มีบัญชีอยู่แล้ว?
ใบไม้เริงระบำ ที่คันไซ (8) .. Ninomaru – Goten Palace
ภูมิภาคคันไซเจริญรุ่งเรืองมานาน เริ่มต้นที่ยุคนารา โยมีนาราเป็นเมืองหลวง .. ตามมาด้วยยุคเฮียวอัน ที่มีเกียวโตเป็นเมืองหลวงยาวนานหลายร้อยปี ระหว่างนั้นก็มีการรบพุ่งกันเรื่อยมา
จนท้ายสุด เมื่อท่านโชกุนอิเอยะสึ ขึ้นครองอำนาจ สามารถถล่มกองกำลังอื่นได้ราบคาบ จึงเป็นโชกุนสมบูรณ์แบบ กลายเป็นยุคเอโดะที่มีการสืบทอดต่อมาอีกสองร้อยปีเศษ … ในยุคนั้น โตเกียว พัฒนาขึ้นมาอย่างรวดเร็ว แต่กระนั้นเกียวโตก็ยังเป็นเมืองหลวงในระยะแรก เพราะองค์จักรพรรดิประทับอยู่ที่เมืองนี้
… ท่านอิเอยะสึ จึงสร้างวังโชกุนขึ้นมาเพื่อใช้เป็นที่พัก
“โชกุน” (Shogunate) .. น่าจะมีความหมายว่า ผู้สำเร็จราชการ เพราะญี่ปุ่นในสมัยโบราณองค์จักพรรค์ เป็นเพียงสัญลักษณ์โอรสฟ้า แต่อำนาจทั้งหมดอยู่ที่โชกุน ถือเป็นผู้ปกครองแผ่นดินตัวจริง จึงมีการแย่งชิงตำแหน่งนี้กันมากมาย
ตำแหน่ง “โชกุน” เกิดขึ้นเมื่อกว่าพันปีก่อน และอยู่คู่กับญี่ปุ่นมาทุกยุคสมัย โดยมีตระกูลใหญ่ๆต่อสู่แย่งชิงตำแหน่งนี้กันเพียงไม่กี่ตระกูล … ที่สำคัญที่สุด คือ ตระกูลมินาโมโต อันเป็นตระกูลใหญ่ในอดีต เคยเป็นโชกุนอยู่ช่วงเวลาหนึ่ง จากนั้นก็ล่มสลาย
มาถึงยุคที่สำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ ซึ่งเป็นยุคในช่วงรอยต่อระหว่างตระกูลโทโยโตมิ และตระกูลโตกุกาวา … ตระกูลโตกุกาวาสืบสายเลือดต่อมาจากมินาโมโต จึงเป็นตระกูลที่ผู้คนให้ความเคารพมาก แต่อำนาจในยุคนั้นอยู่ที่ฮิเดโยชิ โทโยโตมิ ผู้ที่พยายามรวบรวมแผ่นดินญี่ปุ่นที่เคยแตกกระจายเป็นแว่นแคว้นต่างๆ โดยมีไดเมียวเป็นผู้ครองแคว้น ไม่มีใครครองทั้งแผ่นดิน จึงเกิดสงครามระหว่างแคว้นอย่างยาวนานถึงราว 200 ปี เป็นช่วงกลียุคของประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น
ฮิเดโยชิ โทโยโตมิ มีคู่ต่อสู้ที่ฝีมือพอฟัดพอเหวี่ยงกัน คือ อิเอะยาซึ โตกุกาวา .. ทั้งคู่ต่อสู้กันหลายครั้ง จนสุดท้าย อิเอะยาซึ โตกุกาวา ตัดสินใจเข้าเจรจายอมอ่อนน้อม ยินยอมยกดินแดนของตนให้ทั้งหมด … ฮิเดโยชิ โทโยโตมิ ก็ตกลงด้วยความยินดียิ่ง เพราะถ้า อิเอะยาซึ โตกุกาวา ยอมแพ้ ก็เท่ากับคนที่กระด้างกระเดื่องที่เหลือไม่กล้าสู้ต่อ จึงมอบ 8 มณฑลแห่งคันโต ดินแดนที่ดีที่สุดของญี่ปุ่นให้กับ อิเอะยาซึ โตกุกาวา
ฮิเดโยชิ โทโยโตมิ สามารถรวบรวมทั้งญี่ปุ่น แต่เขาเองขึ้นมาดำรงตำแหน่งโชกุนไม่ได้ เพราะเหตุที่เขาเป็นเพียงลูกชาวนา ไม่ได้สืบสกุลมาจากตระกูลที่ยิ่งใหญ่ จักรพรรดิเองก็ไม่อาจจะฝืนประเพณีเพื่อแต่งตั้งเขาเป็นโชกุน
… อย่างไรตาม ท่านฮิเดโยชิ โทโยโตมิ ได้จัดระบบปกครองใหม่ โดยให้มีสภา 5 ไทโรขึ้นมา โดยเลือกไดเมียวผู้มีอำนาจสูงสุด 5 คนมาเป็นสมาชิกสภา และทั้งหมดขึ้นตรงกับท่านเพียงผู้เดียว
หลังจากนั้น ท่านฮิเดโยชิ โทโยโตมิ ก็สร้างปราสาทที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุคนั้นที่โอซากา และยกทัพไปตีเกาหลี แต่ท่านฮิเดโยชิเสียชีวิต … การทำสงคราม 5 ปีที่เกาหลีจึงสูญเปล่า ไม่ได้ผลตอบแทนใดๆกลับมา
อย่างไรก็ตาม .. ท่านฮิเดโยชิ ยังมีทั้งเมียและลูกเป็นผู้สืบทอด โดยให้สภา 5 ไทโร เป็นผู้ดูแลตระกูลโทโยโตมิ และแต่งตั้งท่านอิชืดะ เป็นผู้สำเร็จราชการ เพื่อคานอำนาจท่านอิเอยาซึ คนเดียวที่ท่านฮิเดโยชิมั่นใจว่าจะสามารถล้มอำนาจของตระกูลท่านได้
ถึงตอนนี้ ญี่ปุ่นก็อยู่ในช่วงเวลาสุ่มเสี่ยงต่อการแตกแยกอีกครั้ง เพราะขุนนางของท่านฮิเดโยชิ และของฝ่ายท่านอิชืดะ เกิดการไม่ลงรอยกันอย่างมาก จนท้ายสุดเกิดสงครามครั้งใหญ่ขึ้นที่ทุ่งเซกิกาฮารา (Battle of Sekigahara) ..
.. ทหารของท่านอิเอะยะสึ มีเพียง 75,000 คน เข้าปะทะกับทหารของสภา 5 ไทโร ที่นำโดยอิชิดะ ที่มีกำลัง 130,000 คน … แต่ด้วยกลยุทธ์ที่ชาญฉลาด ทำให้ฝ่ายอิเอะยะสึ เป็นฝ่ายมีชัย และทำให้เป็นจุดเริ่มต้นของการขึ้นครองอำนาจเป็นโชกุน สงครามครั้งนี้จึงโด่งดังที่สุดในประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่น
เมื่อได้รับชัยชนะในครั้งนั้น จักรพรรดิจึงแต่ตั้งให้เป็นโชกุน ด้วยเป็นคนในตระกูลมิยาโมโตอยู่แล้ว … อำนาจของตระกูลโตกุกาวา จึงรุ่งเรือง โดยยึดเมืองเอโดะ (ปัจจุบันคือเมืองโตเกียว) เป็นฐานที่มั่น
อย่างไรก็ตาม .. ตระกูลโทโยโตมิ ยังคงอยู่ในปราสาทโอซากา ถือเป็นเสี้ยนหนามที่สำคัญที่สุด และปราสาทโอซากาก็ยิ่งใหญ่จนต้องใช้เวลาโจมตีอยู่นาน กว่าจะสามารถทำลายปราสาทได้สิ้นซาก และทั้งเมียและบุตรของฮิเดะโยชิ ก็ฆ่าตัวตาย ถือเป็นการล้างตระกูลโทโยโตมิไปอย่างสิ้นซาก
ต่อจากนั้น ตระกูลโตกุกาวา ก็กลายเป็นโชกุนสืบต่อมาเกือบ 300 ปี (คศ. 1603-1868) ก่อนสิ้นยุคโชกุน เข้าสู่ยุคปฏิวัติเมจิต่อเนื่องมาถึงยุคปัจจุบัน
ดังนั้นจะเห็นว่า “โชกุน” มีมานานแล้ว .. แต่โชกุนที่โด่งดังที่สุดในประวัติศาสตร์ คือ อิเอเยะสึ และตระกูลของโชกุนที่ดังที่สุด คือ โทดุกาวา
ปราสาทโอซากา ปราสาทนาโกยา … ล้วนเกี่ยวช้องกับ ท่านโชกุนโตกุกาวา อิเอะยะสึ ผู้นี้ทั้งสิน รวมถึงวังนิโจ ที่เกียวโตด้วย
Note : ขอขอบคุณเนื้อหาเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ตอนหนึ่งของญี่ปุ่นจากบทความ Kansai My Love (10) โดยคุณ บุญยรัตน์ โรจนาปิยาวงศ์ : หนังสือพิมพ์ สยามรัฐ สัปดาห์วิจารณ์
วังนิโจ หรือชื่อ “นิโนมารุ” (Ninomaru – Goten Palace) … สร้างโดยท่านอิเอะยะซึ ในปีที่ท่านขึ้นครองอำนาจเป็นโชกุนในปี คศ. 1603 เพื่อใช้ตอนที่ท่านเข้ามาเฝ้าองค์จักรพรรดิ แต่วังนี้สร้างติดต่อกันนานถึง 23 ปีจึงมาเสร็จในสมัยโชกุนรุ่นหลาน
วังนิโจถูกใช้เป็นที่อยู่ของโชกุนมาตลอดยุคโทกุกาวา ซึ่งเป็นเวลาราว 264 ปี รวมถึงปราสาทในเอโดะที่โชกุนในตระกูลนี้ใช้พำนักเป็นประจำ
เมื่อสิ้นยุคโชกุน วังนิโจ ก็กลายเป็นพระราชวังหลวงชั่วคราว จากนั้นจึงตกเป็นสมบัติของเมืองเกียวโต และเปิดให้ผู้คนเข้าชมกันจนถึงปัจจุบัน … เป็นเขตมรดกโลกและวังที่สมบูรณ์ที่สุดในญี่ปุ่นยุคนี้ เพราะเกียวโตได้รับความเสียหายจากสงครามโลกครั้งที่สองน้อยมาก จึงเหลือโบราณสถานเอาไว้ให้ผู้คนได้ดูอยู่เยอะมาก และที่นี่ก็เสียหายเฉพาะป้อมปราการ 5 ชั้นที่อยู่รอบๆวังเท่านั้น
วังนิโจ .. แบ่งออกเป็น 3 ส่วน
ชั้นแรก .. เป็นคูน้ำของปราสาท และกำแพงหินที่สูงมาก
ด้านใน .. เป็นส่วนที่มีต้นไม้เยอะมาก
ชั้นในสุด .. เป็นหมู่อาคารที่ได้รับการจัดเป็นกลุ่มชัดเจน
จากทางเข้าด้านที่ติดกับถนน … เจอประตูทางเข้าของวังที่เรียกว่า “คาราม่อน” (Karamon) รูปลักษณ์เหมือนประตูสไตล์จีน สูงใหญ่ทีเดียวค่ะ
เมื่อเดินตามทางเดินเข้ามาจนถึงลานหน้าวังโชกุน .. ประตูทางเข้าวังชั้นในสวยมากๆ มีรายละเอียดของลวดลายประดับซุ้มประตูที่เด่นด้วยความละเอียดของลวดลายและการให้สีที่งดงาม
ปราสาทหรือวังแห่งนี้ไม่ได้มีรูปทรงสูงตระหง่านหลายชั้นเหมือนกับปราสาทหลายแห่งในญี่ปุ่น แต่จะเป็นเหมือนท้องพระโรงชั้นเดียวที่มีการตกแต่งที่สวยงาม
วังนี้เป็นทั้งที่ทำงาน และที่พักของท่านโชกุนเมื่อยามที่มาเกียวโต … แต่แม้จะมีพื้นที่กว้างขวางมากๆตามที่เห็นแผนผังคร่าวๆจากแผนที่ แต่ก็เปิดให้ชมแค่นิดเดียว ยังมีสวนที่ว่ากันว่าสวยงามมากอยู่ด้านในที่ไม่ได้เปิดให้ชม
จากประตูทางเข้าวังชั้นใน จะมองเห็นอาคารที่เขาเปิดให้ชม ซึ่งการเข้าไปชมจะต้องถอดรองเท้าก่อนจึงจะเข้าไปในบริเวณชั้นในของวังได้ จากนั้นจึงเดินขึ้นบันไดเตี้ยๆไปยังระเบียงของวัง … ภายในวังห้ามถ่ายภาพค่ะ
วังของญี่ปุ่นจะสร้างเป็นอาคารไม้ชั้นเดียว แต่กินพื้นที่เป็นบริเวณกว้าง มีห้องต่างๆเรียงรายอยู่ตามทางเดิน .. เราก็เดินวนไปรอบๆตามระเบียงไม้ที่กว้างขวางที่เป็นทางเดินนี่แหละค่ะ
ทางเดินจะบังคับพาเราเดินผ่านห้องมากมาย เวลาเดินก็มีเสียงกุ๊งกิ๊ง จึงเรียกทางเดินแบบนี้ว่า Nightingale Floor นัยว่าเหมือนเสียงร้องของนกไนติงเกล
คนญี่ปุ่นคิดสร้างทางเดินที่มีเสียงกุ๊งกิ๊งแบบนี้ โดยมีวัตถุประสงค์ให้เป็นกลไกในการป้องกันศัตรูที่เข้ามาจู่โจม เมื่อเข้ามาเหยียบที่พื้นยังไงก็จะมีเสียงเตือนให้ได้ยิน อันจะทำให้เหล่าซามูไรพิทักษ์โชกุนรู้ว่ากำลังมีผู้บุกรุกเข้ามา และออกมาฟาดฟันต่อสู้ได้ทันท่วงที
ห้องต่างๆที่เราเดินผ่าน จะเป็นห้องโล่งๆตาตามิปูด้วยเสื่อ ไม่มีสิ่งของที่ดูแล้วเปรียบเหมือนเฟอร์นิเจอร์ อาจจะเพราะคนญี่ปุ่นนิยมความเรียบง่าย นั่งกับพื้น ไม่ต้องนั่งบนเก้าอี้ … สิ่งเดียวที่ใช้ในการประดับตกแต่งห้องเหล่านี้ คือ ภาพวาดโบราณเก่าแก่ที่ประดับบนประตูเลื่อน หรือบนผนังของห้องต่างๆ
ห้องที่เราเดินผ่านส่วนใหญ่เป็นห้องพักรอสำหรับแขกที่มาเข้าพบท่านโชกุน ซึ่งส่วนใหญ่ก็คงเป็นพวกไดเมียว (ผู้ครองแคว้น) โดยไล่เรียงกันไปตามลำดับชั้น โดยห้ามพกพาอาวุธเข้ามาตามธรรมเนียมปฏิบัติ ส่วนไพร่พลและขบวนผู้ติดตามมาก็พักรออยู่ด้านนอก
การเดินชมต้องเดินไปดูไปทีละส่วน มีห้องพักรอเป็นระยะ และยิ่งเดินลึกเข้าไปเท่าไหร่ ก็ดูเหมือนว่าความงดงามของการตกแต่งห้องด้วยภาพวาดโบราณจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ส่วนใหญ่จะเป็นภาพวาดของเสือ ที่ฉันเดาเอาเองว่าคงเป็นสัญลักษณ์ของอำนาจ .. แต่ยังไงทุกห้องก็ยังเป็นห้องโล่งที่ปูด้วยเสื่อตาตามิเพียงอย่างเดียว ปราศจากเฟอร์นิเจอร์ใดๆ
ห้องใหญ่ที่เป็นห้องประชุม จะมีหุ่นไดเมียวนั่งเรียงกันเป็นแถว จำลองเพื่อให้เราเห็นว่าบรรยากาศในสมัยนั้นเป็ฯอย่างไร
เดินเข้ามาเรื่อยๆ .. ด้านในจะเป็นห้องพักผ่อนของท่านโชกุน มีหุ่นท่านโชกุนนั่งอยู่พร้อมรูปปั้นสาวๆที่เป็นนางใน
เราเดินวน ชะโงกหน้าเข้าไปดูตามห้องต่างๆ แต่ไม่ได้ถ่ายภาพ (เพราะเขาห้ามค่ะ ไม่ได้สมัครใจ ฮ่า ฮ่าๆๆ) จนกระทั่งวนออกมายังทางที่เราเข้าไปในครั้งแรก อันเป็นการสิ้นสุดการชมวังของท่านโชกุนในส่วนที่เปิดให้ดู
เราเดินวนออกมาในส่วนที่เป็นสวนด้านนอกอาคาร ต้นไม้ที่เห็นส่วนใหญ่เป็นต้นสนขนาดใหญ่อายุคงเป็นร้อยปี ที่ได้รับการดูแล ตัดแต่งเป็นอย่างดีสลับกับการจัดวาก้อนหินและกราด แต่ไม่มีดอกไม้ให้เห็นนะคะ .. อาจจะต้องรอในช่วงเวลาฤดูใบไม้ผลิ ซึ่งจะได้เห็นดอกซากุระบาน
วังแห่งนี้มีการจัดแสดงแสงสีในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีด้วยค่ะ แต่เราไม่มีเวลาที่จะรอดู .. และเรากำลังจะพาทุกท่านไปชมแสงสีที่สาดส่องบนต้นไม้ที่ใบไม้มีสีแดงส้มเหลืองกันค่ะ ตามมานะคะ
*******************
เที่ยวทั่วไทย ไปทั่วโลกกับพี่สุ … รวม link บทความที่เขียนในเพจ ..
***เมืองไทย ไดอารี่ by Supawan
***Supawan’s colorful world
***สถานีอร่อย by Supawan
    Supawan’s Colorful World
    วังโชกุนแห่งนี้ ดูกว้างขวาง สวยงามค่ะ
    • กำลังนิยมในบล็อกดิต
      "กิตติรัตน์" โพสต์ "ผมสะเทือนใจ" เรายัง "ดีใจ" ส่งแรงงานไทยไปทำงานซาอุฯ "กิตติรัตน์" อดีตรองนายกฯและรมว.คลัง รัฐบาลยิ่งลักษณ์ โพสต์ฯ กว่า 30 ปีผ่านไป เรายัง "ดีใจ" ที่จะได้ส่งแรงงานไทยไปทำงานหาเงิน ห่างเหินครอบครัว ส่วนผมนั้น "สะเทือนใจ"
      เสี่ยเจริญ ขายออฟฟิศในสิงคโปร์มูลค่ากว่า 20,000 ล้านบาท ข่าวใหญ่แห่งสัปดาห์คือ “อาคเนย์ประกันภัย” ยื่นคำขอยกเลิกกิจการ ในวันที่ 26 มกราคมที่ผ่านมา และเงินกองทุนประกันวินาศภัยจะใช้กับกรณีนี้ไม่ได้ โดยกรรมธรรม์ที่มีอยู่จะถูกส่งให้ คปภ. ดูแล
      กลับมามีประเด็นอีกครั้งในเรื่องของการแต่งกาย ความสบายส่วนตัวและความไม่สบายใจต่อสายตาคนข้างบ้าน หญิงสาวคนหนึ่งออกมาเผยว่า เธอถูกเพื่อนบ้านมาเคาะประตูและสั่งให้เธอหยุดใส่ชุดชั้นในเดินไปเดินมาในบ้านของเธอเอง
      สาวก EV เตรียมเฮ รถยนต์ไฟฟ้า 100% คันแรกของโตโยต้า “bZ4X” จ่อวางขายที่ไทยแล้ว ปีนี้ ล่าสุด โตโยต้า ประเทศไทย ประกาศเอารถยนต์ไฟฟ้ารุ่น bZ4X ออกขายในไทย ปีนี้ ซึ่งเป็นรถยนต์ EV รุ่นแรกของแบรนด์ มาทำตลาดที่ประเทศไทย
      ดูทั้งหมด