มีบัญชีอยู่แล้ว?
บาท Digital จะมาตาม หยวน Digital ได้หรือไม่ มีคำตอบ?
วันนี้ที่ผมเขียนบทความนี้อยู่ ตัวเลขจำนวนผู้ติดเชื้อในประเทศอยู่ในจำนวนน้อยมาก เมื่อเทียบกับต่างประเทศที่ยังไม่มีเทรนด์ที่ลดลง ทำให้ประเทศไทยได้รับการยอมรับจากหลายองค์กรว่าคนไทยมีการปฏิบัติตามกฎอย่างเคร่งครัด และจะทำให้เศรษฐกิจของเราไม่ตกต่ำมากอย่างที่คาดการณ์
แต่จากการที่ประชาชนชาวไทยได้ใช้ชีวิตในช่วงล็อคดาวน์นานกว่า 2 เดือน ทำให้พฤติกรรมของคนไทยได้เปลี่ยนไปแบบ New Normal ทั้งในการบริโภค การทำงาน หรือแม้กระทั่งธุรกรรมการเงิน ซึ่งสิ่งหนึ่งที่สังเกตได้ชัดเจนคือ คนไทยเริ่มกลัวการใช้ธนบัตรในการชำระสินค้า จนมีการรณรงค์ให้ชำระผ่านช่องทาง Digital มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการโอนเงิน หรือจ่ายผ่าน QR หรือแม้กระทั่งการใช้ pay wave ในการใช้บัตรเครดิตแตะด้วยตัวเองแทนการรูด ซึ่งเมืองไทยก็ได้เริ่มการชำระแบบนี้มาสักระยะแล้ว แต่ก็ยังไม่แพร่หลายมากนัก จนประจวบเหมาะกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และทำให้เราน้อมรับไปใช้
บาท Digital จะมาตาม หยวน Digital ได้หรือไม่ มีคำตอบ?
ซึ่งการจ่ายในลักษณะนี้ ก็คล้ายกับที่ประเทศจีน ที่ทุกท่านคงทราบดี ว่าเป็นประเทศที่เป็น Cashless Society โดยใช้ Alipay หรือ WeChat Pay จ่ายเงิน เพียงแต่ที่จีนใช้กันอย่างมาก เพราะประชาชนกลัวธนบัตรปลอม จนทำให้ไม่เกิดความเชื่อมั่นและก่อให้เกิดการศรัทธาในการใช้เงินบน e-wallet แทน เพียงแต่ทุกวันนี้เงินที่อยู่ใน Alipay ก็ยังสามารถถอนออกมาเป็นเงินสดได้ ซึ่งรัฐบาลกลางของประเทศก็ได้ออกความคิดที่จะทำ เงินหยวน ดิจิทัล (Yuan Digital) ที่ออกจากรัฐบาล
โดยมีค่าเท่ากับ เงินหยวนจริง ๆ ซึ่งในศัพท์ทาง fintech จะเรียกว่า Stable Coin คือ เงินผูกกับค่าใดค่าหนึ่ง ถ้าค่าเงินนั้นขึ้น หรือลงเงินดิจิทัลนั้นก็จะขึ้นลงตาม (ซึ่งต่างจาก Bitcoin ที่เป็น Trading Coin ที่สามารถเก็งกำไร และราคาขึ้นลงตามการซื้อขาย) โดยที่ Stable Coin นั้นก็คงคล้ายกับโปรเจค Libra ที่ทาง Facebook ทำออกมา (แต่ได้รับการต่อต้านอย่างมาก เพราะเน้นเรื่องการโอนเงินออกจากประเทศมากเกินไป)
แล้วอะไรคือเหตุผลที่รัฐบาลจีนต้องออกมาทำ Yuan Digital ?
หลัก ๆ เลยคือ รัฐต้องการควบคุมและตรวจสอบการไหลเวียนของเงิน เนื่องจากเมื่อเป็นเงินดิจิทัล จะบันทึกในระบบ Blockchain ทำให้ทราบทันทีว่าเงินที่ผลิตออกมา 100 ล้านหยวน แล้วเงินเหล่านี้ ตอนนี้ไปอยู่ในมือใครบ้าง และมีการหมุนเวียนไปถึงชนชั้นระดับไหนบ้าง ซึ่งถ้าเป็นเงินปกติ เราก็คงไม่สามารถเช็กอะไรได้ นี่ไม่นับถึงการที่รัฐจะไม่ต้องพิมพ์ธนบัตรออกมา ทำให้รัฐประหยัดเงินได้มาก และประชาชนเองก็จะไม่ต้องจับธนบัตรอีกต่อไป
ทั้งนี้รัฐบาลจีนกำลังจะเริ่มที่ 4 เมืองเศรษฐกิจใหม่ คือ เสิ่นเจิ้น เฉิงตู ซูโจว และ เซียงอัน โดยมี 19 ร้านค้า อาทิ Starbucks, Subways และ McDonald’s ที่จะร่วมมือในการรับเงินหยวน ดิจิทัล และพนักงานรัฐในเมืองเหล่านี้ก็จะได้รับเงินเดือนบางส่วนเป็นหยวน ดิจิทัล เพื่อนำมาใช้จ่ายต่อไป
คำถามคือ แล้วเราจะมีโอกาสได้เห็นเงินบาท ดิจิทัล หรือไม่
ซึ่งตอนนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทย ก็เริ่มศึกษาเรื่องนี่อย่างจริงจัง ต่อจากโปรเจค ‘อินทนนท์’ ที่ทำเงินดิจิทัลไว้สำหรับการโอนระหว่างประเทศ โดยที่แบงก์ชาติก็มีจุดมุ่งหมายเดียวกันกับรัฐบาลจีนในการให้ประชาชนใช้เงินดิจิทัล เพื่อให้ประเทศไทยเป็นสังคมไร้เงินสด และเงินเหล่านั้นก็สามารถเห็นการหมุนเวียนผ่านระบบได้เช่นกัน
ซึ่งเรื่องนี้จะเกิดขึ้นหรือไม่ก็อยู่ที่ทั้งภาครัฐเองจะออกมาตรการกระตุ้นอย่างไรให้คนไทยเห็นคุณค่าและใช้อย่างต่อเนื่อง และคนไทยเองก็ต้องหันมามองอนาคตเรื่องนี้อย่างจริงจังและยึดความสำเร็จที่ประเทศจีนทำไว้จนทำให้เศรษฐกิจดี
ผมก็หวังว่าอีกไม่นาน พวกเราจะได้ใช้เงินบาท ดิจิทัล กันสักทีครับ
บทความอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
    • กำลังนิยมในบล็อกดิต
      "คริปโทฯ" ฉีกกฎโลกเดิม เมื่อผู้เล่น “ระดับโลก” อย่าง “Binance” แพลตฟอร์มซื้อขายคริปโทฯ ที่มีมาร์เก็ตแชร์มากที่สุดในโลก เข้ามาผนึกกำลังกับบิ๊กคอร์ปใหญ่ของไทยอย่าง ‘กัลฟ์’ ทำให้คาดการณ์ได้ว่า ธุรกิจคริปโทฯ ในไทยกำลังเปลี่ยนโฉมหน้าสู่การแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้น
      สวิตไฟระบบสัมผัสทัชสกรีน Gratia บริษัท กราเทีย เป็นผู้นำเข้าและจัดจำหน่าย สวิตไฟระบบสัมผัส ทัชสกรีน เป็นแบรนด์แรก ๆ ที่ทำตลาด เกี่ยวกับระบบบ้านอัจริยะ ซึ่งปัจจุบัน เปิดมากว่า 7 ปีแล้ว
      ดาวหางมรณะจะพุ่งชนโลกเราในอาทิตย์หน้า ด้วยขนาดและความเร็วของมัน โลกจะถล่มทลาย เผ่าพันธุ์มนุษยชาติจะสูญสิ้น คุณจะทำอะไรในช่วงเจ็ดวันนี้? บ่นหรือเที่ยว? สาปแช่งหรือกินของอร่อย? ไปหาหมอดูหรืออยู่กับคนรัก? ถ้าเรารู้ว่าจะมีชีวิตเหลืออีกไม่กี่วัน ในไม่กี่วันนั้นเราคงเลือกทำแต่เรื่องสำคัญและเรื่องจำเป็น บอกรักคนที่รัก มองดูโลกด้านที่งดงาม มองท้องฟ้า ชมเมฆ ดูนก ดูใบไม้ ดอกไม้ รักษาจิตให้สงบก่อนจากโลกไป
      คดีช็อก! เมียผวาถูกผัววางยา-ปิดตา ให้เพื่อนร่วมงานข่มขืน แล้วตัวเองนั่งดู สำนักข่าว Channel News Asia รายงานคดีสุดช็อก หลังเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (13 ม.ค. 65) ศาลสิงคโปร์ตัดสินจำคุกชายอายุ 47 ปีคนหนึ่ง ในข้อหาสมรู้ร่วมคิดในการข่มขืน จำคุก 3 ปี หลังจำเลยสารภาพว่า เขาพยายามข่มขืนภรรยาของเพื่อนร่วมงาน โดยที่สามีของเธอเป็นคนเชื้อเชิญเขาเอง แต่ข่มขืนไม่สำเร็จเพราะจำเลยมีปัญหาเรื่องหย่อนสมรรถภาพทางเพศ
      ดูทั้งหมด