31 ต.ค. 2021 เวลา 11:07 • กีฬา
การที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จัดทีมด้วยการใช้นักเตะตัวรับลงตัวจริงพร้อมกันถึง 7 คน โดยยังไม่นับรวมตำแหน่งผู้รักษาประตู ถือเป็นวิธีเล่นที่ตรงข้าม “ดีเอ็นเอ” ของสโมสรอย่างสิ้นเชิง แต่ผลลัพธ์ที่ออกมา กลายเป็นว่าระบบนี้ช่วยให้ทีมได้ผลการแข่งขันที่น่าพอใจที่สุดนัดหนึ่งของฤดูกาลที่แสนยากลำบากนี้ของพวกเขา
1
ผลงานบุกถล่ม ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ 3-0 ในเกมคู่ดึกคืนวันเสาร์ ถือเป็นการพิสูจน์ให้คนเห็นว่านักเตะผีแดงไม่ได้คิดจะเล่นไล่โค้ช แต่ยังมีความเป็นมืออาชีพมากพอ ที่จะมองว่าการพยายามช่วยให้สโมสรกลับมาคว้าผลการแข่งขันที่ดีก่อน คือเรื่องที่ถูกต้องกว่าการทำตัวเป็นกบเลือกนาย
ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ แทบจะกลายเป็นโค้ชที่อ่อนหัดที่สุดของจักรวาล เพราะการคุมทีมไม่ชนะในลีกนานถึง 4 นัดซ้อนด้วยรูปทรงฟุตบอลไร้ทีมเวิร์ค แถมแพ้ ลิเวอร์พูล คาบ้านไปแบบสู้ไม่ได้ถึง 0-5 นั่นคือเรื่องที่แฟนบอลปีศาจแดงไม่มีทางยอมรับได้
ชื่อของ โซลชาร์ กลายเป็นเต็งหนึ่งของกุนซือพรีเมียร์ลีกคนต่อไปที่จะตกงาน แทบไม่หลงเหลือแฟนผีคนไหนอยากให้เขาคุมทีมอีกต่อไปแล้ว บางคนถึงกับเชียร์ให้ทีมแพ้ สเปอร์ส ไปซะมันจะได้จบๆ แล้วทีมจะได้มูฟออนไปหาโค้ชที่เก่งกาจกว่านี้เยอะเสียที
ต่อให้ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน จะออกหน้าปกป้องอดีตลูกทีมคนนี้เอาไว้ โดยขอให้บอร์ดบริหารสโมสรชะลอเรื่องการลงมติไล่ออกเอาไว้ก่อน แต่กุนซือชาวนอร์เวย์เหลือโอกาสพิสูจน์ตัวเองเพียงแค่ 3 นัดเท่านั้น แถมแต่ละนัดคือโจทย์ที่ยากกว่าหลายๆ เกมที่เขาพลาดในซีซั่นนี้เสียอีก
1
นั่นทำให้ โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ ต้องทำทุกอย่างเท่าที่จะทำได้ เพื่อพาทีมกลับมาคว้าชัยชนะให้ได้อีกครั้ง
1
ปัญหาสำคัญสุดอันดับแรกที่ โซลชาร์ ต้องรีบแก้ คือการที่ทีมเสียประตูให้คู่แข่งง่ายเกินไป และเปิดพื้นที่ให้ฝั่งตรงข้ามมากเกินไปในการหลุดเข้าไปหาโอกาสยิง
1
แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์สำหรับโค้ชหนุ่มจอมยิ้มที่จะหาทางออกจากปัญหานี้ คือการได้ ราฟาแอล วาราน หายจากอาการบาดเจ็บ ฟิตกลับมาพร้อมลงตัวจริงอีกครั้ง
1
หากนับรวมเกมล่าสุดที่บุกชนะ สเปอร์ส เข้าไปด้วย สถิติเผยว่า เกมใดก็ตามที่ทีมปีศาจแดงส่ง วาราน ลงสนาม พวกเขาไม่เคยเสียประตูเกิน 1 ลูก และสามารถเก็บคลีนชีตได้ 2 ครั้งจากทั้งหมด 8 นัดรวมทุกรายการ
2
แต่ 6 นัดที่ทีมลงเล่นโดยไม่ได้ใช้งานเซนเตอร์แบ็กทีมชาติฝรั่งเศส ไม่มีการเก็บคลีนชีตให้เห็นแม้แต่ครั้งเดียว เสียประตูรวมกันไปถึง 14 ลูก โดยนับเฉพาะ 3 เกมก่อนหน้าจะบุกเยือน สเปอร์ส พวกเขาโดนยิงรวมกันถึง 11 ประตูนับรวมทุกถ้วย
อย่างไรก็ตาม ถึงแม้จะได้ วาราน ซึ่งเป็นกองหลังที่เก่งกาจที่สุด และประสบการณ์สูงที่สุดเข้ามาช่วยปรับปรุงเกมรับ แต่การที่ทีมเพรสแดนบนได้ไม่ดีนัก ส่วนกองกลางก็เข้าปะทะแย่งบอลจากคู่แข่งไม่ค่อยชนะ มันก็มีโอกาสให้ทีมเสียประตูเยอะอยู่ดี
1
สิ่งนี้คือเหตุผลว่าทำไม โซลชาร์ ถึงยอมเปลี่ยนหมากจากที่ยึดติดแต่ 4-2-3-1 เป็นหลัก มาปรับใช้แผน 3-4-1-2 ซึ่งในยามตั้งรับ ระบบการเล่นกลายเป็นสูตร 5-2-1-2 เลยด้วยซ้ำ โดยใช้นักเตะตัวรุกธรรมชาติในสนามแค่ 3 คน
2
โจทย์สำคัญต่อมา ก็คือการต้องหาวิธีใช้งานซูเปอร์สตาร์ระดับโลกอย่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ให้เกิดประโยชน์กับทีมมากที่สุด และใช้ประโยชน์จากเขาได้มากที่สุด
1
หมาก 4-2-3-1 ที่ให้กัปตันทีมชาติโปรตุเกสยืนกองหน้าตัวบนสุดคนเดียว ทำให้เขาโดดเดี่ยวเกินไปในหลายๆ เกม แถมสภาพร่างกายของดาวยิงวัย 36 ปี ก็ไม่ได้มีความคล่องตัวมากพอที่จะไล่บีบเพรสซิ่งแดนบนมากนัก ขืนฝืนดันทุรังใช้งานต่อไปด้วยวิธีเดิมๆ จะเป็น โซลชาร์ เองนั่นแหละที่เดือดร้อนกว่าคนอื่น
CR7 ในเวอร์ชั่นอายุ 30+ มักจะเล่นได้ดีถ้ายืนในระบบกองหน้า 2 ตัวขึ้นไป ถ้าหาใครสักคนที่เซนส์บอลทันกันไปยืนคู่กับเขา จะช่วยให้เจ้าตัวปล่อยของออกมาได้มากกว่าที่เอาแต่รอยิงอย่างเดียวแน่ๆ
ซึ่งผู้เล่นที่เหมาะสมที่สุดที่จะเป็นคู่หูของ โรนัลโด้ ณ ชั่วโมงนี้ คือศูนย์หน้าวัย 34 ปีอย่าง เอดินสัน คาวานี่
1
หัวหอกทีมชาติอุรุกวัย เก่งในเรื่องการวิ่งทำทาง หาช่อง หาตำแหน่งสอดเข้าทำประตูได้ทุกจังหวะ และขยันเพรสซิ่งแดนบนเป็นเลิศ ถ้าจะบอกว่านี่คือศูนย์หน้าธรรมชาติที่ดีที่สุดที่ผีแดงมีในตอนนี้ ก็ไม่ใช่การพูดเกินเลยไปนัก
2
ถึงแม้บทบาทของเจ้าตัวจะลดลงไปเยอะ นับตั้งแต่สโมสรไปคว้าซีอาร์เซเว่นเข้ามาสวมเบอร์ 7 แทน แต่ความเป็นมืออาชีพของดาวยิงผมสลวยไม่ลดลงไปเลย
1
โซลชาร์ เพิ่งให้สัมภาษณ์กล่าวชม คาวานี่ หลังจบเกมนัดล่าสุดที่บุกถล่มไก่เดือยทองเอาไว้ว่า นี่คือนักเตะที่ซ้อมได้ยอดเยี่ยมที่สุดแล้วในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา และรางวัลตอบแทนของความพยายาม นั่นคือการได้โอกาสลงเป็น 11 คนแรก ในเกมที่อาจตัดสินชะตาของผู้จัดการทีม
โซลชาร์บอกว่า “ผมอยู่ที่นี่มาแล้ว 3 ปีในฐานะผู้จัดการทีม และผลงานการซ้อมเมื่อวันอังคารจาก เอดินสัน คาวานี่ มันคือผลงานที่ดีที่สุด เท่าที่ทุกคนเคยแสดงออกมาให้เห็นในการซ้อมที่นี่เลย”
“หนุ่มอาวุโสเป็นผู้นำจากด้านหน้า พวกเขา (โรนัลโด้ และ คาวานี่) ต่างมีความเคารพซึ่งกันและกัน ซึ่งการทำงานหนักและคุณภาพที่พวกเขาทุ่มเทลงไปนั้น ไม่มีใครเป็นสองรองใคร”
“มันคือผลงานที่ยิ่งใหญ่จากทั้ง 2 คนที่ได้จับคู่กัน ทั้งคู่ต่างย้ายเข้ามาช้า ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่เราเคยทำมาก่อน แต่ของเก่ามันก็ยังใช้งานได้นะ!”
สำหรับคู่มิดฟิลด์ตัวกลาง หลายคนอาจไม่ค่อยพอใจ โซลชาร์ ที่ยังไม่ยอมให้โอกาส ดอนนี่ ฟาน เดอ เบค ทั้งที่ ปอล ป็อกบา ติดโทษแบน 3 นัดจากใบแดงในเกมกับ ลิเวอร์พูล ไปแล้ว
แต่ผมเข้าใจว่า สำหรับ โซลชาร์ แล้ว เขายังมองไม่เห็นว่าใครจะช่วยกันไล่แย่งบอลจากคู่แข่งตรงกลางสนามได้ดีกว่า เฟร็ด กับ สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ จริงๆ
1
เนมานย่า มาติช ช้าเกินไป และสภาพร่างกายไม่พร้อมที่จะวิ่งไล่บดบี้ตรงกลางสนามได้นานนัก ขณะที่ ฟาน เดอ เบค ก็ไม่ได้มีจุดเด่นที่การเข้าปะทะ แต่เขาเก่งในเรื่องของการเชื่อมเกม และหาจังหวะเติมเข้าไปในกรอบเขตโทษมากกว่า
1
ผมมองว่าโอกาสลงตัวจริงอีกครั้งของมิดฟิลด์ชาวดัตช์ น่าจะเป็นตอนที่ทีมเจอโปรแกรมแข่งติดๆ กันช่วงปลายปีจนจำเป็นต้องโรเตชั่น หรือไม่อย่างนั้น เขาอาจจะต้องถูกปล่อยออกไปในเดือนมกราคมนี้แทน ถ้าหาก โซลชาร์ ไม่คิดจะใช้งานเขามากพอจริงๆ
1
กลับมาว่ากันที่รายละเอียดการเล่นของเกมที่ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ สเตเดี้ยม เมื่อคืนวันเสาร์ อย่างที่บอกไปนั่นก็คือ ตอนที่ผีแดงไม่ได้ครองบอล พวกเขาตั้งรับด้วยการยืนตำแหน่งคล้ายกับหมาก 5-3-2 หรือ 5-2-1-2 ซะมากกว่า
แต่เมื่อทีมต้องดันขึ้นสูง ระบบจะกลายเป็น 3-4-1-2 หรือบางจังหวะกลายเป็น 3-4-3 โดย บรูโน่ แฟร์นันด์ส มีอิสระที่จะเติมขึ้นไปเป็นกองหน้าตัวที่ 3
1
ระบบนี้ที่นำโดยกองหน้าที่เคลื่อนที่ฉลาดและขยันวิ่งอย่าง คาวานี่ ทำให้การเพรสแดนบนทำได้ดุดันกว่าหลายๆ เกมก่อนหน้านี้อย่างเห็นได้ชัด บีบให้ สเปอร์ส จ่ายบอลพลาดในแดนตัวเองหลายครั้ง และทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด มีโอกาสเซตบอลเข้าทำ แม้จะใช้ตัวรุกไม่มากก็ตาม
