มีบัญชีอยู่แล้ว?
วิทยาศาสตร์ผิดได้หรือไม่?
(เขียนโดย กิตติศักดิ์ โถวสมบัติ)
หลายคนๆกล่าวยืนยันอย่างหนักแน่นมั่นใจว่า วิทยาศาสตร์ให้ความรู้ที่เที่ยงแท้เชื่อถือได้กับเรา
บางคนเชื่อว่า หากไม่มีวิทยาศาสตร์ เราก็ไม่สามารถมีความรู้ที่แน่นอนเกี่ยวกับเอกภพได้และ บ่อยครั้งเรามักพบเจอกับผู้คนที่แสดงความรู้สึกอุ่นใจพร้อมจะน้อมรับเชื่อในสิ่งใดสิ่งหนึ่งแทบจะทันทีเพียงได้ยินประโยคที่ว่า “เรื่องนี้ได้รับการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์แล้ว”
แต่เราแน่ใจอย่างนั้นได้อย่างไร?
วิทยาศาสตร์แสวงหาความรู้ผ่านการใช้เหตุผลแบบอุปนัย (induction)เพื่อให้เข้าใจแก่นของการใช้เหตุผลแบบอุปนัย ลองพิจารณาตัวอย่างต่อไปนี้
ที่มา :Britanica
สมมติเราไปซื้อไข่ไก่จากร้านสะดวกซื้อมาหนึ่งกล่องซึ่งมีไข่ทั้งหมด 12 ฟอง หลังจากซื้อมาเราพบว่า มีไข่11 ฟองเน่า และเราเห็นว่า ไข่ทั้งหมดถูกบรรจุอยู่ในกล่องที่ระบุวันหมดอายุวันเดียวกัน เราจึงสรุปว่า ไข่ใบที่ 12 น่าจะต้องเน่าด้วยเป็นแน่
นี่คือตัวอย่างของการใช้เหตุผลแบบอุปนัย กล่าวคือมันเป็นการอนุมาน(inference) จากตัวอย่างที่เรามีหรือสิ่งที่เราสังเกตได้จำนวนหนึ่งไปสู่สิ่งที่เรายังไม่รู้ ยังไม่เคยสังเกตเห็นแต่เราแน่ใจได้อย่างไรว่า ไข่ใบที่ 12 จะเน่าด้วย จริงอยู่ที่ไข่ 11 ฟองในกล่องเน่า และทั้งหมดอยู่ในบรรจุภัณฑ์ที่ระบุวันหมดอายุวันเดียวกัน แต่นั่นก็ไม่ได้ช่วยยืนยันว่า ไข่ใบที่ 12 จะต้องเน่าเหมือน 11 ฟองแรก เพราะมันยังมีความเป็นไปได้ที่ไข่ใบสุดท้ายจะไม่เน่า
พวกเราต่างคุ้นเคยกับการใช้เหตุผลแบบอุปนัยเป็นอย่างดี
ที่มา : Wikipedia
ทำไมเรามักสั่งเมนูอาหารจานเดิมในร้านอาหารแห่งเดิม นั่นเป็นเพราะการใช้เหตุผลแบบอุปนัยบอกเราว่า เราเคยมากินข้าวที่ร้านแห่งนี้มาก่อน คราวที่แล้วเราสั่งเมนูนี้กินอร่อยดี มาคราวนี้ มาร้านเดิม แม่ครัวก็คนเดิม เมนูนี้ก็น่าจะยังอร่อยอยู่เหมือนคราวก่อนเราเลยตัดสินใจสั่งเมนูเดิมแต่เราแน่ใจได้อย่างไรว่า อาหารเมนูเดิมจากร้านนี้จะยังอร่อยเหมือนคราวก่อน?
ที่มา : Wikipedia
หรือเวลาที่เราเลือกเดินทางกับสายการบินหนึ่งเพราะเห็นว่าเครื่องบินของสายการบินนี้ไม่เคยตกเลยสักลำ มันต้องปลอดภัยแน่ๆ แต่เราแน่ใจได้อย่างไรว่า เครื่องบินของเที่ยวบินที่เราจองมันจะไม่ตก?
ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ถูกวางอยู่บนการใช้เหตุผลแบบนี้
ยารักษาอาการเจ็บคอสูตรใหม่ถูกนำไปทดสอบกับอาสาสมัครผู้มีอาการเจ็บคอจำนวน 5,000 คน หลังจากได้รับยา อาสาสมัครทุกคนหายเจ็บคอหมด การทดสอบนำไปสู่ข้อสรุปว่า ยาชนิดนี้มีประสิทธิภาพในการรักษาอาการเจ็บคอ แต่นี้เป็นการสร้างข้อสรุปโดยอาศัยข้อมูลที่เรามีอยู่อย่างจำกัด เป็นข้อมูลเพียงน้อยนิดที่เราเก็บได้แล้วเราแน่ใจได้อย่างไรว่า ยาชนิดนี้จะรักษาอาการเจ็บคอของอาสาสมัครคนที่ 5,001ได้
เดวิด ฮูม (David Hume, 1711-1776)  ที่มา : Wikipedia
เดวิด ฮูม (David Hume, 1711-1776) นักปรัชญาในคริสต์ศตวรรษที่ 18 เป็นนักปรัชญาคนแรกที่มองเห็นปัญหาของการใช้เหตุผลแบบอุปนัย (problem of induction) ฮูมตั้งคำถามว่า “เราจะแน่ใจได้อย่างไรว่า พรุ่งนี้พระอาทิตย์จะยังขึ้น?” เรามักตอบโดยอาศัยการใช้เหตุผลแบบอุปนัยว่า เราสามารถมั่นใจได้ว่า พระอาทิตย์จะยังคงขึ้นในวันพรุ่งนี้ เพราะมันขึ้นมาแล้วเป็นเวลาหลายล้านปี และเราเชื่อในความสม่ำเสมอเป็นหนึ่งเดียวกันของธรรมชาติ(uniformity of nature)
เราให้เหตุผลว่า มันเคยขึ้นมาสม่ำเสมอในอดีตก็ย่อมแปลว่ามันจะยังคงขึ้นต่อไปในอนาคตแต่สำหรับฮูม นี่ไม่ใช่เหตุผลที่มีน้ำหนักเพียงพอสำหรับการยืนยันให้เชื่อเช่นนั้น เพราะเราไม่เคยเห็นความสม่ำเสมอของธรรมชาตินั้นทั้งหมด
ที่มา : https://www.johnmccaskey.com/uniformity-principle/
เราสังเกตเห็นมันแค่เพียงชั่วระยะเวลาสั้นๆ จึงทำให้การสรุปว่ามันสม่ำเสมอไม่มีน้ำหนัก และการที่ในอดีต เหตุการณ์ในอนาคตเป็นเหมือนเหตุการณ์ในอดีต ไม่ได้เป็นหลักประกันว่า ในอนาคต เหตุการณ์ในอนาคตจะเป็นเหมือนเหตุการณ์ในอดีต
การที่พระอาทิตย์ขึ้นต่อเนื่องมาเป็นเวลาหลายล้านปีไม่ได้ยืนยันว่าพรุ่งนี้มันจะยังคงขึ้น
นี่ย่อมหมายความว่า วิทยาศาสตร์มีโอกาสผิดได้
แล้วอย่างนี้ มันจะเป็นแหล่งที่มาของความรู้อันเที่ยงแท้ได้อย่างไร?
หรือ แท้จริงแล้ว ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ที่สามารถผิดได้ และเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอเป็นธรรมชาติของวิทยาศาสตร์ ซึ่งผลลัพธ์คือการทำให้เราเข้าใกล้ความจริงเกี่ยวกับโลกและเอกภพมากขึ้นเรื่อยๆ
เราจะมาคุยกันถึงประเด็นนี้ในบทความต่อไป...
อ้างอิง
Ladyman, J. (2002) Understanding Philosophy of Science, London: Routledge.
Okasha, S. (2002) Philosophy of Science: A Very Short Introduction, Oxford: Oxford University Press.
    tanacom
    เชื่อในเหตุและผลต่อไป และเผื่อใจไว้กับความไม่แน่นอน
    • กำลังนิยมในบล็อกดิต
      ตลาดงานคริปโตมาแรง! LinkedIn เผยปี 2021 ยอดเปิดรับสมัครเพิ่มขึ้นถึง 395% ดูเหมือนว่าเทรนด์ด้านคริปโตเคอร์เรนซีจะไม่ใช่สิ่งที่เกิดเพียงชั่วคราวแล้ว เพราะตลาดงานในเวลานี้กำลังเปิดรับสมัครพนักงานที่มีความสามารถด้านคริปโตเคอร์เรนซีเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว
      สวิตไฟระบบสัมผัสทัชสกรีน Gratia บริษัท กราเทีย เป็นผู้นำเข้าและจัดจำหน่าย สวิตไฟระบบสัมผัส ทัชสกรีน เป็นแบรนด์แรก ๆ ที่ทำตลาด เกี่ยวกับระบบบ้านอัจริยะ ซึ่งปัจจุบัน เปิดมากว่า 7 ปีแล้ว
      นี่คือเหตุผลว่าทำไม ญี่ปุ่นถึงพยากรณ์สึนามิเข้าฝั่งได้ละเอียดรายจังหวัด รายนาที .. . 🌊 เพราะนี่คือ S-NET ระบบเครือข่ายอุปกรณ์สังเกตการณ์ ที่รวมเครื่องวัดแผ่นดินไหว และเกจวัดแรงดันน้ำ ที่เชื่อมต่อกับสายเคเบิลใต้น้ำ ถูกติดตั้งนอกชายฝั่งแปซิฟิกของญี่ปุ่นฝั่งตะวันออก . 🌊 โดยเครื่องวัดจะมีการส่งข้อมูลการแบบเรียลไทม์ตลอด 24 ชั่วโมง และถูกติดตั้ง 150 แห่ง อยู่กับสายเคเบิลยาวกว่า 5,500 กม. . 🌊 โครงการนี้จะช่วยลดความเสียหาย และแจ้งเตือนในการอพยพ โดยการส่งข้อมูลอย่างรวดเร็วและถูกต้อง โดยแบ่งระบบสังเกตุการณ์เป็น 6 พื้นที่หลักๆ ดังนี้ 1⃣ นอกชายฝั่งคาบสมุทรโบโสะ 2⃣ นอกชาบฝั่ง อิบารากิ และ ฟุกุชิมะ 3⃣ นอกชายฝั่ง มิยางิ และ อิวาเตะ 4⃣ บริเวณ ซันริคุตอนเหนือ 5⃣ นอกชายฝั่ง คุชิโระ และ อาโอโมริ 6⃣ ขอบนอกของแผ่นทวีป . 🌊 แอ่งนันไค มหันตภัยใต้พิภพ และวิธีการรับมือ 👉 https://youtu.be/I5GhQJe-rxs . 🙏 ขอบคุณภาพและที่มาจาก https://www.seafloor.bosai.go.jp/S-net/ 👉 ตอนนี้เรามี LINE แล้วนะ เพียงคลิ๊กที่ https://lin.ee/or3etWa 👉 แค่กดติดตามแบบ "รายการโปรด" ก็จะไม่พลาดทุกข่าวสาร ติดตามพวกเราต่อได้ที่ linktree/krobkruengJapan . 🧧 แจกฟรีคูปองส่วนลดตึกม่วงแห่งอุเอโนะ 5-7% (คนไทยในญี่ปุ่นก็ใช้ได้) https://www.facebook.com/KrobkruengJAPAN/posts/2556510774488975
      โอมิครอนมาแรงแซงเดลต้าแล้ว เป็นสายพันธุ์หลักถึง 97.1% เบียดเดลต้าลงไปเหลือเพียง 2.8% เป็นที่ทราบกันมาตลอดช่วงสองเดือนที่ผ่านมาว่า โอมิครอนเป็นไวรัสที่มีความสามารถในการแพร่ระบาด มากกว่าเดลต้า
      ดูทั้งหมด