มีบัญชีอยู่แล้ว?
ใบไม้เริงระบำ ที่คันไซ (12) .. อลังการใบไม้แดงที่ Tojukuji Temple
เรามาถึงเกียวโตในวันที่ใบไม้เปลี่ยนสีกำลังฉ่ำเต็มที่ …
ใบไม้เปลี่ยนสีที่เกียวโต สีสันแจ่มจัดจ้านและเข้มข้นกว่าที่ไหนๆ … ความสวยงามของใบไม้แดงที่ฉันเห็น ไม่อาจสามารถบรรยายออกมาเป็นตัวอักษรได้ใกล้เคียงกับความงดงามที่อยู่เบื้องหน้า ที่สัมผัสได้ด้วยสายตาและจิตวิญญาณ
คำพูดที่ว่า .. เกียวโตในช่วงเปลี่ยนผ่านฤดูกาลเป็นใบไม้เปลี่ยนสีนั้นสวยงามที่สุดในญี่ปุ่น จึงไม่ใช่การอวดอ้าง หรือกล่าวเกินจริงแต่อย่างใด
สีสันจัดจ้านในหลากหลายเฉดสีของธรรมชาตินั้น ดูแปลกตา และได้ขับให้เมืองโบราณแห่งนี้ดูลึกลับ งดงาม เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์
วัด Tofukuji ตั้งอยู่ที่ทางทิศใต้ของเมือง Kyoto ถือเป็นวัดเซนขนาดใหญ่และเก่าแก่ที่โด่งดังมากในเรื่องของการเป็นจุดชมใบไม้แดงที่สวยงามที่สุดของเมืองเกียวโต วัดนี้ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1236 โดยตระกูล Fujiwara
ชื่อของวัด Tofukuji มาจากการนำชื่อวัดใหญ่ 2 แห่งของเมืองนาราซึ่งอยู่ภายใต้ตระกูล Fujiwara มารวมกัน คือวัด Todaiji และวัด Kofukuji นั่นเอง
วัด Tofukuji ถือเป็นหนึ่งในสถานที่ชมใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยงามที่สุดในเมืองเกียวโต และยังถือว่าติดอันต้นๆของประเทศญี่ปุ่นอีกด้วย
วัดโทฟุคูจิ เป็นวัดที่มีสวนสวยมากแห่งหนึ่งในเกียวโตในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี จึงมีผู้คนรีบไปเข้าแถวตั้งแต่เช้า รอให้ทางวัดเปิดขายตั๋ว แล้วเข้าไปถ่ายภาพเป็นคนกลุ่มแรกๆ เพื่อให้ได้ภาพสวยงามโดยที่มีคนอื่นๆอยู่ในภาพน้อยที่สุด
หลังจากที่เราผ่านประตูเข้าไปในเขตสวนด้านในของวัด ใบไม้ที่เปลี่ยนเป็นสีแดง ส้ม เหลือง เข้ามากระทบกับสายตาเต็มที่ … สวนใน Tojukuji Temple ในเวลานี้จึงเหมือนถูกห่มด้วยสีสันที่จัดจ้าน ตระการตาชนิดที่ลืมไม่ลงทีเดียว
มีทางเดินเล็กๆ ชันหน่อยๆ ให้เราก้าวเดินช้าชมใบไม้ รมถึงเก็บภาพในรายทาง .. ต้นไม้ของวัดนี้สวยงามหยดย้อยจริงๆ จะมองไปทางไหนก็สวยไปหมด และไม่ว่าจะถ่ายภาพด้วยกล้องอะไรก็ออกมาดีมากๆ แม้กระทั่งการถ่ายภาพจากกล้องโทรศัพท์มือถือ … จึงไม่ต้องกังวลว่าจะต้องใช้ฝีมือมากมายให้ได้ภาพสวยๆไปอวดเพื่อนๆ
มุมที่มีให้ถ่ายรูปก็มากมาย เก๋ไก๋ไปตลอดทาง … ทุกคนที่มาเยือนมีความสุขกับการชื่นชมใบไม้ จะถ่ายวิว ถ่ายเซลฟี่ มันสวยไปหมด จนต้องกดชัตเตอร์รัวๆ ไม่ต้องยั้ง
ฉันชื่นชมการปลูก การดูแลต้นไม้ของวัดนี้มากมาย .. คนที่ออกแบบจัดวางระยะห่างและทิศทางของการปลูกต้นไม้เก่งมาก จังหวะและรูปทรงของไม้ใหญ่ที่ขึ้นในเขตวัด ให้ความรู้สึกเหมือนกึ่งตั้งใจและไม่ตั้งใจอยู่ในที
 
… จะพูดอีกที คือเป็นการผสมผสานต้นไม้ที่อาจจะเกิดเองตามธรรมชาติส่วนหนึ่ง และอีกส่วนหนึ่งเป็นการปลูก แต่มีความสอดคล้องต่อเนื่องเป็นธรรมชาติที่มองแล้วสวยสบายตา รวมถึงเข้ากับกับสิ่งอื่นตลอดเส้นทาง เช่น ทางน้ำไหล หินรูปร่างและขนาดที่พอวางแล้วงดงามในสายตา .. พูดได้ว่า เป็นความประณีต ความฉลาดล้ำลึกในการออกแบบเชียวค่ะ
บริเวณหุบธาร Sengyokukan เราจะสามารถเดินชมสวนต้นเมเปิ้ลอย่างใกล้ชิดได้อีกด้วย … ความเพลิดเพลินจากการได้เดินชมทิวทัศน์ ได้แลเห็นสายน้ำเล็กๆที่ไหลซัดเซาะไปตามฝั่งหินสองด้านของลำธาร ทำให้ลืมไปเลยว่าเรากำลังเดินเลียบอยู่บนโตรกผา
จุดที่นิยมที่สุดในการชมใบไม้แดงของวัดนี้ก็คือ สะพาน Tsutenkyou
ณ จุดนี้จะมีใบเมเปิ้ลปกคลุมสะพานยาวถึง 100 เมตร และสามารถมองเห็นทะเลของใบเมเปิ้ลสีแดงที่ว่ากันว่า มีมากมายกว่า 2,000 ต้น ด้านล่างอย่างสวยงาม และผลัดเปลี่ยนใบเป็นสีเหลือง ส้ม และแดง แบบไล่เลี่ยกัน
ฉันชอบบรรยากาศการเดินตามระเบียงไม้ขนาดใหญ่ของสะพานที่อยู่ด้านบน ที่เป็นสีไม้ธรรมชาติ สร้างจากต้นซุงขนาดใหญ่นี้มากมาย ด้วยยังคงลักษณะของลำต้นของต้นไม้ใหญ่ ไม่ได้ถูกเกลาจนเหลือแค่เสาต้นเล็กๆ จึงมีความงามสง่า โดดเด่นในตัว …
… ลักษณะของเสาในระเบียงทำให้คิดถึงเสาโทริอิ ตามศาลเจ้า .. เสาของระเบียงที่นี่ในช่วงแรกอยู่ค่อนข้างชิดกัน แต่ไม่ได้แน่นเหมือนเสาโทริอิที่ศาลเจ้าโทฟุคุจิ (ศาลเจ้าสุนัขจิ้งจอก หรือศาลเจ้าเสาแดง) อีกทั้งไม่ได้ทาสีแดง
สะพาน สึเต็นเคียว (Tshuten Bridge) ของวัดโทฟุคุจิ มีชื่อเสียงโด่งดัง เพราะทอดตัวเหนือดงไม้ในหุบเขาและลำธารในเขตวัด เป็นสถานที่ที่ได้ชื่อว่าเป็นจุดชมวิวของใบเมเปิ้ลเปลี่ยนสีได้สวยที่สุดแห่งหนึ่ง ซึ่ง ณ เวลาที่เราไปเยี่ยมชมใบไม้
เดินมาตามทางบนระเบียงสักพัก เสาไม้ซุงบนระเบียงก็เริ่มที่จะห่างขึ้น เผยให้เห็นวิวทิวทัศน์ด้านล่างเมื่อมองจากระเบียง ซึ่งในช่วงที่เราไปเยือน ใบไม้เปลี่ยนสีกำลังอยู่ในช่วงพีค ทั้งหุบเขาด้านล่างจึงเหมือนป่าสีแดง ส้ม เหลืองคละเคล้ากันไป สวยงดงามมากมายในสายตา
การเดินทางในช่วงเปลี่ยนผ่านของฤดูกาล เป็นความรู้สึกที่พิเศษสุด … บอกให้รู้ถึงความผูกพัน และความสำคัญที่คนญี่ปุ่นมีต่อฤดูกาล เพราะจะว่าไปแล้ว ฤดูกาลนั้นเสมือนเป็นเครื่องบอกเวลาด้วยเช่นกัน เป็นเหมือนนาฬิกาที่คอยบอกว่า ช่วงเวลาต่อไปผู้คนจะเจอกับอะไร …
… ไม่ว่าจะเป็นช่วงที่ดอกซากุระบาน อันเป็นตัวแทนของการเกิดใหม่หลังจากผ่านช่วงฤดูหนาวอันทรหด เมื่อซากุระบาน จึงเป็นช่วงเวลาของการเฉลิมฉลอง
หรือการเปลี่ยนแปลงของสีใบไม้ เป็นสีแดง ที่จะบอกถึงปลายทางของฤดูกาลที่กำลังจะย่างก้าวเข้าสู่หน้าหนาว จึงไม่มีงานรื่นเริงแต่อย่างใด มีเพียงการนั่งเฝ้ามองการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติ ที่งดงามไม่แพ้การไปงานรื่นเริง รวมไปถึงการเข้าถึงแก่นแท้ของความไม่จีรังยั่งยืนของสรรพสิ่ง … เช่นเดียวกับใบไม้ที่สวยงาม ที่ครั้งหนึ่งเคยสวยสง่าอยู่บนกิ่ง ที่ต้องร่วงหล่นลงสู้ผืนดินเมื่อเวลามาถึง
เราสามารถใช้สะพาน Tsutenkyou เดินขึ้นไปตามบันไปที่เชื่อมระหว่างโบสถ์หลัก (Hojo) ไปโบสถ์ Kaizando ที่มีรูปลักษณ์เรียบง่าย แต่ให้ความรู้สึกสงบ
บริเวณโบสถ์ Kaizando แห่งนี้จะมีการประดับตกแต่งสวนญี่ปุ่นสีเขียวสวยงามให้เราได้เดินชมอีกด้วย
พื้นที่ตรงกลางของวิหาร เป็นลานเปิดโล่ง มีต้นไม้และสวนหินเป็นหย่อมอยู่ตรงกลาง … สิ่งที่รายรอบต้นไม้และสวนหินคือ กรวดก้อนเล็กๆสีขาวสะอาด ที่ถูกคราดให้เป็นตารางๆสี่เหลียมใหญ่ขนาดกระเบื้องไซด์กลาง แต่ละตารางเป็นรอยครูดเหมือนลูกคลื่นเล็กๆ …
สวนญี่ปุ่นแบบเซน หรือ “คาเระซันซุย” (Karesansui) .. มักจะใช้วัสดุหลักคือกรวดและหิน เน้นความเรียบง่าย และให้ผู้ชมครุ่นคิดถึงความหมายของหินและกรวดตามปริศนาเซน หรืออีกนัยหนึ่ง คือ การใช้จินตนาการตามความคิดของตน
โดยทั่วไปแล้ว .. สายธารของกรวดก้อนเล็กๆเปรียบเหมือนมหาสมุทร และทะเล หินก้อนใหญ่หมายถึงภูเขา … ส่วนหินและต้นไม้ที่เราเห็นในสายตาตอนนี้ อาจจะหมายถึงเกาะญี่ปุ่นที่มีน้าล้อมรอบทุกด้าน
… การสร้างสรรค์ให้สวยงามอย่างที่เราเห็นด้วยตาคงไม่ง่ายเลย และคงต้องใช้สมาธิและความพยายามในการสร้างสรรค์ผลงานอย่างสูง เพื่อสร้างสรรค์บรรยากาศที่ร่มรื่น สวยงาม และสงบ
สำหรับชาวญี่ปุ่น “มังกร” เป็นสัญลักษณ์ของการปกป้องศาสนาพุทธ … รูปวาดของมังกรบนเพดานจึงพบได้บ่อยๆในวัดใหญ่ๆของนิกายย่อยรินเซ
*******************
เที่ยวทั่วไทย ไปทั่วโลกกับพี่สุ … รวม link บทความที่เขียนในเพจ ..
***เมืองไทย ไดอารี่ by Supawan
***Supawan’s colorful world
***สถานีอร่อย by Supawan
1
    Supawan’s Colorful World
    สวยมากค่ะ
    • กำลังนิยมในบล็อกดิต
      จีนสนับสนุน "รัสเซีย" ประเด็น "ยูเครน" ล่าสุด!! ทางกระทรวงต่างประเทศจีน ได้ออกมาแสดงการสนับสนุนความกังวลของรัสเซียเกี่ยวกับสถานการณ์ยูเครน ว่าเป็นเรื่อง "สมเหตุสมผล"
      ปี 2020 ตำรวจญี่ปุ่นได้รับแจ้งเด็กหายสูงถึง 1,000 กว่าเคส 🥺 สำนักงานตำรวจแห่งชาติญี่ปุ่นได้เปิดเผยสถิติของปี 2020 ว่ามีการแจ้งความคนหาย 77,000 เคส ถ้าหารออกมาเป็นรายวัน จะเท่ากับมีคนหาย 200 กว่าคนต่อวันเลยทีเดียว 😭 นอกจากนี้ในจำนวน 77,000 เคสนี้ เป็นเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 9 ขวบมากถึง 1,000 กว่าเคสเลยค่ะ (มีการแจ้งเด็กหายวันละ 2-3 คน) สำหรับที่ญี่ปุ่น เมื่อครอบครัวหรือคนใกล้ชิดรู้ว่ามีคนหาย สามารถแจ้งความได้ทันทีด้วยการโทรไปที่หมายเลข 110 หรือไปแจ้งความที่สถานีตำรวจโดยตรงได้เลย ซึ่งถ้าจะไปแจ้งความที่สถานีตำรวจ สิ่งที่ควรเตรียมไปด้วยคือ - หลักฐานยืนยันตัวตนและตราประทับประจำตัวของผู้แจ้ง - รูปถ่ายของคนที่หายไป รวมถึงหลักฐานที่คนหายทิ้งเอาไว้ เช่น จดหมาย หรือกระดาษโน๊ตข้อความต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการหายตัวไป เป็นต้น ตัวอย่างคำถามที่ตำรวจจะถามเกี่ยวกับคนหาย (คนหายภาษาญี่ปุ่นคือ 行方不明者 ゆくえふめいしゃ ยุคุเอะฟุเมชะ) เช่น ... ชื่อ (名前 なまえ นะมะเอะ) ที่อยู่ (住所 じゅうしょ จูโฉะ) วันเกิด (誕生日 たんじょうび ทันโจบิ) น้ำหนัก (体重 たいじゅう ไทจู) ส่วนสูง (身長 しんちょう ชินโจ) ตำหนิหรือจุดสังเกตเป็นพิเศษ (ルックスの特徴 るっくすのとくちょう รุกขุสุโนะ โทะคุโจ) วันเวลาที่หาย (行方不明になった日時 ゆくえふめいになったにちじ ยุคุเอะฟุเมนินัตตะ ฮินิจิ) เสื้อผ้าที่ใส่ (ตอนหายไป) (着ていた服 きていたふくคิเตะอิตะฟุขุ) ในอดีต (คนหาย) เคยใช้ยาหรือเปล่า (薬物利用の過去はあるか やくぶつりようのかこはあるか ยะขุบุสึริโยโนะคะโคะวะอารุคะ) (คนหาย) มีโรคอะไรหรือเปล่า (病気(びょうき)があるか เบียวคิกะอารุคะ) เป็นต้น ส่วนใหญ่ (เกินครึ่ง) ตำรวจจะใช้เวลาในการตามหาคนหายพบภายในวันที่ได้รับแจ้ง หรือไม่เกินหนึ่งสัปดาห์หลังจากที่ได้รับแจ้ง แต่บางเคสก็อาจต้องใช้เวลาหลายเดือน เป็นปีสองปีขึ้นไป หรือแม้จนขณะนี้ก็ยังหาไม่พบเลยก็มี 😢 สำหรับสาเหตุและแรงจูงใจที่ทำให้มีคนหายนั้น สามารถแบ่งได้ ดังนี้ 1) อาการเจ็บป่วย ข้อนี้คิดเป็น 30% ของเคสทั้งหมด โดยใน 30% นี้มากกว่า 70% มาจากคนหายมีภาวะสมองเสื่อม 2) ปัญหาความสัมพันธ์ในครอบครัว 3) ปัญหาเกี่ยวกับธุรกิจ / อาชีพ 4) ความสัมพันธ์กับคนต่างเพศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อผู้เยาว์ตกเป็นเหยื่อ มักจะมีเรื่องการถูกลักพาตัวและการกักขังหน่วงเหนี่ยวร่วมด้วย * เพื่อนสนิทของผู้เขียนเคยไปแจ้งความลูกหายเหมือนกันค่ะ (ลูกแอบหนีไปบ้านเพื่อน) ตำรวจมาช่วยแป้บเดียวเจอเลย เก่งมาก ๆ 👍 แต่ถึงตำรวจจะเก่ง ก็ภาวนาอย่าให้มีเคสคนหายเลยจะดีกว่านะคะ 🙂 อ้างอิง https://www.keishicho.metro.tokyo.lg.jp/sodan/madoguchi/missing/info.html https://www.police-ch.jp/sousakunegai.html https://toyokeizai.net/articles/-/478383 เพื่อให้เข้ากับเรื่องคนหาย วันนี้เลยถ่ายบรรยากาศทางเดินลอดอุโมงค์แบบหลอน ๆ มาให้ดูค่ะ (ดูหลอนแต่ปลอดภัย สามารถใช้ได้ปกติค่ะ 😅) แล้วพบกันใหม่นะคะ 🥰🙏
      ทำไมความสัมพันธ์ของไทยกับซาอุดิอาระเบีย จึงเกิดความแตกร้าวกันอย่างหนัก ในรอบ 32 ปีที่ผ่านมา เราจะไปลำดับเรื่องราวกันทั้งหมดตั้งแต่แรกด้วยกัน ฝั่งซาอุฯ ไม่ออกวีซ่าให้คนไทยเข้าประเทศ ถ้าไม่ใช่เหตุจำเป็นจริงๆ เช่น การแสวงบุญในพิธีฮัจญ์ หรือกรณีที่ต้องให้นักกีฬาเข้ามาแข่งขัน อย่างในฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก ที่ไทยอยู่กลุ่มเดียวกับซาอุฯ ถึง 3 ครั้ง (2002, 2014 และ 2018)
      รู้จัก เจอโรม พาวเวลล์ บุคคลที่มีอิทธิพลต่อ มูลค่าสินทรัพย์ทุกอย่างบนโลกนี้ ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ นอกจากคุณดอนัลด์ ทรัมป์ และคุณอีลอน มัสก์ แล้ว จะมีชายอีกคนหนึ่ง ที่เวลาออกมาพูดเพียงไม่กี่ประโยค ก็ดูเหมือนว่าจะส่งผลกระทบต่อตลาดสินทรัพย์ทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นตลาดหุ้น ทองคำ ไปจนถึงคริปโทเคอร์เรนซี ได้ในทันที
      ดูทั้งหมด