มีบัญชีอยู่แล้ว?
▪️จบ 90 นาทีก็คือ “จบ” ไม่ตกค้างเรื่องส่วนตัว
---
• จบเกมที่แอนฟิลด์ระหว่าง ลิเวอร์พูล 4 – 0 อาร์เซนอล สิ่งที่ผู้คนสนใจไม่ใช่ผลการแข่งขันแล้ว แต่เป็นรีแอคชั่นระหว่าง มิเกล อาร์เตตา กับเยอร์เกน คลอปป์
• ปรากฏว่า “ประเพณีนิยม” ถูกเลือกมาปฏิบัติ แฟนบอลได้เห็นทั้งคู่จับไม้จับมือกันด้วยความรู้สึกว่า ปราศนาอารมณ์ขุ่นค้าง หรือความรู้สึก “ส่วนตัว” ต่อกัน
• ใช่ไหมครับ? เพราะสถานการณ์ในครึ่งแรก อันนำมาซึ่งใบเหลืองของกุนซือทั้ง 2 มันดูน่าหวั่นว่าจะ “บานปลาย” และกลายเป็นการก่อร่างสร้าง “คู่อริ” อีกคู่แห่งพรีเมียร์ลีกได้เหมือนกัน
• จังหวะนั้น นาทีที่ 34 ภาพจับมาที่กุนซือสแปนิช และเยอรมนี กำลังเถียงกันไฟแลบโดยมีผู้ตัดสินที่ 4 คั่นกลาง และถูกห้ามปรามไว้โดยผู้ช่วยโค้ช และสตาฟฟ์ของแต่ละฝ่าย
• ไมเคิล โอลิเวอร์ ชักใบเหลืองให้อาร์เตตา ตามด้วยคลอปป์ ก่อนจะยังไม่จบ และภาพจับเห็นปากอาร์เตตาพูด “F - word” ชัดเจน
• คลอปป์ กล่าวหลังเกมว่า “ม้านั่งสำรอง อาร์เซนอล ลุกฮือขึ้น ผมจึงตะโกนถาม ต้องการอะไร? มันไม่ได้มีการปะทะอะไร แต่เหมือนทุกคนจะให้มันเป็นใบแดง”
• “ผมเซ็งจัดกันสถานการณ์แบบนี้ ผู้คนเหมือนต้องการจะเล่นงานซาดิโอ เขาเป็นนักเตะที่แข็งแรง และเข้าบอลหนัก เราต้องถอดเขาออกในเกมกับแอตเลติโกฯ เพราะพวกเขาพยายามจะให้เขา (ซาดิโอ) โดนใบเหลือง มาทีหนึ่งแล้ว”
• “กรรมการจัดการกับเหตุการณ์นี้ได้ดี ผมคู่ควรกับใบเหลือง แต่เหตุการณ์แบบนี้มันไม่โอเค ผมได้บอกไปแบบนั้น แต่มันก็เกิดขึ้น (แล้วจบ) แค่ในช่วงเวลานั้น”
• ประมาณว่า คลอปป์ ก็จบแล้วหลังเกม
• ส่วนอาร์เตตา ก็ไม่ต่างกัน และผิดคาดที่นิ่งเหลือเกิน และตามภาษาฟุตบอลก็คือ รู้จัก move on จากสิ่งที่เกิดขึ้นในสนามที่จบไปแล้ว
• “เขา (คลอปป์) พยายามจะปกป้องทีมของเขา ผมก็ปกป้องทีมของผม มันก็แค่นั้น มันไม่มีปัญหาอะไร ผมได้คุยกับเขาแล้วหลังเกม และยินดีด้วยกับเขา มันเป็นสิ่งที่เกิดขึ้น และถูกทิ้งไว้หมดแล้วในสนาม”
• นอกจากนี้ที่ควรพูดถึงคือ ผู้สื่อข่าวที่สัมภาษณ์จากขอบสนามของ “พรีเมียร์ลีก” สามารถลำดับคำถามได้อย่างดี โดยถามเรื่องอื่น ๆ ที่เหมาะสม และเกี่ยวข้องกับเกมการแข่งขันโดยตรงก่อน
• จากนั้นจึงเข้าเรื่องที่เหตุการณ์นี้ในครึ่งแรก เป็นคำถามทิ้งท้าย
• คลอปป์ ซึ่งพักหลัง (โดยเฉพาะหากแพ้ หรือเสมอ) จะขุ่นทันทีกับคำถามลักษณะนี้ก็สามารถมีอารมณ์ตอบ และโต้ตอบได้ดี และนิ่ง
• อาร์เตตาก็เช่นกัน แม้จะจับมือแบบไม่มองหน้ามองตากัน หรือพูดคุยอะไรกัน จับมือแล้วแยกทันทีก็ตาม
• ในมุมอื่น ๆ ที่น่าสนใจ คือ ความก้าวร้าว แต่แสดงถึงความมุ่งมั่น และอยู่ในขอบเขตแบบนี้ คือ สิ่งที่แฟนบอลน่าจะชอบ (โดยเฉพาะแฟนบอลปืนใหญ่)
• ส่วนแฟนหงส์ เรารู้จักคลอปป์กันดีอยู่แล้ว
• แน่นอนว่า จังหวะดังกล่าวยังช่วย “จุดชนวน” เชื้อไฟให้แฟน ๆ ในแอนฟิลด์ได้ลุกฮือขึ้นจากเกมที่กำลังอึดอัด และหลังจากนั้นไม่นานลิเวอร์พูลก็ได้ประตูนำตามด้วยครึ่งหลังที่ “step up” เกมของตัวเองอีกเกียร์ สองเกียร์ ให้สปีดหนักหน่วงขึ้น
• จะกล่าวว่า พฤติกรรมของอาร์เตตา เหมือนมาราดน้ำมันลงกองไฟก็ไม่เชิง จะบังเอิญก็ไม่อาจจะใช่
• ความน่าสงสัยยังจะมีว่า หากเป็น เป๊ป กวาร์ดิโอลา อดีตลูกพี่จากแมนฯซิตี้ อาร์เตตา จะกล้าไหม? หรือเป็นกุนซือคนอื่นจะทำไหม?
• หรือเป็นสถานการณ์ตอนปืนไม่ได้ “ห้าว” สุดขีดไม่แพ้ใคร 10 นัดติดต่อกันในทุกรายการ อาร์เตตา จะบ้าบิ่นเกินเบอร์ได้ขนาดนี้หรือไม่?
• ครับ ไม่ใช่ว่า คลอปป์ “แตะต้อง” ไม่ได้ แต่ผมแค่สงสัย และอยากตั้งคำถามเฉย ๆ
• อย่างไรก็ดี เมื่อเกมจบ อย่างน้อยมีความเคารพกันและกันเกิดขึ้นแบบเหมาะสม
• แน่นอนครับ ฝั่งหงส์แดงก็ไม่มีใครกล่าวโทษ หรือดูถูกอาร์เซนอล ในทุกการกระทำ หรือผลงานในสนามเช่นกัน
• มีแต่มองว่า อาร์เซนอล เล่นได้ดีแล้ว และมีพัฒนาการที่ดีที่หากไม่พลาดเองในจังหวะ เวลาสำคัญทั้งประตูแรก และประตูสอง เจ้าถิ่นอาจจะเจองานลำบากกว่านี้มากขนาดไหน ใครจะรู้? หลังแผนสร้างความอึดอัดทำได้ดีตลอดครึ่งเวลาแรก
• สุดท้าย เกมฟุตบอลคือ แบบนี้ครับ จบ 90 นาทีเราคือ “จบ” และ Move on ไปนัดหน้า และเรียนรู้จากเกมนี้
• ดังที่ มิเกล อาร์เตตา และเยอร์เกน คลอปป์ สร้างตัวอย่างนี้ให้เห็นได้อย่างน่าชื่นชมครับ
☕ณัฐวุฒิ ประเทืองศิลป์
📷 The Independent
#KMDStory #ไข่มุกดำ #ไข่มุกดำทีม #LIVARS #คลอปป์อาร์เตตา
    • กำลังนิยมในบล็อกดิต
      จีนสนับสนุน "รัสเซีย" ประเด็น "ยูเครน" ล่าสุด!! ทางกระทรวงต่างประเทศจีน ได้ออกมาแสดงการสนับสนุนความกังวลของรัสเซียเกี่ยวกับสถานการณ์ยูเครน ว่าเป็นเรื่อง "สมเหตุสมผล"
      ปี 2020 ตำรวจญี่ปุ่นได้รับแจ้งเด็กหายสูงถึง 1,000 กว่าเคส 🥺 สำนักงานตำรวจแห่งชาติญี่ปุ่นได้เปิดเผยสถิติของปี 2020 ว่ามีการแจ้งความคนหาย 77,000 เคส ถ้าหารออกมาเป็นรายวัน จะเท่ากับมีคนหาย 200 กว่าคนต่อวันเลยทีเดียว 😭 นอกจากนี้ในจำนวน 77,000 เคสนี้ เป็นเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 9 ขวบมากถึง 1,000 กว่าเคสเลยค่ะ (มีการแจ้งเด็กหายวันละ 2-3 คน) สำหรับที่ญี่ปุ่น เมื่อครอบครัวหรือคนใกล้ชิดรู้ว่ามีคนหาย สามารถแจ้งความได้ทันทีด้วยการโทรไปที่หมายเลข 110 หรือไปแจ้งความที่สถานีตำรวจโดยตรงได้เลย ซึ่งถ้าจะไปแจ้งความที่สถานีตำรวจ สิ่งที่ควรเตรียมไปด้วยคือ - หลักฐานยืนยันตัวตนและตราประทับประจำตัวของผู้แจ้ง - รูปถ่ายของคนที่หายไป รวมถึงหลักฐานที่คนหายทิ้งเอาไว้ เช่น จดหมาย หรือกระดาษโน๊ตข้อความต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการหายตัวไป เป็นต้น ตัวอย่างคำถามที่ตำรวจจะถามเกี่ยวกับคนหาย (คนหายภาษาญี่ปุ่นคือ 行方不明者 ゆくえふめいしゃ ยุคุเอะฟุเมชะ) เช่น ... ชื่อ (名前 なまえ นะมะเอะ) ที่อยู่ (住所 じゅうしょ จูโฉะ) วันเกิด (誕生日 たんじょうび ทันโจบิ) น้ำหนัก (体重 たいじゅう ไทจู) ส่วนสูง (身長 しんちょう ชินโจ) ตำหนิหรือจุดสังเกตเป็นพิเศษ (ルックスの特徴 るっくすのとくちょう รุกขุสุโนะ โทะคุโจ) วันเวลาที่หาย (行方不明になった日時 ゆくえふめいになったにちじ ยุคุเอะฟุเมนินัตตะ ฮินิจิ) เสื้อผ้าที่ใส่ (ตอนหายไป) (着ていた服 きていたふくคิเตะอิตะฟุขุ) ในอดีต (คนหาย) เคยใช้ยาหรือเปล่า (薬物利用の過去はあるか やくぶつりようのかこはあるか ยะขุบุสึริโยโนะคะโคะวะอารุคะ) (คนหาย) มีโรคอะไรหรือเปล่า (病気(びょうき)があるか เบียวคิกะอารุคะ) เป็นต้น ส่วนใหญ่ (เกินครึ่ง) ตำรวจจะใช้เวลาในการตามหาคนหายพบภายในวันที่ได้รับแจ้ง หรือไม่เกินหนึ่งสัปดาห์หลังจากที่ได้รับแจ้ง แต่บางเคสก็อาจต้องใช้เวลาหลายเดือน เป็นปีสองปีขึ้นไป หรือแม้จนขณะนี้ก็ยังหาไม่พบเลยก็มี 😢 สำหรับสาเหตุและแรงจูงใจที่ทำให้มีคนหายนั้น สามารถแบ่งได้ ดังนี้ 1) อาการเจ็บป่วย ข้อนี้คิดเป็น 30% ของเคสทั้งหมด โดยใน 30% นี้มากกว่า 70% มาจากคนหายมีภาวะสมองเสื่อม 2) ปัญหาความสัมพันธ์ในครอบครัว 3) ปัญหาเกี่ยวกับธุรกิจ / อาชีพ 4) ความสัมพันธ์กับคนต่างเพศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อผู้เยาว์ตกเป็นเหยื่อ มักจะมีเรื่องการถูกลักพาตัวและการกักขังหน่วงเหนี่ยวร่วมด้วย * เพื่อนสนิทของผู้เขียนเคยไปแจ้งความลูกหายเหมือนกันค่ะ (ลูกแอบหนีไปบ้านเพื่อน) ตำรวจมาช่วยแป้บเดียวเจอเลย เก่งมาก ๆ 👍 แต่ถึงตำรวจจะเก่ง ก็ภาวนาอย่าให้มีเคสคนหายเลยจะดีกว่านะคะ 🙂 อ้างอิง https://www.keishicho.metro.tokyo.lg.jp/sodan/madoguchi/missing/info.html https://www.police-ch.jp/sousakunegai.html https://toyokeizai.net/articles/-/478383 เพื่อให้เข้ากับเรื่องคนหาย วันนี้เลยถ่ายบรรยากาศทางเดินลอดอุโมงค์แบบหลอน ๆ มาให้ดูค่ะ (ดูหลอนแต่ปลอดภัย สามารถใช้ได้ปกติค่ะ 😅) แล้วพบกันใหม่นะคะ 🥰🙏
      ทำไมความสัมพันธ์ของไทยกับซาอุดิอาระเบีย จึงเกิดความแตกร้าวกันอย่างหนัก ในรอบ 32 ปีที่ผ่านมา เราจะไปลำดับเรื่องราวกันทั้งหมดตั้งแต่แรกด้วยกัน ฝั่งซาอุฯ ไม่ออกวีซ่าให้คนไทยเข้าประเทศ ถ้าไม่ใช่เหตุจำเป็นจริงๆ เช่น การแสวงบุญในพิธีฮัจญ์ หรือกรณีที่ต้องให้นักกีฬาเข้ามาแข่งขัน อย่างในฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก ที่ไทยอยู่กลุ่มเดียวกับซาอุฯ ถึง 3 ครั้ง (2002, 2014 และ 2018)
      รู้จัก เจอโรม พาวเวลล์ บุคคลที่มีอิทธิพลต่อ มูลค่าสินทรัพย์ทุกอย่างบนโลกนี้ ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ นอกจากคุณดอนัลด์ ทรัมป์ และคุณอีลอน มัสก์ แล้ว จะมีชายอีกคนหนึ่ง ที่เวลาออกมาพูดเพียงไม่กี่ประโยค ก็ดูเหมือนว่าจะส่งผลกระทบต่อตลาดสินทรัพย์ทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นตลาดหุ้น ทองคำ ไปจนถึงคริปโทเคอร์เรนซี ได้ในทันที
      ดูทั้งหมด