21 พ.ย. 2021 เวลา 08:11 • วิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยี
พิชิต Certificate x FreeCodeCamp EP.0
EP 0
เรียน Code กับ FreeCodeCamp
ภาพจาก https://commons.wikimedia.org/wiki/File:FreeCodeCamp_logo.png
สวัสดีวันอาทิตย์ครับ วันนี้เป็นวันหยุดที่อยากจะให้ทุกคนมา Up Skill ในเรื่องของการเขียน Code กัน
เนื่องจากผมก็ทำงานในสายไอที ช่วงแรกก็เขียน Code อยู่ดี ๆ แต่หลัง ๆ เปลี่ยนตำแหน่งงานแล้วก็เลยไม่ค่อยได้เขียน Code ก็เลยอยากจะมารื้อฟื้นสักหน่อย
โดยในวันนี้ผมเลือกหยิบเว็บไซต์ที่ชื่อว่า FreeCodeCamp มาเรียนเพราะไม่ต้องเสียเงิน 5555 แถมถ้าเรียนเสร็จแล้สจะมี Certificate ให้ด้วย อีกอย่างการเรียนคือการเขียน Code จริง ๆ แตกต่างกว่าการเรียนผ่านคลิปวิดีโอ ถ้าใครสนใจอยากมี Skill ด้านนี้มาฝึกทักษะพร้อมกันได้เลยนะครับ
ก่อนอื่นจะต้องทำการลงทะเบียนเข้าสู่ระบบเสียก่อน วิธีการลงทะเบียนก็ไม่ยากครับ เข้าไปที่เว็บไซต์ https://www.freecodecamp.org/ ลงจากนั้นเลือกไปที่ Get Started (It’s free)
ภาพจาก https://www.freecodecamp.org/
จากนั้นหน้าถัดมาเลือกวิธีการลงทะเบียน โดยผมเลือกใช้ Google ในการลงทะเบียนนะครับ
ภาพจาก https://www.freecodecamp.org/
เมื่อลงทะเบียนเรียบร้อยแล้วเว็บไซต์จะนำพาเรามายังหน้าที่เราสามารถเลือกหัวข้อที่เราต้องการจะเรียนครับ โดยมีหัวข้อดังนี้
1. Responsive Web Design Certification (300 hours)
2. JavaScript Algorithms and Data Structures Certification (300 hours)
3. Front End Development Libraries Certification (300 hours)
4. Data Visualization Certification (300 hours)
5. Back End Development and APIs Certification (300 hours)
6. Quality Assurance Certification (300 hours)
7. Scientific Computing with Python Certification (300 hours)
8. Data Analysis with Python Certification (300 hours)
9. Information Security Certification (300 hours)
10. Machine Learning with Python Certification (300 hours)
11. Coding Interview Prep (Thousands of hours of challenges)
จะเห็นว่ามีหัวข้อเยอะเหลือเกิน ถ้าลองคำนวณว่า ต้องเรียนกี่วันถึงจะจบหลักสูตรก็นำ 300 หาร 24 จะได้ 12.หมายความว่าเรียนหลักสูตร 12.5 วันแบบไม่หลับไม่นอนก็ได้มา 1 Certificate เลย 555
ภาพจาก https://www.freecodecamp.org/
ทีนี้ผมขอเรียนแบบไม่ข้ามหัวข้อละกันนะครับ ขอเริ่มเรียนจากหัวข้อ Responsive Web Design Certification (300 hours) เมื่อเข้าไปแล้ว เว็บไซต์จะอธิบายว่าสิ่งที่เราจะเรียนมีเรื่องอะไรบ้าง เมื่อเลื่อนลงมาด้านล่างผมกดไปที่หัวข้อ Say Hello to HTML Elements เพื่อเริ่มเรียนนะครับ
ภาพจาก https://www.freecodecamp.org/
ภาพจาก https://www.freecodecamp.org/
พอมาถึงตรงนี้แล้วก็อาจจะเหนื่อยกับการที่มาต้องเรียนภาษาอังกฤษใช่มั้ยครับ ผมขอแนะนำ Extension ของ Google ที่ใช้แปลภาษา เพียงคลิกไปที่ประโยคนั้นเครื่องมือก็จะทำการแปลภาษามาให้ ถือว่าฝึกภาษาอังกฤษไปในตัวนะครับ หรือสามารถอ่านวิธีใช้จากเว็บนี้ได้เลยครับ เขาสอนได้ดีมากครับ ลิ้งก์ดังนี้
บอกก่อนว่าผมไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียกับลิ้งก์ที่แนะนำนะครับ เขาเขียนมาดีจริง ๆ 5555
มาเริ่มเรียนกับหัวข้อแรกกันต่อดีกว่า อธิบายองค์ประกอบของหน้านี้ก่อนนะครับ โดยหน้าจอแสดงผลจะแบ่งออกเป็น 3 ส่วน
1. ฝั่งซ้าย อธิบาย/สอน ในแต่ละหัวข้อ วิธีการผ่านแบบทดสอบเราต้องทำอย่างไร
2. ตรงกลาง ไว้เขียน Code เพื่อทำแบบทดสอบ
3. การแสดงผลบนเว็บไซต์เมื่อเราเขียน Code แล้ว
ภาพจาก https://www.freecodecamp.org/
ในหน้านี้เว็บไซต์ได้อธิบายว่า องค์ประกอบของ HTML จะมีแท็กเปิดและแท็กปิด ซึ่งจากรูป < h1> ก็คือแท็กเปิด ส่วน < /h1 > จะเป็นแท็กปิด (ขออนุญาตเว้นวรรคนะครับ Blockdit ไม่สามารถเขียน < h1> และ < /h1 > แบบไม่เว้นวรรคได้) ความแตกต่างคือเครื่องหมาย “/” นั้นเอง
หลังจากนั้นเขาบอกว่าวิธีผ่านการทดสอบให้เปลี่ยนข้อความในองค์ประกอบ h1 เป็น Hello World โดยผมก็ไปแก้ไขในส่วนของการแก้ไข Code ที่อยู่ตรงกลางดังนี้
ภาพจาก https://www.freecodecamp.org/
จากนั้นเลือกกดปุ่มที่อยู่ฝั่งซ้ายของหน้าจอ Run The Tests ถ้าหากเราเขียนผิด ระบบจะแจ้ง Error ในส่วนของตรงกลางว่าเราทำผิดอะไร ซึ่ง Error แจ้งว่า ใน h1 ควรมีข้อความคำว่า Hello World
ภาพจาก https://www.freecodecamp.org/
ซึ่งที่ไม่ผ่านเพราะว่าผมเขียนผิด งั้นลองมาแก้ไขใหม่อีกทีนะครับ
ภาพจาก https://www.freecodecamp.org/
เมื่อทำการผ่านด่านทดสอบแล้วก็จะมี Popup แสดงผลให้ไปเรียนในหวข้อถัดไปครับ
ภาพจาก https://www.freecodecamp.org/
ก็จะเห็นว่าหัวข้อแรกง่ายนิดเดียว ถ้าใครอยากจะเก่งเร็ว ๆ ในหนึ่งวันก็อาจจะทำหลาย ๆ หัวข้อก็ได้นะครับ ในวันนี้ผมอาจจะสอนวิธีการและทำแบบทดสอบเพียงเท่านี้เสียก่อน และจะพยายามลงบทความเกี่ยวกับการเขียน Code จาก FreeCodeCamp เรื่อย ๆ นะครับ
ขอให้สนุกกับการเขียน Code ครับ

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา