18 พ.ย. 2021 เวลา 12:29 • หุ้น & เศรษฐกิจ
หุ้นไทย จุดวัดใจ ไปต่อ หรือพอแค่นี้
นับตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. เป็นต้นมา ที่รัฐบาลประกาศนโยบายเปิดเมือง "เปิดประเทศ" 17 จังหวัดนำร่องระยะที่ 1 ดัชนี SET Index ก็ปรับตัวขึ้นมาได้เบาๆราวๆ 30 จุด ขึ้นมาใกล้ทดสอบ 1,650 จุด
หลายคนสงสัย เศรษฐกิจไทยแบบนี้ ปู่เซตขึ้นมาได้ยังไง ขณะที่อีกหลายคนบอก นี่เปิดเมืองทั้งที่ ปู่ควรวิ่งได้มากกว่านี้สิ
ผมขอพาไปวิเคราะห์ 10 ข้อ ที่เราควรรู้ ณ ชั่วโมงนี้เกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยและตลาดหุ้นไทยกันครับ
1. วันจันทร์ที่ผ่านมา สศช. แถลง GDP ไทย 3Q2021 และแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในปีนี้ และปีหน้า 2022 ทั้งปี โดยรวม 9 เดือนแรกของปีนี้ เศรษฐกิจไทย ขยายตัว 1.3% ซึ่งดีกว่าประมาณการก่อนหน้าที่มองว่าจะต่ำกว่า 1% สาเหตุเพราะ ไตรมาส 3 ตัวเลขออกมาติดลบ -0.3% ถือว่าติดลบน้อยกว่านักวิเคราะห์ที่คาดไว้เยอะทีเดียว
2. เมื่อเป็นแบบนี้ ก็แปลว่า โอกาสที่เศรษฐกิจไทยจะ GDP ติดลบ 2 ปีติด แทบจะเป็นศูนย์ทันที เพราะหลังวันที่ 1 พ.ย. ที่ผ่านมา เรากลับมาเปิดเมือง และเห็นภาคธุรกิจหลายๆส่วนเริ่มกลับมาคึกคักมากขึ้น แม้จะยังไม่ใช่ในระดับเดิมก็ตาม
3. ส่วนปี 2022 ทาง สศช. คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวได้ 3.5 - 4.5% มองว่าการฟื้นตัวจะเห็นชัดเจนต่อเนื่องจากฐานที่ต่ำในปีนี้ และเชื่อว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดกำลังจะคลี่คลายและการกระจายวัคซีนครอบคลุมก็ช่วยให้ภาคธุรกิจมีความมั่นใจมากขึ้น
4. ถ้าเอาคาดการณ์ GDP ของไทยเราไปเปรียบเทียบกับประเทศอื่น เราจะเห็นอีกภาพ Bloomberg Consensus รวบรวมตัวเลขคาดการณ์ GDP ปีหน้า (2022) เศรษฐกิจโลกจะยังขยายตัวได้ในระดับ 4.5% ขณะที่ในเอเชียจะขยายตัวที่ 5.6% เวียดนาม คู่แข่งระยะยาวของเรา จะขยายตัวได้ที่ 7% สะท้อนว่า ถึงเราจะดีขึ้น แต่เราก็ยังโตช้ากว่าโลกในตอนนี้
5. แต่จากข้อ 4. นั่นก็เป็นภาพรวมของเศรษฐกิจ มันไม่ได้หมายความว่า ทุกหน่วยธุรกิจจะโตช้าหมดนะครับ อย่างในช่วงไตรมาส 3 ที่ผ่านมา ที่เราเจอการระบาดรอบใหม่และกลับมา Lockdown กัน กลุ่มปิโตรเคมี ก็กำไรโตเพราะราคาพลังงานโลกปรับตัวขึ้น หุ้นกลุ่มโรงพยาบาลก็งบออกมาดีมีการ Upgrade EPS ต่อเนื่อง หรืออย่างช่วงที่ค่าเงินบาทอ่อนค่าจนไปแตะ 34 บาท/ดอลล่าร์ หุ้นกลุ่มส่งออก และสินค้าเกษตรก็ได้ประโยชน์
2
6. หลังจากจุด Peak ของการระบาดในเดือนส.ค. หุ้นไทยเราก็ถูกปรับเพิ่ม EPS Revision ต่อเนื่องมา 3 เดือนติดต่อกัน (ก.ย. - พ.ย.) สะท้อนว่า จุดต่ำสุดของเศรษฐกิจไทย อยู่ในไตรมาส 3Q2021 ถ้าเปิดเมืองรอบนี้ ไม่มีการระบาดรอบใหม่ตามมา เราน่าจะเห็นการปรับเพิ่มมุมมองเชิงบวกต่อทั้งเศรษฐกิจและตลาดหุ้นไทยเพิ่มขึ้นนะครับ
7. มาดูภาพของตลาดหุ้นไทยกันบ้างว่าเปรียบเทียบกับเพื่อนบ้านแล้วเราเป็นอย่างไร จะพบว่า Forward PE ของ SET Index อยู่ที่ระดับ 19x จะว่าถูก ก็ถูกกว่า S&P500 และถูกกว่า NASDAQ แต่จะว่าแพง ก็แพงกว่าหลายตลาดในฝั่งเอเชีย อย่าง ตลาดหุ้นเวียดนาม ที่ GDP Growth เขาโตงามๆ Forward PE ตอนนี้อยู่ที่ 14x หรืออย่าง KOSPI ของเกาหลีใต้ Forward PE อยู่เพียงแค่ 11x เท่านั้น
8. ไปดู Performance ของตลาดหุ้นไทยผ่าน SET Index นับตั้งแต่ต้นปี (YTD) เราบวกขึ้นมาราวๆ +12% เจอสิ่งที่น่าสนใจ คือ SET50 และ SET100 Underperform ทั้งคู่ ดัชนีที่ดูดีคือ sSET ซึ่งบวกไปถึง 47% นับตั้งแต่ต้นปี สะท้อนว่า ปีนี้ เป็นหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็กที่คึกคักและค้ำตลาดอยู่ตอนนี้ สาเหตุเพราะ Fund Flow ต่างชาติ ซึ่งปกติเขามักวิ่งเข้าหุ้นไทย ยังเป็นขายสุทธิต่อเนื่อง
9. แต่ก็มีหวังอยู่ เพราะนับตั้งแต่ต้นเดือนพ.ย. จนถึงวันนี้ (18 พ.ย.) ต่างชาติเริ่มกลับมาซื้อเบาๆ 3,200 ล้านบาทในตลาดหุ้นไทย และยังมียอดซื้อสุทธิในตลาดตราสารหนี้ในเดือนนี้สูงถึง 54,000 ล้านบาท สอดรับกับการที่ค่าเงินบาทแข็งค่าอย่างต่อเนื่องจาก 34 บาท/ดอลล่าร์ ตอนปลายเดือนก.ย. มาอยู่ที่ 32.64 บาท/ดอลล่าร์ ณ วันนี้ ซึ่งเกิดในช่วงที่ Dollar Index แข็งค่าทะลุ 95 จุด อยู่ใกล้ๆโซนจุดสูงสุดนับตั้งแต่เดือนก.ค. ปีที่แล้วเลยทีเดียว
10. สุดท้าย SET Index กำลังพยายามทดสอบ Previous High บริเวณ 1,650 จุด ซึ่งมุมมองส่วนตัวผมเลยนะ นับ Elliott Wave แล้ว คลื่นลูกนี้น่าจะเป็น Wave 3 ทางทฤษฎีต้องไม่สั้นที่สุด เพราะฉะนั้นอย่างน้อยๆควรทดสอบ 1,670 จุดให้ได้
1
ถ้ามี Fund Flow ไหลเข้ามาอีก และมีปัจจัยกระตุ้นใหม่ๆเข้ามา ที่ Fibonacci Retracement 161.80% คือ ระดับ 1,973 จุด ก็เป็นไปได้ครับ ส่วนจะไปถึงเป้าข้างบนไหม ต้องถามนักลงทุนกันละ ว่าคิดยังไงกันบ้าง
โชคดีในการลงทุน
Mr.Messenger รายงาน
โฆษณา