็น อคติทางการรู้คิด (cognitive biases)
ถามว่าแล้วเราควรมองโลกตามความเป็นจริง มองแง่บวก หรือมองแง่ลบ
การมองโลกแง่บวกมันมีข้อดีและข้อเสียขึ้นอยู่กับว่าเราสนใจเรื่องไหนอยู่
แน่นอนถ้าเป็นเรื่องการเงิน การลงทุน การมองโลกแง่บวกจะทำให้เราตัดสินใจเสี่ยงแบบไร้เหตุผลในทางเศรษฐศาสตร์
แต่ถ้าเรามองโลกบวกในการดำเนินชีวิต เช่น การเรียนหรือความรัก มันจะช่วยให้เรามีความสุขและความหวังในชีวิตมากขึ้น
ลองจินตนาการว่า ถ้านักเรียนหรือคู่รักที่คิดแบบเป็นกลางโดยตระหนักอยู่เสมอในทุกขณะว่า พวกเขามีโอกาส 50% ที่จะสอบตกวิชานั้นหรือต้องเลิกรากับคู่รักของตัวเอง คุณคิดว่าพวกเขาจะมีความสุขไหม?
การมองโลกแง่ลบนั้นช่วยให้เราระวังตัว แต่มากไปก็ตื่นตระหนก และไร้ความหวังในชีวิต
และแน่นอนว่าการคิดโลกสวยนี่อันตรายที่สุดเพราะมีโอกาสสูงที่จะพบกับความผิดหวัง หรือมองคนผิดจนนำไปสู่เหตุการณ์ที่เลวร้ายจากคนที่จ้องเอาเปรียบ และความผิดหวังที่รุนแรงนั้นอาจนำไปสู่ปัญหาเรื่องการมองโลกแง่ลบหรือปัญหาทางสุขภาพจิตได้...
โฆษณา