2
ตำแหน่งที่ต้องเคลื่อนที่ทำงานหนักที่สุดของระบบหลัง 3 คือวิงแบ็กทั้งสองข้าง ซึ่ง ลุค ชอว์ กับ อารอน วาน-บิสซาก้า ทำหน้าที่กันได้ดีมาก
2
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรายของ วาน-บิสซาก้า แม้จะยังมีขีดจำกัดในเรื่องความสามารถในการเติมเกมรุก แต่นี่คือเกมที่เขาขยันวิ่งขึ้นลงช่วยทีมมากที่สุดแล้ว ทำให้การเดินเกมบุกดูต่อเนื่อง ส่วนเกมรับก็ยังทำหน้าที่ได้ไม่ผิดพลาด
1
การใช้ระบบ 3 เซนเตอร์แบ็กมีข้อดีตรงที่ ชอว์ กับ วาน-บิสซาก้า ไม่จำเป็นต้องหลุดตำแหน่งหุบเข้าในจนเปิดพื้นที่ให้ตัวริมเส้นฝั่งตรงข้ามได้เล่นง่ายเกินไป และต่อให้โดนนักเตะอย่าง ซน ฮึง-มิน หรือ ลูคัส มูร่า สลัดหลุดไปได้ แต่แบ็กทรีที่ยืนอยู่ด้านใน ก็ช่วยซ้อนสกัดบอลกันได้ไม่ยาก
ราฟาแอล วาราน คือผู้นำเกมรับที่สร้างความแตกต่างจากเกมก่อนๆ อย่างแท้จริง จะเห็นได้ว่าเขาสั่งการการยืนตำแหน่งให้กองหลังเพื่อนร่วมทีมตลอด ว่าควรเข้าบอลจังหวะไหน ควรรอซ้อนตอนไหน ถ่างออกด้านกว้างตอนไหน ส่วนตัวเขาเองจัดการเคลียร์ลูกอันตรายทิ้งมากที่สุดถึง 6 ครั้ง (มากที่สุดในสนาม) และไม่จำเป็นต้องทำฟาวล์เลยแม้แต่ครั้งเดียว
2
อีกส่วนหนึ่งที่ทำให้เกมรับของ แมนฯ ยูไนเต็ด ดูดีขึ้นเยอะในเกมนี้ คือการที่คู่มิดฟิลด์ตัวกลางอย่าง เฟร็ด กับ สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ ประสานงานกันได้ดี ดูกล้าเข้าปะทะ และกล้าตัดฟาวล์มากกว่าหลายๆ เกมที่ผ่านมา ที่ชอบปล่อยให้ฝั่งตรงข้ามผ่านไปถึงแผงหลังได้ง่ายๆ
1
เกมนี้คู่หู “แม็คเฟร็ด” เข้าปะทะสำเร็จรวมกันถึง 8 ครั้ง (คนละ 4 ครั้ง) ถือว่าเป็นเกมที่ทั้งคู่เข้าปะทะได้ยอดเยี่ยมที่สุดของฤดูกาล
ส่วนตัวเลขการทำฟาวล์ก็มากขึ้นกว่าทุกนัดก่อนหน้านี้อย่างมีนัยสำคัญ ทั้ง 2 คนกล้าตัดฟาวล์ตรงกลางสนามมากขึ้น (ฟาวล์ไปคนละ 3 ครั้ง) เหมือนได้รับการบรีฟมาว่าให้ลดความติ๋มลง และหน้าที่การจัดการตัดบอลให้ทีมคืองานหลักของ 2 คนนี้ที่ต้อง “เอาให้อยู่” ให้ได้
2
ดาบิด เด เคอา เจอกับเกมที่เขางานสบายที่สุดของซีซั่น เขาได้คลีนชีตในเกมนี้ไปโดยไม่ต้องออกแรงเซฟเลยสักหน (สเปอร์ส ไม่มีโอกาสยิงตรงกรอบเลย) ถือว่าต้องปรบมือให้กับการตัดสินใจปรับแท็กติกของ โซลชาร์ และการเล่นได้อย่างมีวินัยมากๆ ของผู้เล่นแผนกแนวรับทุกคน
1
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของรูปแบบการทำเกมรุก ทีมยังบุกได้ไม่ลื่นไหลนัก อาศัยการลองยิงไกล หรือเปิดบอลโจมตีแบบได้เสียเป็นหลัก ซึ่งความสามารถเฉพาะตัวของ 3 ผู้เล่นระดับโลก คือจุดที่สร้างความแตกต่างให้สกอร์ขาดลอย
1
การขึ้นนำ 1-0 จากการประสานงานกันของ 2 ซูเปอร์สตาร์ทีมชาติโปรตุเกสอย่าง บรูโน่ แฟร์นันด์ส ที่หยอดให้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ วอลเลย์แบบไม่จับติดไซด์ก้อยตุงตาข่ายในนาทีที่ 39 ถือเป็นการได้ประตูในช่วงเวลาที่ช่วยให้ทีมได้เปรียบมากๆ
2
ทีเด็ดของประตูนี้ คือการยืนตำแหน่งของ โรนัลโด้ ที่แอบอยู่ด้านหลังแบ็กซ้ายเจ้าถิ่นอย่าง เบน เดวิส แล้วรีบขยับลงมานิดๆ เพื่อให้ตัวเองไม่ล้ำหน้า และเป็นการเปิดพื้นที่ในกรอบเขตโทษด้านขวาให้ว่าง
บรูโน่ เหลือบเห็นพื้นที่ตรงนั้น และรู้ว่ากองหน้ารุ่นพี่ในทีมชาติพร้อมสปีดออกตัว เขาจึงบรรจงเปิดยาวข้ามไปให้ทันที ก่อนที่สตาร์ดังเจ้าของเสื้อเบอร์ 7 จะปิดบัญชีได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ส่วนประตูที่ 2 แม้จะมีจุดเริ่มมาจากการพลาดเสียบอลในแดนกลางกันเองของเจ้าบ้าน ที่ โอลิเวอร์ สคิปป์ จับบอลที่ ปิแอร์-เอมิล ฮอยเบียร์ก จ่ายยัดมาให้ไว้ไม่อยู่ จนโดน บรูโน่ ตามไปบีบแย่งบอลได้ แต่จังหวะจบสกอร์ มันมาจากคลาสของผู้เล่นระดับเวิลด์คลาส ที่ทำให้มันดูง่ายๆ ไปเลย
คริสเตียโน่ โรนัลโด้ พอเห็น บรูโน่ ตัดบอลได้ เขารีบสปรินท์ตัวเองขึ้นมาช่วยรับบอลทันที ก่อนจะไขว้หลบ สคิปป์ แล้วจ่ายทะลุช่องให้ เอดินสัน คาวานี่ ที่เลี้ยงไลน์เอาไว้ไม่ให้ตัวเองออฟไซด์ ก่อนจะวิ่งเป็นวิถีโค้งเข้ากลางไปในพื้นที่ว่าง เพื่อให้มีมุมที่กว้างที่สุดในการยิงผ่าน อูโก้ โยริส
1
การที่คืนวันอังคาร ทีมยังมีโปรแกรม แชมเปี้ยนส์ ลีก นัดสำคัญ ต้องบุกไปเยือน อตาลันต้า ถึงอิตาลี ทำให้ โซลชาร์ ค่อยๆ ทยอยถอดตัวหลักทั้ง โรนัลโด้, บรูโน่ และ คาวานี่ ออกมาพักเพื่อถนอมสภาพร่างกาย เพราะเมื่อทีมนำห่าง 2-0 แล้ว โดยที่กองหลังไม่มีข้อผิดพลาด โซลชาร์ มั่นใจมากว่าเกมนี้เขาผ่านแน่
การได้ประตูตอกฝาโลงจากการประสานงานกันของ 2 ตัวสำรอง เนมานย่า มาติช จ่ายทะลุช่องให้ มาร์คัส แรชฟอร์ด หลุดไปล่อเป้าผ่าน โยริส ง่ายๆ ให้เกมจบลงด้วยสกอร์ 3-0 ทำให้ โซลชาร์ ยิ่งดูมีออร่าจับในเกมนี้มากขึ้นไปอีก
การพึ่งความสามารถของนักเตะเก่งๆ เพื่อพาทีมคว้าชัยไม่ใช่เรื่องผิด ไม่อย่างนั้นทีมใหญ่ๆ เขาจะไปหานักเตะที่ดีที่สุดไว้ในทีมกันทำไม
ซึ่งเกมนี้ บางทีแฟนบอลที่เคยก่นด่าเสียๆ หายๆ ท่าเดียว ควรต้องเปิดใจแบบแฟร์ๆ บ้าง ว่ามันมีส่วนประกอบ 2 ส่วนรวมกันให้ทีมชนะ หนึ่งคือความสามารถของผู้เล่นระดับโลก และสองคือการจัดวางแท็กติกรัดกุม ที่ทำออกมาได้ผลน่าพอใจ
ถึงแม้ช่วงหลายสัปดาห์มานี้ โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ ดูเป็นตัวตลกในสายตาชาวโลก และดูไม่มีคุณวุฒิของการเป็นโค้ชที่เหมาะสมของสโมสรใหญ่ แต่สำหรับเกมนี้ถือว่าเขาทำหน้าที่ที่แฟนบอลอยากเห็นมาตลอดได้ดีพอสมควร
1
เขากล้าที่จะเปลี่ยนระบบการเล่นบ้าง ในเมื่อแผนเดิมที่เอาแต่ใช้ 4-2-3-1 เป็นหลักมันไม่เวิร์ค ก็ขุดเอาระบบ 3 เซนเตอร์แบ็กมาใช้ แล้วก็เก็บผลการแข่งขันที่ต้องการได้
เขากล้าที่จะดร็อปนักเตะที่ใครๆ ก็มองว่าเป็น “ลูกรัก” อย่าง เมสัน กรีนวู้ด และ มาร์คัส แรชฟอร์ด เพื่อเปิดทางให้ขวัญใจแฟนบอลอย่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เล่นได้อย่างมีคุณภาพเพื่อทีมที่สุด แล้วก็ได้มาเป็นผลงานยิง 1 แอสซิสต์ 1 จากนักเตะอายุ 36 ปี
1
บุคลิกที่เอาแต่นั่งนิ่ง ไม่มีแพชชั่นกับเกม มันไม่ได้เป็นแบบนั้นในเกมนี้ ในเกมบุกชนะ สเปอร์ส เขาลุกมาสั่งการนักเตะข้างสนามอยู่ตลอด จนแฟนบอลเห็นแล้วคงต้องคิดในใจว่า “ถ้าให้ทำก็ทำได้ ทำไมก่อนหน้านี้ถึงไม่ทำล่ะน้า?”
อย่างไรก็ตาม ต้องไม่ลืมด้วยว่า สกอร์ 3-0 ที่ออกมา ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการที่ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ เล่นได้อย่างย่ำแย่ที่สุดนัดหนึ่งของซีซั่นด้วย
ทีมไก่เดือยทอง ณ ตอนนี้ แทบจะเป็นเงาของทีมปีศาจแดงเมื่อสัปดาห์ก่อน นั่นคือตัวรุกขาดความมั่นใจ เข้าทำแบบไร้จินตนาการ มิดฟิลด์เสียบอลกลางสนามง่ายๆ ส่วนแผงหลังก็เช็คไลน์หละหลวม จนกองหน้าคู่แข่งหลุดไปยิงแบบไม่ใช่เรื่องยากเลย
1
ถ้าดูจากโปรแกรม 2 นัดข้างหน้าซึ่งเป็นงานยาก ต้องบุกไปเยือน อตาลันต้า ใน แชมเปี้ยนส์ ลีก โดยต้องห้ามแพ้กลับมา ส่วนวันเสาร์หน้าก็ต้องพยายามเปิดบ้านเอาชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เพื่อเรียกศรัทธาแฟนบอลกลับมาให้ได้ ผมเชื่อว่าระบบ 3-4-1-2 จะเป็นสูตรที่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ ใช้ต่อไป อย่างน้อยก็จนกว่าจะผ่านช่วงสถานการณ์ฉุกเฉินแบบนี้ไปได้
ส่วนโอกาสได้พิสูจน์ตัวเองของนักเตะอย่าง เจดอน ซานโช่ หรือ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบค หรือตัวสำรองคนอื่นๆ ที่ไม่ค่อยได้ลงเล่น นั่นยังไม่ใช่เรื่องที่ต้องมาคิดกันในตอนนี้ มันยังมีโอกาสทดลองที่เหมาะสมอีกมาก ในตอนที่ความกดดันไม่ได้สูงนัก และเจอกับคู่แข่งที่ง่ายกว่านี้
สิ่งสำคัญ ณ เวลานี้เลย นั่นก็คือเมื่อ โซลชาร์ พาทีมกลับมาชนะแบบน่าพอใจได้แล้ว เขาต้องสานต่อโมเมนตัมนี้ให้ได้ ด้วยการอย่าเพิ่งเปลี่ยนอะไรที่มันดีอยู่แล้วโดยไม่จำเป็น
1
ถึงแม้ แมนฯ ยูไนเต็ด จะเพิ่งชนะในวันเดียวกับที่คู่แข่งสำคัญอย่าง ลิเวอร์พูล กับ แมนฯ ซิตี้ ต่างสะดุดในเกมลีกพร้อมกันอย่างเหลือเชื่อ แต่ด้วยผลงานย่ำแย่ที่ทำแต้มหล่นในเกมที่ไม่ควรหล่นไปหลายนัดก่อนหน้านี้ ทำให้ โซลชาร์ ยังต้องพยายามใช้กรรมจากความผิดพลาดของเขาต่อไป
1
กระแส #OleOut ไม่มีทางจบได้ด้วยชัยชนะขาดลอยเพียงนัดเดียว และแน่นอนว่าการพาทีมชนะติดต่อกันให้ได้หลายๆ นัด ไม่เคยเป็นเรื่องง่ายเลยสำหรับคนเป็นโค้ช
1
ยังไงสักวัน แมนฯ ยูไนเต็ด คงต้องพบกับเกมที่น่าผิดหวังอีกสักครั้งแน่ ไม่ว่าคนคุมทีมจะเป็นใครก็ตาม เพราะขนาด เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กับ เจอร์เก้น คล็อปป์ ยังเพิ่งเจอเรื่องแบบนั้นมาหมาดๆ
1
แต่สิ่งที่ทำให้เครดิตของ เป๊ป กับ คล็อปป์ ยังดูดีมาก แม้จะสะดุดในเกมกับทีมเล็กแบบเซอร์ไพรส์ นั่นก็คือทัั้ง 2 คนต่างมีแชมป์ใหญ่ๆ ติดตัว และเคยโชว์ผลงานพาทีมชนะเกิน 10 นัดติดต่อกันบ่อยๆ จนเป็นเรื่องธรรมดาไปแล้ว แต่สิ่งนั้น โซลชาร์ ยังไม่เคยทำให้เห็นได้เลย ตั้งแต่เขาได้สัญญาคุมทีมถาวร
ถ้าหาก โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ อยากพิสูจน์ตัวเองว่าเขายังคือคนที่เหมาะสมว่าจะเป็นผู้จัดการทีมของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หน้าที่ของเขาคือการต้องทำให้ทีมชนะเป็น “เรื่องปกติ” จนแฟนบอลรู้สึกศรัทธา ว่าเชียร์ไปแล้วมันมีความหวัง
ไม่ใช่ว่าชนะใครมาสักนัดหนึ่ง ต้องประโคมข่าวเหมือนมันกลายเป็น “ปรากฎการณ์” แล้วต้องมาชมกันเล่นใหญ่เหมือนกับว่ามันคือนัดชิงชนะเลิศ
1
#เสียบสามเหลี่ยม #โซลชาร์ #เซฟโซลชาร์ #ผีแดง #แมนยู #แมนฯยูไนเต็ด #แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด #ManchesterUnited #ManUnited #ManUtd #วาราน #เฟร็ด #แม็คโทมิเนย์ #โรนัลโด้ #CR7 #คาวานี่ #แรชฟอร์ด #พรีเมียร์ลีก
โฆษณา