2 พ.ย. 2021 เวลา 08:00 • ภาพยนตร์ & ซีรีส์
THE MEDIUM
ร่างทรง
8/10
รูปปั้นของ "ย่าบาหยัน" ท่ามกลางการโอบล้อมของหุบเขา ฝูงชน และความขลังที่รู้สึกได้ตั้งแต่แรกเห็น ภาพจาก gossipstar.com
ห่างหายจากการรีวิวไปน๊านนานจนกลายเป็นปกติ มาในครั้งนี้ตัวผู้เขียนขอเกาะกระแสที่ถูกพูดถึงกันอย่างแพร่หลายกับ "ร่างทรง" งานจากความร่วมมือกันของผกก. บรรจง ปิสัญธนะกูล หรือ โต้ง (Shutter/แฝด) และ Na Hong-jin จากเกาหลี (The Chaser/The Willing) พูดตรง ๆ ว่าแค่ชื่อผกก.ก็เพียงพอทำให้ซื้อตั๋วไปดูแล้ว555
ร่างทรง นำเสนอความแปลกใหม่ของการถ่ายทอดเรื่องราวผ่านการเล่าในรูปแบบ Mockumentary (คำผสมระหว่าง mock กับ documentary คือภาพยนตร์ที่มีเรื่องราวเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่แต่งขึ้นมา แต่นำเสนอในรูปแบบของสารคดี ยกตัวอย่างเช่นเรื่อง Cannibal Holocaust/1980) ซึ่งก็เป็นครั้งแรกของผู้เขียนเช่นกัน โดยเป็นเรื่องราวของครอบครัวหนึ่งซึ่งเป็นร่างทรงของย่าบาหยันมาหลายชั่วอายุคน แต่ "มิ้ง" ลูกสาวคนสุดท้องที่ไม่อยากเป็นร่างทรงก็เริ่มมีอาการแปลกประหลาดเกิดขึ้นกับตัวจนนำไปสู่ความโกลาหล
*จั่วหัวต่อไปนี้อาจดูเหมือนมีการสปอยล์บ้าง แต่จะพยายามไม่ให้สปอยล์นะครับ*
นิ่ม(ป้า) แป้ง(ป้า) น้อย(แม่) มิ้ง และมานิต(ลุง) ในงานศพของวิโรจน์(พ่อ) ภาพจาก thestandard.co
"อิทธิพลของความเชื่อ"
หนึ่งในประเด็นหลักของเรื่องนี้เลยคือ ความเชื่อ ทุกตัวละครล้วนมีชุดความเชื่อเป็นของตนเอง ทั้งตัวของมิ้ง น้อย แป้ง มานิต หรือแม้แต่ตัวของนิ่มที่เป็นร่างทรงคนปัจจุบัน ชุดความเชื่อนี้ยังส่งผลต่อมุมมอง ความคิด หรือการกระทำของตัวละครแต่ละคน ซึ่งหนังก็จะค่อย ๆ อธิบายและแสดงให้เห็นสิ่งเหล่านี้ผ่านการบันทึกภาพตามติดตัวละครหลักไปเรื่อย ๆ
"การสิงสู่ หรือ โรค"
จากชุดความเชื่อที่กล่าวในข้างต้นก็อาจทำให้คิดได้ว่าสิ่งที่มิ้งเป็นนั้นอาจเกิดมาจากการถูกสิ่งไม่ดีสิงสู่ ทั้งอารมณ์ที่แปรปรวน บุคลิกที่หลากหลาย การแสดง ออกต่าง ๆ หรือความไม่มั่นคงในจิตใจ สิ่งเหล่านี้มักถูกใช้เป็นตัวชี้วัดทางเรื่องไสยศาสตร์อยู่เสมอ ๆ หากมองตามหนังแล้วเราก็คงจะเชื่ออย่างนั้นได้อย่างสนิทใจ แต่หากเราลองมองในด้านวิทยาศาสตร์แล้วหละก็ สิ่งเหล่านี้หลายครั้งก็มักจะสามารถอธิบายได้ (ใครสนใจลองไปดูคลิปด้านล่างเพิ่มเติมได้นะครับอธิบายไว้ได้น่าสนใจมาก)
"ปัญหาครอบครัวที่ฝังรากลึก"
นอกจากประเด็นของเรื่องจะเกี่ยวกับ ความเชื่อ เวรกรรม และคำสาปแช่งแล้ว ปัญหาครอบครัวก็เป็นอีกปมหนึ่งซึ่งอยู่คู่กับครอบครัวนี้มาช้านาน เราจะสามารถสังเกตได้จากทั้งการกระทำและคำพูดของ มิ้ง กับ มานิต ปัญหานี้ก่อตัวพร้อมกับกัดกินคนในครอบครัวมานานซะจนไม่มีใครอยากจะพูดถึงมัน และยังนำไปสู่การกระทำและเรื่องราวที่จะเกิดขึ้นต่อ ๆ ไปได้อย่างเป็นเหตุเป็นผล
"ย่าบาหยันและความเชื่อที่สั่นคลอน"
ตัวของป้านิ่มเชื่อและเคารพต่อชุดความเชื่อที่มีอยู่ของตนเองเรื่อยมา จนกระทั่งเมื่อเจอกับเหตุการณ์หลากหลายอย่างที่ถาโถมเข้ามา ความเชื่อนั้นก็เริ่มจะสั่นคลอนขึ้นเรื่อย ๆ ความสั่นคลอนนี้ยัง(อาจ?)ส่งผลกระทบต่อบางสิ่งและส่งผลกระทบต่อตัวป้านิ่มเองด้วย สิ่งนี้มันสะท้อนผ่านทางสีหน้าและแววตาของแกได้เป็นอย่างดีโดยที่แทบจะไม่ต้องมีคำพูดใด ๆ
การตามหาตัวมิ้ง ที่หายตัวไปหลักจากเกิดอาการแปลกประหลาด ภาพจาก thestandard.co
"ความไม่รู้คือสิ่งที่น่ากลัวที่สุด"
เมื่อดูหนังเรื่องนี้เราอาจจะตั้งคำถามกับตัวเองตลอดว่า ใคร อะไร หรือสิ่งไหนกันแน่ที่ทำให้มิ้งมีสภาพเป็นอย่างนี้ได้ ตัวหนังพยายามจะให้คำตอบกับเราอย่างระมัดระวังโดยเป็นการบอกเล่าแบบกลาย ๆ ผ่านการกระทำและคำพูดของตัวมิ้งหรือคนรอบข้าง และก็เป็นหน้าที่ของเราคนดูที่จะต้องชั่งน้ำหนัก ชั่งความเชื่อของเราที่มีต่อมัน มิหนำซ้ำในตอนท้ายเรื่อง หนังก็ยังจะตั้งคำถามต่อความเชื่อของเราที่มีได้อย่างน่าขบคิดกันต่อไป
"บทลงโทษ หรือ ผลพวงของความบิดเบี้ยว"
สิ่งที่ครอบครัวของมิ้งหรือตัวมิ้งที่ได้เคยและกำลังกระทำนั้นอาจดูเหมือนเป็นสิ่งที่มิถูกมิควร เราอาจคิดว่าจากการกระทำเหล่านั้นก็สาสมแล้วสำหรับบทลงโทษที่พวกเขาได้รับ แต่มันก็อาจเป็นเพียงผลพวงจากความบิดเบี้ยวอันไม่สมประกอบของครอบครัวมิ้งก็ได้ หรืออาจเป็นผลพวงของอะไรบางอย่างกันแน่
เมื่อพูดจุดเด่นกันมาแล้วก็ขอพูดถึงจุดด้อยกันบ้าง
  • 1.
    Mockumentary นั้นเป็นทั้งจุดเด่นและจุดด้อยของเรื่องในเวลาเดียวกัน การดำเนินเรื่องในตอนแรกนั้นเป็นอย่างค่อยเป็นค่อยไป ค่อย ๆ ให้เราซึมซับกับบรรยากาศความน่ากลัว(แบบ slow burn)ได้เป็นอย่างดีโดยที่นำเสนอในรูปแบบสารคดีผสมกับการถือกล้องแบบใช้มือถือจริง ๆ ซึ่งตัวผู้เขียนก็ชอบในจุดนี้ แต่ในขณะเดียวกันก็แอบขัดแย้งเพราะภาพที่ได้นั้นไม่ควรจะสละสลวยถึงขนาดที่เราได้ชม ทั้งบทพูด ภาพ หรือเหตุการณ์บางอย่าง ที่บางทีก็ดูจะเหมือนจัดวางมากไปหน่อย
  • 2.
    ความเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัดตอนจุด climax ของเรื่องที่ดูจะแตกต่างจากตอนแรกมากเกินไป ก็เป็นอีกส่วนที่ทั้งดีและไม่ดีในเวลาเดียวกัน ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับมุมมองของแต่ละคน และก็เป็นส่วนสำคัญที่ผลมีต่อน้ำหนักความเชื่อของเราคนดูเป็นอย่างมาก (แต่ส่วนตัวแล้วผมก็แอบชอบอยู่นะ)
  • 3.
    ความฉลาดน้อยที่เรามักจะเห็นกันอยู่เสมอ ๆ กับหนังประเภทนี้ ก็เป็นประเด็นหนึ่งที่บางทีเราก็ยากจะมองข้าม
ปล.
(1) หนังแฝงสัญญะและอะไรหลาย ๆ อย่างไว้ได้อย่างแยบยลและครบถ้วน เพียงแต่ต้องหมั่นต้องคอยสังเกต
(2) นักแสดงเล่นกันได้ดีทุกคนเลย โดยเฉพาะตัวป้านิ่มและมิ้ง ทั้งมีเสนห์และน่าขนลุกในเวลาเดียวกัน
(3) มิ้งน่าลักและทุ่มสุดตัวมากกก ทั้งการลดน้ำหนัก การแสดงในหลาย ๆ อารมณ์และอีกมากมาย เพราะงั้นไปดูเถอะครับ555
#TheMedium
#ร่างทรง
#ReviewByMe
โฆษณา