Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Reporter Journey
•
ติดตาม
18 พ.ย. 2021 เวลา 14:30 • ข่าวรอบโลก
A Pandemic of the Unvaccinated
การระบาดระลอกใหม่ในยุโรป จากการปฏิเสธรับวัคซีน
ฝั่งตะวันตกหนักสุด ติดเชื้อ ตายพุ่ง ผู้คนยังต่อต้านเข็ม
1
สถานการณ์การแพร่ระบาดในยุโรปกลับมาวิกฤตอีกครั้ง หลังจากที่จำนวนผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตรายใหม่พุ่งสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะในเยอรมนี ประเทศที่ตั้งอยู่ทางตะวันตกของภูมิภาค มีผู้ติดเชื้อวันเดียวถึง 50,000 ราย นับว่ามากที่สุดนับตั้งแต่ที่มีการระบาดในประเทศเกิดขึ้น
1
นอกจากนี้ประเทศออสเตรีย เนเธอร์แลนด์ ฝรั่งเศส และอีกหลายประเทศ กลับต้องหวนคืนสู่มาตรการคุมเข้มอีกครั้ง และดำเนินมาตรการกีดกันทางสังคมอย่างจริงจังโดยเฉพาะกับผู้ที่ไม่ยอมเข้ารับวัคซีน ทั้งไม่ให้เข้าสถานที่ต่างๆ ไม่ยอมให้ออกไปทำงาน ไม่รับผู้ที่ไม่ได้ฉีดวัคซีนทำงาน หรือถึงขั้นไม่ให้ออกจากบ้านเลย หากฝ่าฝืนมีโทษปรับสูงสุดมากกว่าครึ่งแสนบาทเลยทีเดียว
ผลกระทบจากการปฏิเสธวัคซีนกำลังเล่นงานยุโรป เนื่องจากภูมิภาคตะวันออกของทวีปมีอัตราการฉีดวัคซีนต่อประชากรที่ต่ำที่สุด และการฉีดให้ครบ 2 โดสแรกก็เป็นไปอย่างเชื่องช้า
ไม่ใช่ว่ายุโรปไม่มีวัคซีนเพียงพอ แต่ผู้คนจำนวนไม่น้อยเลือกที่จะไม่ฉีด ต่อให้วัคซีนนั้นจะเทพเพียงใดในสายตาผู้คนบางประเทศ แต่ในกลุ่มประเทศที่เป็นผู้ผลิตหรือพัฒนาวัคซีน ก็ยังถูกเมินจากประชาชนไม่น้อย
6
🔵 A Pandemic of the Unvaccinated ติดแล้วตายสูงเพราะไม่ฉีดวัคซีน
1
สถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในยุโรป ณ เวลานี้เรียกว่า “A Pandemic of the Unvaccinated” หรือสภาวะการติดเชื้อในวงกว้างที่ระบาดในผู้ที่ไม่ได้รับวัคซีน ซึ่งผู้ที่ให้คำนิยามคือ ดร.โรเชลล์ วาเลนสกี ผู้อำนวยการศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค สหรัฐอเมริกา (CDC) ที่เปิดเผยถึงแนวโน้มจำนวนผู้ติดเชื้อ ที่กำลังเพิ่มขึ้นในช่วงที่ซีกโลกเหนือเข้าสู่ฤดูหนาว ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ไวรัสจะระบาดรุนแรง จากปัจจัยของสภาพอากาศที่เอื้ออำนวย โดยเธอได้อ้อนวอนเพื่อกระตุ้นให้ผู้คนควรได้รับการฉีดวัคซีนอย่างครบถ้วนในการสร้างภูมิคุ้มกัน
1
“ทำเพื่อตัวคุณเอง ครอบครัวของคุณ และเพื่อชุมชนของคุณ และโปรดทำเพื่อปกป้องลูกๆ ของคุณที่ยังไม่สามารถฉีดวัคซีนได้เองในตอนนี้”
1
ปัญหาการที่ประชาชนไม่ยอมฉีดวัคซีนทั้งในสหรัฐฯ และยุโรปกลายเป็นเรื่องน่าปวดหัวสำหรับรัฐบาล เพราะผู้คนจำนวนหลายสิบล้านคนยังมีท่าทีต่อต้านอย่างหนัก อีกทั้งผู้ที่ไม่ยอมรับวัคซีน ได้กลายเป็นกลุ่มผู้ป่วยที่มีอาการติดเชื้อรุนแรง ง่ายกว่าผู้ที่ได้รับวัคซีนครบ 2 เข็มแรกถึง 5 เท่า และมีโอกาสป่วยจนอาการหนักถึงขั้นเสียชีวิตถึง 10 เท่า แน่นอนว่า ผู้ป่วยที่ต้องถึงขั้นรักษาตัวในโรงพยาบาลล้านเป็นผู้ที่ไม่ได้รับวัคซีนเกือบทั้งสิ้น
5
1
ดร.วาเลนสกี กล่าวว่า ว่าในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา สหรัฐฯ มีผู้ป่วยสะสมมากกว่า 34 ล้านรายแล้ว และอัตราการติดเชื้อยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยมีรายงานผู้ป่วยรายใหม่ประมาณ 28,000 รายในแต่ละวัน ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดจากสัปดาห์เดียวที่ 11,000 รายต่อวัน นั่นคือตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่มากขึ้นเกินกว่าเท่าตัว
“ความกังวลที่ใหญ่ที่สุดของเราคือ เราจะยังคงเห็นเคสผู้ป่วยที่ควรจะป้องกันได้ ต้องเข้ามารักษาในโรงพยาบาล และที่น่าเศร้าก็คือ คนเหล่านี้มักเสียชีวิต ซึ่งอยู่ในหมู่ผู้ไม่ได้รับวัคซีน”
🔵 ไม่เชื่อมั่นวัคซีนและรัฐบาล แต่เชื่อเฟกนิส์ในโซเชียวคือปัญหา
2
1
ส่วนในเยอรมนี โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยกีสเซิน คลินิกโรคปอดระดับแนวหน้าของประเทศ มีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้น 3 เท่าในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา และผู้ป่วยเกือบครึ่งหนึ่งต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ
ดร.ซูซาน เฮโรลด์ หัวหน้าแผนกโรคติดเชื้อ กล่าวว่า ประเด็นที่สำคัญคือผู้ป่วยหนักเหล่านี้คือผู้ที่ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีน
“ผมถามคนไข้ทุกคนว่า ทำไมคุณไม่ฉีดวัคซีน คำตอบส่วนใหญ่ระบุว่า เป็นกลุ่มคนที่ไม่ไว้วางใจวัคซีน ไม่ไว้วางใจรัฐบาล มักจะเข้าถึงข้อมูลสาธารณะที่ถูกต้องได้ยาก และเชื่อข้อมูลเท็จจากโซเชียลมีเดีย”
1
สถานการณ์ในเยอรมนีกลับสู่ความน่ากังวลใจอีกครั้งราวพลิกฝ่ามือ เพราะในช่วงเริ่มต้นของการระบาดใหญ่ เยอรมนีได้รับการชื่นชมว่าเป็นตัวอย่างสำหรับวิธีจัดการกับไวรัสและควบคุมจำนวนผู้เสียชีวิตให้ต่ำ การทดสอบและการรักษาอย่างกว้างขวางทำได้รวดเร็ว ขยายจำนวนเตียงผู้ป่วยหนัก และมีผู้นำที่สร้างความน่าเชื่อใจในหมูประชาชนได้อย่าง อดีตนายกรัฐมนตรีอังเกลา แมร์เคิล รวมทั้งนักวิทยาศาสตร์ที่ได้รับการฝึกอบรมมาเป็นอย่างดี ซึ่งได้รับการปฏิบัติตามแนวทางการเว้นระยะห่างทางสังคมของรัฐบาล
แต่วันนี้ หลายอย่างได้เปลี่ยนแปลงไป เพราะปัจจัยใหม่ๆ ที่ทำลายวิธีการรับมือแบบเดิม เช่น อุณหภูมิที่หนาวเย็น การเปิดตัววัคซีนเข็มกระตุ้นที่ล่าช้า และการติดเชื้อที่รุนแรงยิ่งขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านแถบยุโรปตะวันออก เช่น สาธารณรัฐเช็ก
ความจริงที่ว่าเยอรมนีมีการเปลี่ยนขั้วทางการเมือง เนื่องจากพรรครัฐบาลของแมร์เคิลพ่ายการเลือกตั้งครั้งล่าสุด และเธอได้ประกาศวางมือทางการเมืองแล้วหลังจากที่ดำรงตำแหน่งผู้นำมายาวนานถึง 16 ปี แต่การได้พรรคใหม่เข้ามาทำหน้าที่นั้น ก็ยังไม่ได้ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้นแต่อย่างใด แต่กลับเลวร้ายลงกว่าเดิม
แต่นักไวรัสวิทยาและผู้เชี่ยวชาญด้านการระบาดใหญ่กล่าวว่า มีความเป็นไปได้สูงผู้ที่ไม่ได้รับวัคซีน มีส่วนทำให้เกิดกระแสการติดเชื้อที่เพิ่มขึ้น จนส่งผลกระทบต่อจำนวนผู้ป่วยในโรงพยาบาลทั่วประเทศมากที่สุด โดยมีประชากรชาวเยอรมนีถึง 1 ใน 3 ที่ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีน
🔵 หลายประเทศกลับมาใช้มาตรการเข้ม-กีดกันทางสังคม
ส่วนประเทศโรมาเนีย ครองแชมป์ประเทศในยุโรปที่มีอัตราการรับวัคซีนต่ำที่สุด โดยมีเพียงประมาณ 4 ใน 10 คนเท่านั้นที่ได้รับเข็มที่ 2 แล้ว และยังเป็นประเทศที่มีการเสียชีวิตจากสถิติสูงสุดในภูมิภาค
3
เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายนผ่านมา เนเธอร์แลนด์กลายเป็นประเทศแรกในยุโรปตะวันตกที่บังคับใช้การล็อกดาวน์เมืองบางส่วนอีกครั้งนับตั้งแต่ช่วงฤดูร้อน ส่วนกรุงเบอร์ลิน ของเยอรมนี ห้ามร้านอาหารรับผู้ที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีนเข้ามาทานในร้าน ในขณะที่ออสเตรียออกมาตรการห้ามผู้ไม่ฉีดวัคซีนออกจากบ้าน ฝ่าฝืนปรับสูงสุดถึง 1,450 ยูโร หรือมากกว่า 54,000 บาท และที่ฝรั่งเศสกำลังรับมือกับการระบาทที่เพิ่มขึ้น ทำให้เวลานี้ยุโรปกลายเป็นศูนย์กลางของการระบาดใหญ่อีกครั้ง
จากข้อมูลขององค์การอนามัยโลกระบุว่าทั่วทั้งยุโรปมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น 7% และเสียชีวิต 10% ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้เป็นภูมิภาคเดียวในโลกที่มีจำนวนผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
2
เกือบ 1 ใน 3 ของการติดเชื้อใหม่ หรือประมาณ 1.9 ล้านคน อยู่ในยุโรปตะวันตก นับเป็นสัปดาห์ที่ 6 ติดต่อกันที่การแพร่กระจายของไวรัสได้เพิ่มขึ้นทั่วทั้งทวีป โดยหลายประเทศประสบกลับระลอกที่ 4 หรือ 5 ยกเว้นในยุโรปกลางและยุโรปตะวันออก ที่มีการฉีดวัคซีนได้ครอบคลุมกว่าอย่างเห็นได้ชัด ส่งผลให้มีผู้เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลและการเสียชีวิตโดยทั่วไปยังคงต่ำกว่าปีที่แล้วอย่างมาก
แต่ผู้เชี่ยวชาญต่างเห็นพ้องกันว่าการได้รับวัคซีนในปริมาณต่ำ ภูมิคุ้มกันที่ลดลงในหมู่คนที่ฉีดวัคซีนตั้งแต่ต้นปี การละเลยการสวมหน้ากาก และยกเลิกการเว้นระยะห่างหลังจากที่รัฐบาลผ่อนคลายมาตรการควบคุมต่างๆ ในช่วงฤดูร้อนเป็นสาเหตุที่กระตุ้นให้การติดเชื้อมีแต่จะเพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตามคงต้องจับตาสถานการณ์ในยุโรปอย่างต่อเนื่อง เพราะอย่าลืมว่าประเทศในแถบยุโรปสามารถเดินทางเข้าประเทศไทยได้โดยไม่ต้องกักตัว ซึ่งอาจจะนำความเสี่ยงในการติดเชื้อเข้ามาเพิ่มเติมจากนักท่องเที่ยวได้ เพราะเวลานี้ยุโรปกำลังกลับสู่วังวนของการระบาดหนักอีกครั้งเหมือนที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วเมื่อปลายปี 2020 และจำนวนผู้ไม่ยอมรับวัคซีน แถมต่อต้านก็สูงกว่าหลายภูมิภาค ซึ่งอาจจะเป็นการทำให้เชื้อกลายพันธุ์ได้ และจะดื้อต่อวัคซีนมากขึ้นในอนาคต
3
แหล่งอ้างอิง
https://nyti.ms/3oJd4LF
https://nyti.ms/3237T1g
https://bit.ly/3HxuFyK
╔═══════════╗
ไม่พลาดบทความสาระดีๆ ที่ Reporter Journey ตั้งใจสร้างสรรเพื่อผู้ติดตามทุกท่าน อย่าลืมกดติดตามเพจ ติดตาม Reporter Journey ได้ทุกช่องทางที่
╚═══════════╝
.
ติดตาม Reporter Journey ได้ทุกช่องทางที่
Website :
reporter-journey.com
Blockdit :
blockdit.com/reporterjourney
Facebook :
facebook.com/reporterjourney
Tiktok :
tiktok.com/@reporterjourney
IG :
instagram.com/richart_journey
14 บันทึก
32
11
30
14
32
11
30
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย