Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Question to the designer
•
ติดตาม
13 พ.ย. 2021 เวลา 09:17 • วิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยี
The universe in a nutshell EP.03 Nexus Event (ประวัติศาสตร์ที่แตกออก)
Hamlet by William Shakespere from https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%81%E0%B8%AE%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%95
ข้าพเจ้าอาจถูกตีกรอบอยู่ในเปลือกนัท
และถือตนเป็นกษัตริย์แห่งอวกาศไม่สิ้นสุด
-วิลเลียม เช็กสเปียร์
บทกลอนตอนหนึ่งจาก แฮมเล็ต องค์ที่ 2 ฉากที่ 2 แล้วทำไม ฮอว์กิ้งต้องยกขึ้นมาเกริ่นนำเนื่องจากบทนี้สามารถอธิบายความเป็นมนุษย์ได้อย่างชัดเจน คือ ถึงแม้มนุษย์จะถูกตีกรอบด้วยเปลือกนัท คือ ข้อจำกัดทางร่างกาย แต่มนุษย์ก็ถือเอาตนเองเป็นกษัตริย์แห่งอวกาศไม่สิ้นสุด คือ การถือว่าตนยิ่งใหญ่ทางปัญญามีเสรทางความคิด และยอมเสี่ยงเข้าสู่หนทางอันไม่สามารถทราบได้
และจากบทกลอนข้างต้นที่แสดงถึงความใฝ่รู้ในสรรพสิ่งของมนุษย์ หนึ่งคำถามที่จะถูกยกขึ้นมาต่อไป คือ จักรวาลที่ดำรงอยู่มีขอบเขตหรือไม่ มันจะดำรงต่อไปจนถึงจุดหนึ่ง หรือ ชั่วนิจนิรันดร์ แล้วการที่เราพยายามตั้งคำถามและพยายามหาคำตอบที่ยิ่งใหญ่เพียงนี้มันเป็นไปได้หรือ แล้วหากเป็นไปได้มันจะไม่ส่งผลอันใหญ่หลวง เหมือนกับการที่โพรมีเทียส ผู้ที่นำดวงไฟจากทวยเทพมาให้มนุษย์จนสุดท้ายตนต้องถูกลงโทษด้วยการถูกตรึงไว้ให้นกแร้งจิกตับไตของตน
Punishment of Prometheus by https://eclecticlight.co/2020/09/14/gods-of-the-week-atlas-prometheus-and-epimetheus/
ถึงแม้เราจะสงสัยในความสามารถหรือขอบเขตขีดจำกัดตนเอง แต่เราก็ควรจะพยายามทำความเข้าใจถึงธรรมชาติของอวกาศให้ได้มากที่สุดถึงแม้จะไม่ใช่คำตอบอันสมบูรณ์ของมันก็ตาม แต่สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนก็คือ อวกาศมีความต่อเนื่องจากการสังเกตการณ์ของกล้องโทรทรรศน์ฮับเบิล
จากการสังเกตการณ์ของตั้งแต่ สไลเฟอร์ เรื่องของการที่ดาราจักรต่างๆของจักรวาลส่วนมากจะเกิดการ redshift ถึงจะมีบางส่วน Blueshift จนถึงการสังเกตการณ์ของฮับเบิล ที่สังเกตจนสามารถสรุปได้ในท้ายที่สุดว่าเอกภพนี้กำลังขยายตัว ซึ่งมันทำให้เกิดหักล้างกับความเชื่อ ณ ขณะนั้นว่า เอกภพสถิต (เอกภพเป็นอย่างที่มันเป็น ) และอีกทฤษฎีที่ว่าด้วย เอกภพเกิดมาเมื่อไม่กี่พันปีที่ผ่านมา แต่หากเป็นอย่างนันจริงกลางวันกลางคืนจะไม่มีอยู่เลยเนื่องจากเส้นรังสีของแสงที่เกิดเมื่อพันปีก่อนจะเดินทางมาถึงโลกและทันกันในอวกาศจนเราจะมองเห็นฟ้าจ้าตลอกดเวลา และจากการค้นพบของการที่เอกภพขยายตัวอยู่ตลอดและเร็วขึ้นเรื่อยมีความหมายขึ้นมาอย่างมาก เพราะหากเราคิดกลับไปเนื่องจากเหตุอย่างหนึ่งจะเกิดผลและผลนั้นจะกิดเหตุหนึ่งเรื่อยๆเป็นลูกโซ่
Big bang theory by https://physicsdetective.com/the-big-bang/
แสดงว่าจักรวาลนี้ต้องเคยเป็นจุดๆหนึ่งที่มีพลังงานและมวลมหาศาลพวกนี้อยู่ทำให้จะเป็นจุดที่ความหนาแน่นสูงมากๆ และทำให้เกิดระเบิดแล้วจึงเกิดเป็นวิวัฒนาการของจักรวาลตามภาพที่แสดง ซึ่งถูกเสนอขึ้นโดย จอร์จ การ์มอฟฟ์ และเขาได้ทำนายว่ารังสีจากการระเบิดครั้งนั้นก็ยังคงอยู่เป็นรังสีคอสมิกระดับอ่อนๆ ซึ่งต่อมา อาร์โนลด์ เพนเชียส และ รูเบิร์ต วิลสัน ได้พบรังสีนี้และเรียกว่า รังสีพื้นหลัง (Cosmic Radiation Background)
แต่ถึงแม้เราจะมีภาพคร่าวๆตามที่ จอร์จ การ์มอฟฟ์ กล่าวไว้ แต่ยังคงมี ปริศนาหนึ่ง คือ พฤติกรรม ณ จุดเล็กๆที่เกิดบิ๊กแบงขึ้น เนื่องจากสัมพัทธภาพไม่ได้บอกพฤติกรรมของมันได้ และ้วทำไมหละ เนื่องจากการที่จะสามารถบอกพฤติกรรมของมันได้สัมพัทธภาพ จำเป็นต้องมีการบอกถึงค่าความไม่แน่นอนเนื่องจาก มันเป็นจุดที่เล็กๆและเล็กกว่าอะตอมเสียอีก แล้วทำไมต้องมีผลความไม่แน่นอนกัน หากจะให้มองจักรวาลอันไพศาลนี้เป็นลูกเต๋า ทำไมการทำนายอะไรต่อมิอะไรถึงมีความแม่นยำกันหละเหตุผล คือ การที่ค่าเฉลี่ยในการสังเกตการณ์นั้นสูงกว่ามากๆ แต่ในทางกลับกันหากเราจะทำนายการเป็นไปในจักรวาลที่จุดเริ่มต้นการที่เราจะคาดเดาหรือทอยเต๋านั้นมันมีจำนวนที่น้อยกว่า ความแม่นยำในจุดนี้จึงต่ำกว่ามากๆ และอย่างที่บอกว่าการคาดเดาหากมองที่เริ่มต้นนั้นมีความเป็นไปได้อันไม่สิ้นสุด
มันแสดงถึงว่า จักรวาลนั้นมีความเป็นไปได้หลายอย่าง หรือ มีหลายๆประวัติศาสตร์ นั่นเอง (หากจะให้เอาง่ายๆ คือ หากคุณทอยเหรียญ ก่อนคุณทอยจะรู้ไหมว่ามันจะออกอะไร และหลังทอยผลที่คุณรู้ก็เป็นเพียงผลหนึ่งๆเท่านั้นที่เกิดในสิ่งที่คุณเห็น เพราะ คุณคนอื่นๆในหมายเหตุที่มีคุณ อาจทอยได้หัว ก้อย หรือตั้งตรง หรือหล่นจากโต๊ะทอยก็ได้ ดังนั้น ส่งที่สามารถบอกได้จริงๆ คือ ความเป็นไปด้เท่านั้น)
coin toss
หลายประวัติศาสตร์ ( Multiple Histories Theory )
Richard Feynman by https://www.telegraphindia.com/education/learn-the-way-feynman-did/cid/1715412
ทฤษฎีอันไซไฟนี้เกิด มาจากนักฟิสิกส์ผู้เลื่องชื่อผู้เป็นหนึ่งใน ผู้คิดค้นการหักล้างพลังงานสถานะต่ำสุด ที่เคยกล่าวไปใน ตอนที่ 02.2 ในตอนนี้เขาเราจะแสดงในอีกส่วนที่เขาคิดมาและเป็นหนึ่งในทฤษฎีที่คาดว่าจะเพิ่มความแม่นยำแก่สัมพัทธภาพ คือ ความหลายประวัติศาสตร์ เนื่องจาก สัมพัทธภาพจะพูดถึงความเป็นไปของกาลอวกาศ ในจักรวาลที่เราสังเกต แต่ทฤษฎีหลายประวัติศาสตร์นี้จะมาช่วยโดยการเพิ่ม มุมมองที่สัมพัทธภาพจะทำนั้นนั้นให้มีกระจกหลายๆด้านออกไป ซึ่กงการรวม 2 ทฤษฎีนี้ เราเรียกว่า ทฤษฎี Grand unified แต่การที่จะทำนายในทฤษฎี Grand unified นี้จะต้องมีเงื่อนไขกรอบ ซึ่งแยกเป็น 2 อย่าง คือ 1.กรอบไม่มี 2.มีขอบ (Boundary condition) และยังมีอีก 1 กรอบทีเสนอโดย จิม ฮาร์เทิล คือ การไร้ขอบของจุดเริ่มจักรวาล ซึ่งจะขัดแย้งกับการที่กล่าวว่าจักรวาลมีจุดเริ่มต้นที่ Singularity (จุดเล็กๆที่ความหนาแน่นอันนต์)
แต่กรอบของจิม ฮาร์เทิลนี้ไม่ใช่ว่ามันไม่ถูแต่มันอาจเป็นไปได้หากเราคิดนเวลาจนตภาพและจักรวาลมีทรงเป็นผิวปิด ดังที่แสดงในตอนที่ 02.2
path integral by https://en.wikiquote.org/wiki/Path_integral_formulation
หลายๆคนอาจจะยังคงงง ว่าหลายประวัติศาสตร์ คืออะไรหากจะให้เปรียบเป็น การเคลื่อนจากจุดนึงไปจุดนึงของอนุภาค ในกฎของนิวตันข้อที่ 1 ตาม the principia กล่าวว่าวัตถุใดๆมันจะพยายามเคลื่อนที่ตามแนวเดิมของมัน ในภาพคือ เส้นที่โค้งตรงจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง ที่โค้งงอก็เนื่องจากจักรวาลมีความบิดเบี้ยวตามสัมพัทธภาพทั่วไป แต่หากในทฤษฎีหลายประวัติศาสตร์ นี้นั้นเราไม่สามารถรู้ได้ว่าอนุภาคจเคลื่อนอย่างไรแต่เราจะคาดเดาหลายๆเส้นทางได้แล้วนำผลเส้นทางมารวมกันก็เหลือเพียงเส้นทางตามกฎของนิวตันเท่านั้น ซึ่งการรวมก็รวมเหมือนคลื่น
ประวัติศาสตร์ถูกอันกำหนดด้วยเวลาจริง
Marvel Nexus Event timeline
หลายๆคนอาจเคยได้ดู ซีรีส์ โลกิไปแล้วและอาจเคยเห็ภาพนี้ที่ปรากฎใน จอขององค์กร TVA ซึ่งมันอาจดูเหมือนจะช่างฝันแต่ในความเป็นจริงทางทฤษฎีสิ่งนี้ก็อาจเกิดขึ้นได้ เหมือนกับการที่ได้กล่าวไปในตอนการทอยเหรียญ เพียงแต่ในโลกความจริงอาจไม่มี องค์ TVA มาจับหรือ พัง timeline อื่นๆที่แขนงออกมาก็ได้ และขณะที่เราฉุกคิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมา ในหลายๆประวัติศาสตร์นั้นอาจไม่มีอะไรเกิดขึ้นมาเลย และการฉุกคิดเรื่องเหล่านี้มาได้ก็เพราะ"เรามีอยู่ ในที่เรารู้สึก"
หลัก Anthropic
parallel universe
หนึ่งหลักในการค้นหาเลยนั่นก็คือ จักรวาลต้องเป็นอย่างน้อยหรือใกล้เคียงสภาพที่เราเป็น เพราะ หากไม่เช่นนั้น ก็จะไม่มีใครในที่นี้รู้สึกหรือเห็นเลย (เหมือนการที่เราจะเรียนอะไรเราต้องยอมรับในสัจพจน์ และนิยามมันก่อน ) หลักแอนโทรปิก คือ อะไร ตัวอย่างของหลักแอนโทรปิกเลยก็คือ ทำไมเราจึงรับรู้เพียง 3-4 มิติเท่านั้นหละ ถ้าหากตามหลัก M-Theory นั้นมันมีถึง 10-11 มิติเลยมิใช่หรือ แต่เรากลับรู้สึกถึงมันอย่างจริงจัง คือ 3 มิติหละ หากจะลองคิดเล่นๆถ้าจักรวาลใดๆเรารู้เพียงแค่ 2 มิติ คงลำบากน่าดู ในหนังสือนี้ก็จะให้เราเห็นถึงอูฐ ที่กินแอปเปิลไปแล้วรางก็จะแยก 2 ส่วนบนล่าง เนื่องจากมันไม่มีมิติขอความหนา (อูฐจะไม่มีความอ้วนเลย ) และหากอวกาศเป็น 2 มิติทุกๆอย่างก็คงเป็นเหมือนตัวอย่างการโคจรของลูกเหล็ก รอบๆลูกเปตอง ที่สุดท้ายทุกๆอย่างจะโคจรและตกสู่ใจกลาวงหรือไม่ก็อาจเหวี่ยงออกจากโคจรไปเลย
ซึ่งการที่จักรวาลให้เราสัมผัสได้ 3 มิตินี้ก็ถือเป็นแอนโทรปิกหนึงคือ ในจักรวาลใดๆที่จะมีสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญา จะต้องมีมิติอย่างน้อย 3 มิติ
แล้วคำาถามต่อมา คือ จากที่อ่านมายาวเหยียดจักรวาลควรมีหย้าตาอย่างไร คำตอบที่จะกล่าวจะอยู่ในประวัติศาสตร์บนเวลาจิตภาพคือ ทรงกลมปิด เนื่องจากไม่ต้องสร้างเงื่อนไขกรอบเลย เพราะไม่มีกรอบ และทรงกลมปิดนี้จะมีลักษณะแบนเล็กน้อยที่เข้าเหนือ-ใต้ เนื่องจากจะแสดงถึงการขยายตัวของจักรวาลได้เป็นอย่างดี แล้วทำไมที่อะไรกันที่ทำให้สสารต่างกระจายตัวออกจากกันไม่ดูดกันเหมือน แรงดึงดูดระหว่างอนุภาคที่เวลาใกล้ๆจุดกำเนิด ซึ่งคาดว่าพลังงานนั้นคือ พลังงานสุญญากาศที่ทำให้เกิดการกระจายตัวของสสาร และ ขยายตัวออกของจักรวาล และที่เป็นไปได้ของรูปทรงกลมผิวปิดนี้มีอีก 2 อย่าง คือ เรียบ หรือ ขรุขระ ซึ่งเป็นไปได้มากสุดคือ ขรุขระ ซึ่งมาจากการทำนายจากข้อมูล รังสีพื้นหลัง พบว่าอุณหภูมิรังสีพื้นหลังกระจายอย่างไม่เท่ากัน
(คิดดูเหมือนน้ำที่ขังตามถนนที่ขรุขระ ซึ่งไม่สม่ำเสมอ บางที่ก็เป็นแอ่งใหญ่ แต่หากรัฐเข้ามาซ่อมแซมให้เรียบๆ ก็จะมีน้ำเกาะบนถนนอย่างสม่ำเสมอ)
และในจักรวาลที่จะมีสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญาอยู่ได้นั้น พลังงานสุญญากาศก็ต้องน้อยมากๆๆเข้าใกล้ 0 บางคนอาจถามว่าพลังงานสุญญากาศนี้มาจากไหน หากอิงตามทฤษฎี Supersymmetric ก็จะพบว่าพลังงานสุญญากาศนี้คือเศษเสี้ยวพลังงานที่เหลือจากการหักล้างของพลังงาน ณ สถานะต่ำสุดนั่นเอง
ภาพถนนเป็นหลุมบ่อ จาก https://www.komchadluek.net/news/475925
----ภาพตัวอย่างอุณหภูมิที่กระจายทั่วพื้นหลังจักรวาลของเรา (555) ------
ตอนต่อไป การทำนาย-ข้อมูล-หลุมดำ
บันทึก
1
1
ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
The universe in a nutshell
1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย