6 พ.ย. 2021 เวลา 12:19 • นิยาย เรื่องสั้น
เรื่อง... มนต์รักข้ามภพ
เขียน... CORDIA
หมวด.... นิยายรักผู้ใหญ่
ตอนที่​ 19
หมอหวงก้าง
ปรางอยู่กับหมอธาดาครบสามเดือนเต็มแล้ววันนี้คุณหมอจึงพาปรางไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล ซึ่งตรงกับวันที่คุณทิพย์มารดาของคุณหมอธาดาเองก็มาตรวจสุขภาพร่างกายเช่นกัน ทั้งสองจึงได้เจอกันปรางจึงขอกลับบ้านกับคุณทิพย์ด้วย และหลังจากที่เขาเลิกงานให้แวะไปรับเธอที่บ้านของมารดา
"ต้องกลับไปนอนบ้านเรานะ" ธาดากระซิบบอกเธอ เพราะกลัวว่าจะต้องค้างที่บ้านมารดาเหมือนคืนนั้นที่ต้องนอนแยกห้องนอนกัน เขาแทบลงแดงขาดใจตาย ปรางยิ้มขำก่อนจะผงกศีรษะรับคำของสามี
ระหว่างรอมารดาของธาดาเข้าห้องตรวจอยู่นั้น ปรางจึงขอไปเข้าห้องน้ำ เมื่อสองวันก่อนหลังจากกลับมาจากไปทำบุญที่อยุธยาแล้ว เธอรู้สึกถึงความแปลกเหมือนมีอะไรบางอย่างเรียกเธอ แต่พอตั้งใจฟังดี ๆ เสียงแว่วนั้นกลับไม่ได้ยินอะไรเลย และเธอเห็นแสงสว่างอยู่ไกล ๆ พอวิ่งเข้าไปหาแสงนั้นกลับห่างออกไปจนหายไปในทันที หรือนี่จะเป็นสัญญาณที่จะบอกว่าเธอจะได้กลับบ้านแล้ว ปรางจึงเฝ้ารอแสงนั้นอย่างตั้งใจและมีสติอยู่ตลอด
"อุ๊ย"
"ขอโทษครับ" ปรางเดินชนเข้ากับผู้ชายคนหนึ่งที่หน้าห้องน้ำ เธอกำลังเดินออกจากห้องน้ำหญิงส่วนเขากำลังจะเดินเข้าห้องน้ำชาย
"ขอโทษเช่นกันค่ะ" เธอยิ้มประหม่าเล็กน้อย ด้วยความรู้สึกผิดกับเหตุการณ์เมื่อครู่ แต่ผู้ชายที่ใส่เสื้อกาวน์ของหมอกำลังเอียงคอมองเธอด้วยความสนใจ ปรางงุนงงช้อนตาขึ้นไปมองผู้ชายตรงหน้าและก็แปลกใจที่เขาส่งยิ้มมาให้
"มี...อะไรหรือเปล่าคะ"
"อ๋อ เปล่าครับ คุณเป็นอะไรมากไหมครับ" ปรางส่ายหน้าตอบกลับไปแทนคำพูด "ผมหมอทวีปครับเป็นนักศึกษาแพทย์ แล้ว...เอ่อ"
"ปรางค่ะ" ปรางตอบด้วยความสุภาพและเว้นระยะห่าง แต่ดูเหมือนหมอทวีปจะไม่ยอมให้เธอจากไปง่าย ๆ เขาชวนเธอคุย
"มาหาหมอเหรอครับ เป็นอะไรเหรอ" เขาสนใจเธอ นาน ๆ จะเจอผู้หญิงที่สวยและยังตรงสเปคเขามากด้วยจึงต้องทำความรู้จักกันก่อนที่จะจากกัน
"มารอคุณแม่ค่ะ" เธอตอบสั้น ๆ ไม่ได้ขยายความให้ชัดเจนว่าเป็นคุณแม่ของหมอธาดา ซึ่งเป็นสามีของเธอ
"ทวีป! มาเร็วอาจารย์หมอเรียก" เพื่อนนักศึกษาแพทย์คนหนึ่งเดินมาตามเขา หมอทวีปจึงจำเป็นต้องหยุดเชื่อมสัมพันธ์กับสาวที่ถูกใจเขาไว้เพียงเท่านี้
"ไปก่อนนะครับปราง แล้วเจอกันใหม่ครับ" ปรางส่งยิ้มอ่อนไปให้ เธองงกับเหตุการณ์เมื่อครู่
หมอธาดาที่เดินผ่านมาทางนี้ได้ยินเสียงจึงหันไปมองทันได้เห็นเหตุการณ์หมอทวีปยืนอยู่กับผู้หญิงของเขา และเหมือนทั้งสองกำลังพูดคุยกันอยู่ ทำให้เขาเกิดความสงสัยว่าทั้งสองรู้จักกันได้อย่างไรและไม่พอใจที่ปรางคุยกับเพศตรงข้าม จึงรอจังหวะให้หมอทวีปเดินออกไปก่อนตนจึงเดินเข้าไปทักปราง
"เมื่อกี้คุยกับใคร" เขาเอ่ยถามทันทีที่เดินเข้าไปใกล้เธอ ปรางจำเสียงที่คุ้นเคยจึงรีบหันไปมองแล้วส่งยิ้มยิงฟันให้
"พี่หมอว่าอะไรคะ"
"ผมถามว่าเมื่อกี้คุยกับใคร" เขาย้ำคำถามเสียงเข้มด้วยอารมณ์ที่กำลังปะทุ ใจร้อนต้องการคำตอบ
"หนูก็ไม่รู้ว่าใคร พอดีเดินชนกันที่หน้าห้องน้ำเขาบอกว่าชื่อหมอทวีป" เธอตอบเขาไปตามความจริงเพราะรู้ว่าเขาเป็นคนขี้หวง
ธาดาพาเธอเดินกลับไปหามารดาที่นั่งรอรับยาอยู่ด้านหน้าเคาร์เตอร์ เขานั่งคุยสักพักก่อนจะเดินไปทำงานของตนเองต่อ และกำชับกับปรางว่าห้ามคุยกับผู้ชายคนไหนอีกนอกจากว่าเขาจะยืนอยู่ด้วย และถ้ามันยังตามตื๊ออยู่ชูแหวนที่นิ้วนางข้างซ้ายให้มันดู แม้ธาดาพูดเสียงกระซิบแต่มารดาที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ก็แอบได้ยินอยู่ดี
"คล้องโซ่ไว้เลยไหมลูก หรือไม่ก็ขังให้อยู่แต่ในบ้านไปเลยไม่ต้องออกมา" คุณทิพย์เกิดอาการหมั่นไส้ลูกชายที่ไม่รู้จะหวงเมียอะไรหนักหนา
"โธ่แม่ครับ ยังไงฝากปรางด้วยนะครับ เลิกงานแล้วเดี๋ยวผมไปรับกลับ"
"อือ ตั้งใจทำงานนะลูก"
คืนนี้ที่โรงพยาบาลมีงานกล่าวต้อนรับนักศึกษาแพทย์ที่มาฝึกงานที่โรงพยาบาลจำนวนสี่คนอย่างเป็นทางการจากผู้บริหารสูงสุดของโรงพยาบาล มีผู้หญิงสองคนและผู้ชายสองคน ธาดาเองได้มีโอกาสพูดคุยทำความรู้จักกับพวกเขาแล้ว น้ำฝนที่เข้าไปตีสนิทกับหนึ่งในนักศึกษาแพทย์ที่มาฝึกงานเพราะเธอได้แอบไปได้ยินสองเพื่อนซี้คุยกันว่าเจอญาติคนไข้หน้าตาดีสวยถูกใจเขาชื่อว่าปราง จึงอยากรู้ว่าจะใช่ปรางคนเดียวกันกับปรางที่เป็นผู้หญิงของหมอธาดาหรือไม่
"สวัสดี พี่เป็นพยาบาลชื่อน้ำฝนนะ แล้วนี่ชื่ออะไรกันบ้างเหรอ" เมื่อเห็นว่านักศึกษาแพทย์ชายอยู่ด้วยกันสองคนจึงถือโอกาสเดินเข้าไปทักทาย
"ผมสไปรท์ ส่วนนี้ทวีปยินดีที่ได้รู้จักครับ" หมอสไปรท์ยื่นมือขาว ๆ มาให้เธอจับ เธอพอดูออกว่าหมอเด็กคนนี้ต้องการจะแต๊ะอั๋ง แต่เธอไม่ได้หวงตัวอะไรกลับชอบเสียอีกที่มีคนมาสนใจ
"ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกัน อ๋อ เมื่อกี้หูแว่วเหมือนได้ยินพวกเธอคุยกันเรื่องผู้หญิงที่ชื่อปราง จะใช่คนเดียวกันกับที่พี่รู้จักไหมนะ"
"พี่รู้จักปรางเหรอครับ ผู้หญิงผมยาวสีดำหน้าตาน่ารักผิวขาว" ทวีปพูดแทรกขึ้นมาทันทีที่น้ำฝนพูดจบ เขาดีใจและตื่นเต้นมากที่มีคนรู้จักผู้หญิงคนนั้น
"น่าจะใช่นะ ปรางเป็นน้องสาวของหมอธาดาเมื่อวานมาที่โรงพยาบาลกับคุณแม่ของหมอธาดา" น้ำฝนยิ้มกรุ้มกริ่มเหมือนมีอะไรสนุกให้ทำ เธอจะใช้หมอทวีปนี่แหละแยกปรางกับหมอธาดาออกจากกันให้ได้ "แต่คุณหมอหวงน้องสาวมากนะ ก็ลองตีสนิทกับพี่ชายเขาดูนะเผื่อจะใจอ่อน"
น้ำฝนทิ้งท้ายก่อนจะเดินจากไป เธอสังเกตอาการของคนตกหลุมรักที่ไม่เก็บอาการอะไรไว้เลย จึงต้องชี้โพรงให้กระรอกหน่อย ทวีปเป็นคนที่ดูซื่อ ๆ สุภาพไม่เหมือนเพื่อนที่ชื่อสไปรท์ที่พอสบโอกาสก็มักจะส่งสายตาเจ้าชู้มาให้เธออยู่ทุกครั้ง แต่เสียใจเธอไม่กินเด็ก
สไปรท์กับทวีปขอติดรถมากับหมอธาดาเพื่อมาเอาหนังสือเรียนของเขาที่บ้าน ธาดามีหนังสือเรียนที่เขาเก็บรักษามันไว้อย่างดี ทำไมสองคนนี้ถึงอยากได้หนังสือเรียนของธาดาเพราะหนังสือของเขาจดรายละเอียดทั้งแนวข้อสอบและอีกมากมาย ย้อนกลับไปเมื่อวันที่เขาสำเร็จการศึกษาน้องในสายรหัสของเขาลงทุนเอ่ยปากขอซื้อหนังสือเรียนของเขาด้วยราคาหลักหมื่นแต่ธาดาปฏิเสธ เพราะจนถึงทุกวันนี้หนังสือเหล่านั้นยังมีประโยชน์กับเขาเป็นอย่างมาก
"โอ้โห้! บ้านพี่ซีหลังใหญ่มาก" สไปรท์ตะโกนเสียงดังเมื่อลงมาจากรถแล้วมองเห็นบ้านหลังสีขาวตรงหน้า
ทำไมธาดาถึงกล้าพาทวีปมาที่บ้านไม่กลัวทวีปมาเจอปรางเหรอ ไม่เจออยู่แล้วเพราะปรางอยู่ที่บ้านของมารดาของเขาเอง ธาดาจึงอนุญาตให้ทั้งสองมาที่บ้านของเขาได้ ก่อนออกจากบ้านปรางเก็บกวาดทำความสะอาดบ้านจนเรียบร้อยดีแล้ว ธาดาเดินนำเข้ามาในบ้านมองสิ่งต่าง ๆ รอบตัวบ้านที่ถูกจัดเป็นระเบียบเรียบร้อย เขานึกภูมิใจในตัวหญิงสาวที่สมกับเป็นแม่บ้านแม่เรือน เสน่ห์ปลายจวักงานบ้านงานเรือนของปรางไม่มีขาดตกบกพร่องแม้แต่น้อย
"บ้านพี่สะอาดมาก สะอาดกว่าบ้านไอ้ไปรท์อีกพี่ของมันนี่โคตรของโคตรรกและสกปรกมากพี่"
"ไอ้เหี้ยวีป กวนตีนล่ะ" สไปรท์ยกขาเตะเพื่อนแต่ทวีปกระโดดหลบทัน
"ตามสบายนะพวกเอ็ง พี่ขอขึ้นห้องไปเอาของมาให้ก่อน อยากกินอะไรก็หากินเอานะอยู่ในครัว"
"ครับพี่/ครับพี่" ทั้งสองประสานเสียงตอบพร้อมเพรียงกัน พอได้มารู้จักกับทั้งสองคน ทำให้ธาดานึกถึงตัวเองตอนเป็นนักศึกษาแพทย์
ธาดาไม่รู้ตัวเลยว่าปรางกำลังเดินทางมาถึงที่บ้านด้วยความที่ครอบครัวของธีรดาพาลูกสาวไปเที่ยว จึงโทร.มาชวนปรางให้ไปด้วยกันเมื่อเช้าธาดาเป็นคนขับรถไปส่งปรางด้วยตนเอง และบอกว่าเลิกงานแล้วจะไปรับกลับ แต่ไม่คิดว่าพวกเขาจะพาปรางมาส่งที่บ้านด้วยตัวเอง
"ซีมาแล้วนี่ค่ะ ไหนบอกว่าออกเวรสองทุ่มไง" ธีรดาถามขึ้นเมื่อเห็นรถของน้องชายจอดอยู่ในรั้วบ้าน
ปรางเดินนำทุกคนเข้ามาในบ้านก่อนจึงได้เจอกับหมอทวีป ปรางมองทวีปด้วยความแปลกใจและสงสัยแต่ทวีปมองปรางด้วยความดีใจ เขากำลังมองหาว่าเธออาศัยอยู่ที่นี่กับธาดาหรือเปล่า แต่แล้วโชคชะตาก็ทำให้เขากับเธอได้เจอกันอีกครั้ง
"ปรางจริง ๆ ด้วย เราดีใจที่ได้เจอเธออีกครั้ง" ทวีปปรี่เข้ามาจับมือของปราง ด้วยความตกใจเธอขืนตัวเอาไว้พยายามดึงมือของตัวเองกลับมา
"ปราง!" ธาดาเรียกชื่อเมียเสียงดังด้วยอาการหวง ตวัดสายตาดุจ้องมองที่มือของทั้งคู่สลับกับหน้าของปรางกับทวีป ปรางดึงมือกลับมาสำเร็จรีบเดินไปหาสามีของตนเอง
"ขอโทษครับ แค่ดีใจไปหน่อยเมื่อวานก่อนเจอปรางที่โรงพยาบาลไม่คิดว่าจะได้มาเจอกันอีกที่นี่" ทวีปแก้ตัวเสียงอ่อน เขายิ้มแห้ง นึกถึงคำพูดของน้ำฝนที่บอกว่าพี่ชายของปรางหวงน้องสาวมาก เห็นจะจริง
"ของพวกแก ใช้เสร็จก็เอามาคืนด้วยนะ หมดธุระแล้วพวกแกกลับไปได้แล้ว"
"จะรีบไปไล่น้อง ๆ เขาทำไม พี่ซื้อกับข้าวมาเยอะแยะเลย อยู่กินข้าวเย็นกันก่อนนะจ๊ะ" ธีรดามาไม่ทันเหตุการณ์เมื่อครู่ แต่ทันได้ยินธาดาสั่งให้นักศึกษาแพทย์พวกนี้กลับ
ธาดาไม่พอใจแต่ไม่สามารถขัดอะไรได้ หากเขาขัดก็จะเป็นการเสียมารยาทมาก ด้วยความที่เขาเป็นผู้ใหญ่และเป็นหมอรุ่นพี่ของพวกนี้จึงทำอย่างที่ใจสั่งไม่ได้ ต้องยอมให้ทวีปอยู่ร่วมโต๊ะทานข้าวกับปรางด้วย ทวีปส่งสายตาและรอยยิ้มหวานมาให้เมียเขาทุกครั้งที่มีโอกาส ธาดารู้ดีว่าปรางไม่ได้คิดอะไรแต่กับไอ้หมอรุ่นน้องนี่สิที่ทำให้เขาแทบอยากจะยกถ้วยน้ำแกงสาดใส่หน้ามัน แล้วไล่มันออกจากบ้านไปซะ
แต่ก็ทำได้แค่คิด....ไม่มีใครบอกว่าปรางกับเขาเป็นอะไรกันมีความสัมพันธ์กันอย่างไร ปรางเองเธอรู้สึกอึดอัดที่ต้องนั่งประจันหน้ากับหมอทวีปข้าง ๆ ก็เป็นหมอธาดาสามีขี้หึงของเธอ ปรางพยายามเอาใจธาดาด้วยการตักกับข้าวที่เขาชอบใส่จานเขา การกระทำของปรางทำให้คุณหมอธาดาอารมณ์ดีมาบ้าง แต่ทวีปเหมือนไม่รู้งานตักยำเห็ดเข็มทอดชุบแป้งทอดให้ปรางด้วยความที่อยากทำความรู้จักกับเธอ แต่ไม่ทันสังเกตสายตาที่กำลังแผ่รังสีความหึงหวงมาให้ ธีรดาแอบเห็นอาการของน้องชายจึงสะกิดแขนมารดาเพื่อจะได้เห็นไปด้วยกัน
"ทำไมถึงอยากเรียนหมอกันหรือจ๊ะ" คุณทิพย์ชวนว่าที่คุณหมอคุยเพื่อไม่ให้เสียบรรยากาศบนโต๊ะอาหาร
"เมื่อตอนเป็นเด็กบ้านผมอยู่ชนบทห่างไกลหมอ เวลาที่ย่าอาการป่วยกำเริบก็ต้องรีบพาส่งโรงพยาบาลแต่ด้วยความที่มันไกลกันมากย่าเสียกลางทางครับ ผมเลยอยากจะเป็นหมอเวลาคนในครอบครัวเป็นอะไรจะได้ช่วยได้ทัน" สไปรท์พูดด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม แต่น้ำเสียงที่เปล่งออกมามันเศร้า
"แม่ผมเป็นหมอจิตอาสาอยู่บนเขาบนดอยครับ เห็นแม่ช่วยเหลือคนยากไร้ผมเลยอยากจะเดินตามรอยแม่ครับ แม่ผมเสียไปตั้งแต่วันที่ผมสอบติดหมอทั้งที่เราสัญญากันไว้ว่าจะขึ้นดอยไปรักษาคนป่วยด้วยกัน" ทวีปเล่าเรื่องของตัวเองด้วยความเศร้า น้ำเสียงสั่นน้อย ๆ
"คุณทั้งสองได้ทำสำเร็จอย่างที่ตั้งใจแล้ว ขอให้ทำต่อไป" ปรางให้กำลังใจกับทั้งสอง พวกเขามีความคิดที่อยากจะช่วยเหลือคนเป็นเรื่องที่ดี เธอรู้สึกภาคภูมิใจที่คนรุ่นหลังมีหัวใจที่เมตตาต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน
หลังจากที่รับประทานมื้อเย็นกันเรียบร้อยก็ได้เวลาแยกย้าย คุณหมอธาดาอาสาขับรถไปส่งหมอรุ่นน้องที่สถานีรถไฟฟ้าใกล้ ๆ แม้จะกันท่าทวีปกับปรางมากแค่ไหนพอเขาเผลอทวีปก็เข้าหาผู้หญิงของเขา ทวีปแสดงออกชัดเจนว่าชอบปรางมากมันไม่เห็นแหวนที่นิ้วของปรางเลยหรืออย่างไร
////ปิดเนื้อหา////
ฝนฟ้าอากาศไม่เป็นใจเอาเสียเลย จากที่เขาดูข่าวการพยากรณ์อากาศของเช้าวันนี้บอกว่าฝนจะตกตลอดทั้งวันซึ่งมันก็เป็นเช่นนั้นแถมยังทำให้การจราจรติดขัดอีกด้วย ถึงแม้ว่าธาดาจะเผื่อเวลาเดินทางเกือบสองชั่วโมงแล้วแต่ก็เกือบทำให้เขาเข้างานสาย เมื่อคืนหลังจากที่เขาขับรถไปส่งหมอทวีปกับหมอสไปรท์แล้วนั้นปรางเล่าให้เขาฟังว่าหมอทวีปขอเบอร์เธอ นี่มันคิดจะจีบเมียเขาจริง ๆ ใช่ไหม ปรางขอเขามีโทรศัพท์ แต่เขาไม่อนุญาตทำให้ปรางงอนเขา
คืนนี้ที่โรงพยาบาลมีปาร์ตี้งานเลี้ยงต้อนรับนักศึกษาแพทย์ที่มาฝึกงานด้วย ธาดาออกเวรตอนสองทุ่มจะอยู่ที่โรงพยาบาลรองานเลี้ยงก็เป็นห่วงคนที่อยู่ที่บ้านจึงขับรถกลับบ้านเพื่อพาปรางมางานเลี้ยงด้วย เขาไม่อยากให้ปรางอยู่บ้านคนเดียวตอนกลางคืน จะพาไปส่งที่บ้านมารดา มันก็ดึกแล้วไม่อยากรบกวนท่าน ส่วนปรางเองก็อยากจะมางานเลี้ยงด้วย เธอไม่เคยเห็นงานเลี้ยงของคนยุคปัจจุบันว่าจะเหมือนกับยุคของเธอหรือไม่
ปรางออกมาเดินเล่นที่สวนหย่อมข้างโรงพยาบาลที่ทำไว้ให้ผู้ป่วยที่เข้ามารักษาตัวที่โรงพยาบาลได้เดินเล่นพักผ่อน จึงทำให้เธอได้เจอกับหมอทวีปที่เดินผ่านมาทางนี้พอดีเธอยิ้มให้อย่างเป็นมิตร หมอทวีปเกิดอาการประหม่ายกมือเกาท้ายทอยตัวเองแก้เขิน กำลังลังเลว่าจะเดินเลี่ยงออกไปหรือเข้าไปทักทายดี แต่ในเมื่อเจอกันแล้วก็ควรจะเข้าไปทักทายเสียหน่อย
"ไม่สบายเหรอหรือมารอหมอธาดา" หมอทวีปชวนคุย
"มารอพี่หมอค่ะ เห็นบอกว่าจะมีงานเลี้ยง หมอทวีปมางานเลี้ยงหรือไม่คะ"
"มาสิ ต้องมาอยู่แล้ว เอ่อ เราขอโทษนะที่เข้าใจปรางผิด ว่าแต่ทะเลาะกับหมอธาดาหรือเปล่า" ทวีปไม่สบายใจเรื่องวันนั้นที่เขาแสดงความชื่นชอบและต้องการจะจีบเมียคนอื่นออกนอกหน้านอกตาทั้งที่ผัวของเขาก็อยู่ด้วย เขากลัวว่าปรางกับธาดาจะทะเลาะกันเพราะเขาเป็นต้นเหตุ
"ไม่ทะเลาะอะไรเลย เราขอถามอะไรหน่อยได้ไหมคะ"
"ได้สิ ปรางจะถามอะไรเราเหรอ"
"ทำไมถึงคิดว่าเรากับพี่หมอเป็นพี่น้องกัน" ปรางถามขึ้นมาด้วยความอยากรู้ทั้งที่เธอกับหมอธาดาไม่ได้หน้าตาเหมือนกันเลยสักนิดเดียว เธอมีใบหน้ารูปไข่แต่ธาดาหน้ายาวกว่าเข้มกว่า
"พี่น้ำฝนบอกมานะ เขาคงเข้าใจผิดเหมือนเรา" พอได้ยินสิ่งที่ทวีปบอกมา ปรางถึงกับควันออกหูผู้หญิงคนนี้อีกแล้วเมื่อไรจะเลิกยุ่งกับเธอเสียที
"เขาไม่ได้เข้าใจผิดหรอก เขาแกล้งหมอทวีปมากกว่าคงอยากจะให้พี่หมอกับหมอทวีปทะเลาะกัน"
"จริงเหรอ ทำไมทำแบบนั้นล่ะ พี่น้ำฝนจะแกล้งเราทำไม" ทวีปพูดด้วยความสงสัย คิ้วขมวดผูกกันเป็นปม ด้วยความไม่เข้าใจว่าพยาบาลน้ำฝนจะแกล้งเขาทำไม
"เพราะว่าพี่น้ำฝนชอบพี่หมอแต่พี่หมอไม่ชอบพี่น้ำฝน พี่หมอชอบเราและเขายังพยายามแยกเรากับพี่หมอออกจากกัน" เธออธิบายให้ทวีปเข้าใจในสิ่งที่น้ำฝนทำ
"อ๋อ เพราะแบบนี้นี่เอง มิน่าล่ะ"
"ปราง! ทวีป" เสียงเรียกดังลั่นเมื่อเจ้าของชื่อหันกลับไปมองปรากฏว่าเป็นสามีขี้หึงของเธอเอง ธาดาปรี่เข้ามากระชากข้อมือเล็กเข้าหาตัวโอบเอวบางไว้แน่นแสดงความเป็นเจ้าของทันที ตวัดสายตาดุมองหมอหนุ่มรุ่นน้อง ทวีปส่งยิ้มเหยเกมาให้
"นายมีอะไรกับเมียของฉันหรือเปล่า" หมอธาดาถามเสียงเย็นเยือก เขาเห็นทวีปอยู่กับปรางสองต่อสองครั้งนี้เป็นครั้งที่สามแล้ว ตั้งแต่วันที่พาปรางมาตรวจสุขภาพแล้วก็ยังจับมือปรางในบ้านอีก แถมวันนี้ยังมาเดินสวนหย่อมด้วยกันอีก ธาดากดอารมณ์ทนไม่ไหวประกาศให้รุ่นน้องรู้แจ้งไปเลยว่าปรางเป็นอะไรกับเขา จะได้เลิกยุ่งกับผู้หญิงของเขาเสียที
"ปะ เปล่าครับ เราแค่บังเอิญเจอกันเลยทักทายกันเล็กน้อย" ทวีปรีบตอบทันที กลัวว่าธาดาจะเข้าใจผิด จริงอยู่ที่เขาคิดอะไรกับปรางแต่มันคือตอนที่ยังไม่รู้ว่าปรางกับหมอธาดาเป็นสามีภรรยากัน แต่พอรู้สถานะแล้วเขาก็ถอยห่างออก
"อืม ปรางเข้าไปข้างในกันเถอะ ตากน้ำค้างข้างนอกเดี๋ยวจะไม่สบายเอา ขอตัวนะ" ธาดาโอบเอวบาง พาเดินเข้าไปในอาคารของโรงพยาบาลทันที
เฮ้อ....
ทวีปนึกโทษตัวเองที่ทำอะไรไม่คิดให้รอบคอบมากกว่านี้ถูกน้ำฝนใช้เป็นเครื่องมือให้ผัวเมียเขาทะเลาะกันเลย เขาต้องไปจัดการกับพยาบาลน้ำฝนให้รู้เรื่องเลย เกือบทำให้เขาหมดอนาคตแล้ว เพราะหมอธาดาเป็นหมอที่ดูแลความประพฤติและให้คะแนนการทำงานของเขา
โฆษณา