20 พ.ย. 2021 เวลา 01:54 • วิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยี
ดาวพุธ ที่มาของวันพุธ
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว เพอร์เซียส (Perseus) วีรบุรุษหนุ่มชาวกรีก ได้เดินทางไปสังหารปีศาจเมดูซ่า (Medusa) ที่เป็นผู้หญิง มีผมเป็นงู หากใครได้จ้องตาแล้วจะกลายเป็นหิน
เทพเจ้าต่างๆ พากันช่วยเหลือเพอร์เซียส หนึ่งในนั้นคือเฮอร์มีส (Hermes) เทพเจ้าแห่งการสื่อสาร การเดินทาง และการค้า ได้ให้เพอร์เซียสยืมรองเท้ามีปีก ทำให้เพอร์เซียสเหาะได้
ชาวโรมันเรียกเฮอร์มีสว่า เมร์คูรียุส (Mercurius) หรือ เมอร์คิวรี (Mercury)
ภาษาอังกฤษคำว่า Mercury แปลว่า ดาวพุธ เป็นที่มาของวันพุธ
คำว่า mercury (m ตัวเล็ก) ยังแปลว่า ปรอท เนื่องจากปรอทเป็นธาตุที่มีความไวต่ออุณหภูมิ จึงนำมาใช้ทำเทอร์โมมิเตอร์ (thermometer) สำหรับวัดอุณหภูมิ ความไวของปรอทเปรียบเหมือนความไวของเทพเมอร์คิวรี และมีสำนวนไทยว่า “ไวเป็นปรอท”
Mercury ยังเป็นรากศัพท์ของคำว่า merchant (พ่อค้า) และ commerce (การค้า)
เอกลักษณ์อย่างหนึ่งของเฮอร์มีสหรือเมอร์คิวรีคือมีไม้คาดูเซียส (caduceus) เป็นไม้เท้ามีงู 2 ตัว พันอยู่ บางครั้งมีปีกที่หัวไม้ด้วย
ภาษาอังกฤษของวันพุธคือ Wednesday มาจากภาษาอังกฤษสมัยเก่าว่า Wōdnesdæg และภาษาอังกฤษสมัยกลางว่า Wednesdei หมายถึงวันของเทพโวเดน (Woden) หรือโอดิน (Odin) เทพเจ้าของชาวไวกิง (Viking) หรือชาวนอร์ส (Norse) ในดินแดนสแกนดิเนเวีย (Scandinavia) ทางตอนเหนือของทวีปยุโรป
โวเดนหรือโอดินอาจเทียบเคียงกับเทพเฮอร์มีสของกรีกหรือเทพเมอร์คิวรีของโรมัน
ในทางดาราศาสตร์ดาวพุธเป็นดาวเคราะห์ที่เล็กที่สุดและอยู่ใกล้ดวงอาทิตย์มากที่สุดในระบบสุริยะ (58 ล้าน กิโลเมตร) ดาวพุธมีขนาดใหญ่กว่าดวงจันทร์ของโลกเพียงเล็กน้อย (ดาวพุธเล็กกว่าโลกประมาณ 3 เท่า) และมีลักษณะเหมือนดวงจันทร์คือเป็นลูกหิน มีหลุมอุกกาบาต และมีอากาศเบาบาง
ถ้าเราอยู่บนดาวพุธจะเห็นดวงอาทิตย์ใหญ่กว่าบนโลก 3 เท่า
แม้ว่าจะใกล้ดวงอาทิตย์มากที่สุด แต่ดาวพุธกลับไม่ใช่ดาวเคราะห์ที่มีอุณหภูมิร้อนที่สุดในระบบสุริยะ ดาวเคราะห์ที่ร้อนที่สุดในระบบสุริยะคือดาวศุกร์ เนื่องจากดาวศุกร์มีเมฆหนา เกิดปรากฏการณ์เรือนกระจกหรือปรากฏการณ์ดาวศุกร์ร้อน (เหมือนโลกร้อน) ทำให้ดาวศุกร์มีอุณหภูมิที่พื้นผิวสูงมากถึง 480 องศาเซลเซียส
ขณะที่ดาวพุธด้านที่หันหน้าเข้าหาดวงอาทิตย์มีอุณหภูมิ 430 องศาเซลเซียส แต่อีกด้านที่ไม่ได้รับแสงอาทิตย์มีอุณหภูมิต่ำถึง -180 องศาเซลเซียส ที่เป็นเช่นนี้เนื่องจากดาวพุธไม่มีชั้นบรรยากาศที่หนาพอที่จะรักษาอุณหภูมิให้คงที่ทั่วทั้งดาวได้
ดาวพุธไม่มีดวงจันทร์บริวาร และไม่มีวงแหวน
ดาวพุธหมุนรอบดวงอาทิตย์ (1 ปีบนดาวพุธ) ใช้เวลา 88 วันบนโลก เร็วที่สุดในระบบสุริยะ แต่หมุนรอบตัวเองช้าคือรอบละ 59 วันบนโลก
1 วัน (solar day ครบรอบกลางวันกลางคืน เห็นดวงอาทิตย์วนกลับมาตำแหน่งเดิม) บนดาวพุธนานถึง 176 วันบนโลก หรือพูดอีกอย่างว่า 1 วันบนดาวพุธ นานเท่ากับ 2 ปีบนดาวพุธ อาจฟังดูแปลกว่าบนดาวพุธ 1 วัน นานกว่า 1 ปี ถึง 2 เท่า ทั้งนี้เนื่องจากดาวพุธหมุนรอบตัวเองช้านั่นเอง
เราสามารถมองเห็นดาวพุธได้ด้วยตาเปล่า (ความสว่างปรากฏสูงสุด -2) เมื่อมองจากบนโลก ดาวพุธจะอยู่สูงจากขอบฟ้าไม่เกิน 28 องศา (จะไม่สามารถเห็นดาวพุธอยู่กลางศีรษะได้) บางวันจะเห็นดาวพุธในช่วงหัวค่ำ หรือบางวันจะเห็นดาวพุธช่วงเช้ามืด (จะไม่สามารถเห็นดาวพุธตอนดึก)
ยกตัวอย่างเช่น ปลายเดือนธันวาคม พ.ศ. 2564 ถึงกลางเดือนมกราคม พ.ศ. 2565 จะเห็นดาวพุธตอนหัวค่ำทางทิศตะวันตก ปลายเดือนมกราคม พ.ศ. 2565 จะมองไม่เห็นดาวพุธ หลังจากนั้นต้นเดือนกุมภาพันธ์ถึงกลางเดือนมีนาคม พ.ศ. 2565 จะเห็นดาวพุธช่วงเช้ามืดทางทิศตะวันออก
วันที่จะเห็นดาวพุธอยู่บนท้องฟ้านานที่สุดคือวันที่เห็นดาวพุธอยู่ห่างดวงอาทิตย์มากที่สุด ครั้งต่อไปคือวันที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2565
เมื่อใช้กล้องดูดาวที่มีกำลังขยายมากกว่า 100 เท่า ส่องดาวพุธ จะสามารถเห็นดาวพุธเป็นเสี้ยวเหมือนดวงจันทร์
ปรากฏการณ์ที่น่าสนใจเกี่ยวกับดาวพุธคือ ดาวพุธผ่านหน้าดวงอาทิตย์ (transit of Mercury) ครั้งล่าสุดที่เห็นในประเทศไทยคือวันที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2559 และครั้งต่อไปคือ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2575
หมายเหตุ ทับศัพท์ Perseus เป็น เพอร์เซียส ตามหลักเกณฑ์การทับศัพท์ภาษาอังกฤษของราชบัณฑิตยสถาน
โฆษณา