Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
หนูนิ
•
ติดตาม
12 พ.ย. 2021 เวลา 17:01 • นิยาย เรื่องสั้น
เรื่องเล่าของหนูนิ ลำดับที่ ๔๒
.
ชายในฝัน(Man in Dream)
.
ตอน ๑
.
ตอนข้าพเจ้าเรียนชั้นประถมปีที่ ๔ ช่วงนั้นพี่ชายไปชกมวยต่างจังหวัด เพื่อหาเงินมาเป็นทุนในการเรียนต่อ พ่อและแม่จะตามไปเชียร์ทุกครั้ง โดยทิ้งบ้านไป ๑ คืน คือออกเดินทางเมื่อข้าพเจ้ากลับจากโรงเรียนแล้ว
.
ข้าพเจ้าเป็นลูกสาวคนโตแม้จะอายุเพียง ๑๐ ปี แต่ก็ต้องดูแลน้องอีก ๒ คน คือน้องชายอายุน้อยกว่า ๑ ปี น้องสาวคนรองอายุน้อยกว่า ๔ ปี ส่วนน้องสาวคนเล็กอายุน้อยกว่า ๘ ปี แม่พาไปด้วย
.
ข้าพเจ้าต้องหุงหาอาหารให้น้องๆกิน แล้วอาบน้ำให้น้องสาว แล้วจึงพาน้องไปนอน โดยนอนรวมกัน 3 พี่น้อง ข้าพเจ้าต้องกางมุ้งในตอนกลางคืนและเก็บมุ้งในตอนเช้า
.
แต่บางครั้งพ่อ แม่และพี่ชายก็กลับมาในคืนนั้นตอนดึกมาก หรือเกือบสว่างก็มี ความที่บ้านอยู่ตรงข้ามกับยาย พ. จึงไม่มีอะไรน่าห่วง เพื่อนบ้านในละแวกนั้นก็รู้จักกันหมด
.
วันที่พ่อและแม่รวมทั้งพี่ชายและน้องคนเล็กไม่อยู่ หลังจากรับประทานอาหารเย็นแล้ว น้องชายก็จะพาน้องสาวคนรองไปดูทีวีที่บ้านเพื่อนบ้านในละแวกนั้น ก่อนที่จะกลับมาให้ข้าพเจ้าอาบน้ำให้น้องสาวแล้วเข้านอน เพราะตอนนั้นที่บ้านยังไม่มีทีวี(ไม่มีปัญญาซื้อ) ช่วงเวลาที่น้องไปดูทีวี ข้าพเจ้าก็เก็บล้างถ้วยชาม เสร็จงานก็อ่านหนังสือ ทำการบ้าน และ ทำการฝีมือที่เป็นการบ้าน
.
ความที่บ้านของข้าพเจ้าอยู่ใกล้โรงพยาบาลศิริราช เมื่อศิริราชมีโครงการอะไรละแวกบ้านของข้าพเจ้า ก็ต้องมีส่วนร่วมทุกครั้ง เช่นครั้งหนึ่งศิริราชมีโครงการให้นักศึกษาแพทย์มาคอยดูแลและเก็บข้อมูลเรื่องสุขภาพของผู้คนในชุมชนแออัด โดยนักศึกษาแพทย์ ๑ คน ดูแล ๑ ครอบครัว
.
บ้านของข้าพเจ้าเป็นบ้านหนึ่งจากการสุ่มตัวอย่างให้นักศึกษาแพทย์ชายที่ชื่อ ช. นามสกุล ภ.มาเป็นผู้ดูแล และเก็บข้อมูลเรื่องสุขภาพทั้งบ้าน
.
วิธีการเก็บข้อมูลก็คือ การชั่งน้ำหนัก ถามอายุ จดประวัติการเจ็บป่วยที่ผ่านมา ข้าพเจ้าผอมมากแต่ศีรษะโตผิดปกติ จึงโดนเก็บตัวอย่างอุจจาระเพื่อไปตรวจหาพยาธิ
.
คุณหมอ ช.เรียนแพทย์ปีที่ ๖ เป็นคนร่างสันทัด ผิวขาว หน้าตาดี มีไฝเม็ดเล็กๆที่คางข้างซ้าย หมอเป็นลูกจีน มีบ้านอยู่แถววงเวียนเล็ก(ใกล้ๆบ้านข้าพเจ้า) โดยคุณหมอจะมาเยี่ยมอาทิตย์ละ ๑ ครั้ง
.
เกือบทุกครั้งที่คุณหมอมาเยี่ยม ส่วนมากจะเป็นตอนทุ่มเศษ ที่คุณหมอว่างจากการเรียน ก็ให้บังเอิญว่าพ่อและแม่ไม่อยู่เกือบทุกครั้ง แม้พี่ชายจะไม่ได้ต่อยมวยทุกอาทิตย์ แต่สมัยนั้นคนจีนที่มาจากเมืองจีนจะเกาะกลุ่มกันแน่น เดี๋ยวงานแต่ง งานตาย งานสมาคม ฯลฯ
.
พี่ชายของข้าพเจ้านั้นไม่เคยอยู่บ้านเลย กลับจากเรียนเขาไปขลุกอยู่ที่ค่ายมวยต้นสังกัด กว่าจะกลับก็ดึกมาก พ่อแม่ก็ไปงานต่าง ๆ เสมอ น้องชายก็พาน้องสาวทั้ง ๒ ไปดูทีวีที่บ้านคนรู้จักในละแวกนั้น มีเพียงข้าพเจ้าอยู่เฝ้าบ้านคนเดียว ทั้งๆที่ไม่มีสมบัติสักชิ้นให้เฝ้า
.
ดังนั้นผู้ที่คอยอยู่รับหน้าคุณหมอจึงเป็นข้าพเจ้าเกือบทุกครั้ง เมื่อไม่พบผู้ใหญ่ คุณหมอก็ต้องคุยกับข้าพเจ้าแทน ดังนั้นเรื่องข้อมูลสุขภาพ ก็เลยต้องกลายเป็นเรื่องเรียนของข้าพเจ้า
.
ความที่ข้าพเจ้ามีความคิดความอ่านเกินอายุมาตั้งแต่เด็ก(แฮ่ะๆชอบเผือก ว่างั้นเถอะ) ข้าพเจ้าจึงซักถามคุณหมอมากกว่าถูกซักถาม ทำให้ทราบว่าคุณหมอเป็นคนมีฐานะ และยังไม่มีคนรู้ใจ แต่คุณหมอสูบบุหรี่จัดมาก (ตอนมาที่บ้านคุณหมอไม่ได้สูบ)
.
แต่ไหนแต่ไรมาแล้วข้าพเจ้าก็ใฝ่ฝันที่อยากเรียนแพทย์ ยิ่งมาพบคุณหมอ ช. ผู้มีจิตใจเมตตากรุณา พูดจามีอัธยาศัยก็ยิ่งทำให้ข้าพเจ้า ยิ่งมีความมุ่งมั่นที่จะเรียนให้ได้ โดยที่ข้าพเจ้าไม่ได้ปิดบังคุณหมอเรื่องความใฝ่ฝันนี้
.
ก่อนกลับทุกครั้งคุณหมอก็จะให้เงินข้าพเจ้า ๑๐ บาทไว้กินขนม ข้าพเจ้าแทบลมจับที่เห็นเงินมากมายขนาดนี้(ปกติพ่อให้เงินไปโรงเรียนวันละ ๒๕ สตางค์ ห่อข้าวไปกินเอง น้ำดื่มก็คือน้ำฝนที่ภารโรงรองไว้ แต่ต่อมามีเพื่อนนักเรียนชายคนหนึ่งไปขี้แตกที่ข้างโอ่งน้ำกิน ข้าพเจ้าเลยพกกระติกน้ำไปกินเอง) ข้าพเจ้าจึงนำเงินไปให้แม่แทน เพราะเงินมากขนาดนี้ใช้ไม่เป็น(ตอนนั้น)
.
คุณหมอเห็นข้าพเจ้าไม่มีอุปกรณ์ในการเย็บปักถักร้อย คุณหมอก็ซื้อมาให้ ข้าพเจ้าขาดแคลนเครื่องเขียน เครื่องเรียน คุณหมอก็ซื้อให้ เลยกลายเป็นว่าคุณหมอแวะมาอาทิตย์ละมากกว่า ๑ วัน
.
แต่งานเลี้ยงก็ต้องมีวันเลิกรา ในที่สุดก็จบโครงการฯ คุณหมอได้แวะมาบอกที่บ้านในตอนกลางวันว่า คืนนี้คุณหมอจะมาตรวจสุขภาพทุกคน ให้อยู่กันให้พร้อมหน้า ทุกคนก็อยู่กันครบ ขาดก็แต่พี่ชายตามเคย
.
วันนั้นจึงเป็นวันที่ข้าพเจ้าได้พบคุณหมอ "คุณหมอผู้เป็นดวงใจคนยากของหนูนิ" เป็นครั้งสุดท้าย และเป็นวันที่ต้องแอบไปนั่งร้องไห้เงียบ ๆ คนเดียว ข้าพเจ้าคงไม่ได้พบคุณหมออีกแล้ว คิดถึงความเมตตากรุณาที่คุณหมอมีต่อเด็กกะโปโลคนนี้ โดยไม่หวังผลตอบแทน ข้าพเจ้าก็ยิ่งมุ่งมั่นที่จะเรียนแพทย์ให้ได้
.
แม้ข้าพเจ้าไม่เคยพบคุณหมออีกเลย แต่ก็ระลึกถึงคุณหมอเสมอ เวลาผ่านไปหลายปี ข้าพเจ้าเรียนมัธยมปลาย และตั้งใจที่จะเรียนแพทย์ เพื่อจะได้พบกับคุณหมออีก
.
วันหนึ่งข้าพเจ้าผ่านไปแถวหน้าโรงพยาบาลศิริราช (ที่จริงผ่านบ่อยแต่ไม่เคยพบคุณหมอเลย) คุณหมอเดินผ่านหน้าข้าพเจ้าไป กว่าข้าพเจ้าจะได้สติแล้ววิ่งตามไป คุณหมอก็ไปไกลลิบแล้ว แต่ข้าพเจ้าก็วิ่งตามจนทัน
.
ขัาพเจ้าวิ่งไปดักหน้าคุณหมอและส่งเสียงเรียก เวลาที่ผ่านไปเกือบสิบปี ทำให้คุณหมอเปลี่ยนไปมาก คุณหมอเองก็จำข้าพเจ้าไม่ได้เช่นกัน จากเด็กน้อยหัวโตผอมกระหร่อง กลายเป็นเด็กสาวตัวสูงปรี๊ด ดูเหมือนจะสูงกว่าคุณหมอด้วยซ้ำ
.
ขัาพเจ้าและคุณหมอทักทายกันไม่มาก เพราะคุณหมอมีนัดกับเพื่อนที่โรงพยาบาล เดี๋ยวนี้คุณหมอไม่ได้ทำงานที่โรงพยาบาลแล้ว โดยเปิดคลินิคเอง ส่วนจะแต่งงานหรือไม่ ข้าพเจ้าไม่ได้ถาม
.
คุณหมอบอกเสียดายที่ไม่มีเวลา มิเช่นนั้นจะพาข้าพเจ้าไปทานข้าวด้วยกันสักมื้อ และพูดคุยเรื่องราวที่ไม่ได้พบกันร่วมสิบปี การพบกันครั้งนั้นจึงเป็นการพบกันครั้งเดียวและครั้งสุดท้ายของเราทั้งคู่
.
เวลาผ่านไปอีกหลายสิบปี เมื่อโลกโซเชี่ยลพัฒนาไปอย่างกว้างไกล ข้าพเจ้าจึงได้ทราบว่าคุณหมอเสียชีวิตไปนานแล้ว ด้วยวัยเพียงสี่สิบกว่าปีจากอุบัติเหตุที่อเมริกา
.
ข้าพเจ้ายังคงคิดถึงคุณหมออยู่เสมอ ชายในฝัน เพียงคนเดียวและตลอดไปของข้าพเจ้า
.
จบตอน ๑
.
พรุ่งนี้เป็นตอนจบ โปรดอย่าลืม
3 บันทึก
3
1
3
3
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย