21 พ.ย. 2021 เวลา 11:39 • สุขภาพ
ยาอมแก้เจ็บคอ​
🐱เฟลอร์บิโพรเฟน (flurbiprofen) เป็นยาต้านอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์​ (NSAIDS) มีทั้งยากิน​ ยาอม​ ยาพ่นคอ ยาหยอดตา​ แผ่นแปะแก้ปวด​ น้ำยาบ้วนปาก​ หรือแม้แต่ผสมอยู่ในยาสีฟัน​ แต่ในเมืองไทยมีจำหน่ายเฉพาะในรูปแบบของยาอมและสเปรย์พ่นคอ
ยาเม็ด (ซึ่งไม่มีจำหน่ายในประเทศไทย)​ จะมีในขนาด​ 50​ และ​ 100 มิลลิกรัม​ กินหลังอาหารวันละ3-4ครั้ง​
ส่วนยาอม (ที่มีจำหน่ายในไทย)​ จะมีในขนาด​ 8.75 มิลลิกรัม​
เช่นเดียวกับสเปรย์​พ่นคอ​ ที่พ่น1ครั้งจะได้ปริมาณ​ยา​ 8.75 มิลลิกรัม​เช่นกัน
🔮มีงานวิจัยมาตั้งแต่ปี​ 2001 ว่า​ ยาอมเฟลอร์บิโพรเฟน​ขนาด​ 8.75มิลลิกรัม สามารถบรรเทาอาการเจ็บคอได้​ภายใน15นาที ลดอาการระคายคอได้นาน2ชั่วโมง​ และลดการบวมของลำคอได้นาน​ 2-6ชั่วโมง​ แต่ถ้าอมมากกว่าครั้งละ1เม็ด​ ผลงานวิจัยบอกว่าให้ผลไม่ต่างจากการอมเพียงเม็ดเดียว​(1)
ส่วนการใช้สเปรย์​พ่นคอและยาอม​ ให้ผลในการบรรเทาอาการเจ็บคอไม่ต่างกัน​(2)
😷อาการเจ็บคอโดยทั่วไป​ (sore throat) มักจะไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย​ ซึ่งไม่มีความจำเป็นต้องใช้ยาฆ่าเชื้อ​ การใช้ยาอมเฉพาะที่หรือการใช้สเปรย์​พ่นคอ​ เพื่อบรรเทาอาการเจ็บคอจึงมีประโยชน์​
รวมทั้งอาการเจ็บคอที่เกิดจากการติดเชื้อสเตรป​ (strep throat) การกินยาฆ่าเชื้อ​ร่วมกับการใช้ยาอมเฉพาะที่ เพื่อบรรเทาอาการเจ็บคอ​ ก็สามารถช่วยให้อาการเจ็บคอได้เช่นกัน(3)
🔖เนื่องจากเฟลอร์บิโพรเฟนเป็นยากลุ่ม​ NSAIDS ที่รบกวนการเกาะกลุ่มของเกล็ดเลือด​ แต่จากการวิจัยยังไม่สามารถฟันธงได้ว่า​ ยาอมเฟลอร์บิโพรเฟนในขนาด8.75 มิลลิกรัมจะมีผลดังกล่าว​ เพราะเป็นการใช้ยาในขนาดต่ำ​ ผลจึงเกิดเพียงเล็กน้อยและไม่รุนแรง​ (non-serious &​ not-related)​ (4)
🔖เม็ดอมเฟลอร์บิโพรเฟนใช้บรรเทาอาการเจ็บคอในเด็กอายุ12ปีขึ้นไป​
ส่วนสเปรย์​พ่นคอใช้ได้ตั้งแต่อายุ18ปีขึ้นไป​
อม1เม็ด​ ทุก​ 3-6 ชั่วโมง​
💥ข้อควรระวัง
งดใช้ยากับเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี
ห้ามอมยาเกิน 5 เม็ด ภายใน 24 ชั่วโมง
ห้ามใช้เกิน 3 วันติดต่อกัน
เว้นระยะอย่างน้อย 3 ชั่วโมงในการอมยาแต่ละเม็ด
ไม่อมยาค้างไว้ที่จุดใดจุดหนึ่ง ควรขยับเม็ดยาไปเรื่อย ๆ
ห้ามใช้ในผู้ที่กินยาแอสไพริน​
ห้ามใช้ร่วมกับยา​ NSAIDS​ อื่น
ห้ามใช้ในคนท้อง3เดือนสุดท้าย​
ส่วนหญิงให้นมบุตรสามารถใช้ได้​ เพราะยาขับออกทางน้ำนมน้อยมาก
ห้ามแบ่งยาให้ผู้อื่นใช้ หากเป็นผู้แพ้เอ็นเสดอาจได้รับอันตราย
📲เม็ดอมเฟลอร์บิโพรเฟนต่างประเทศจัดเป็นยา​ OTC​
แต่ประเทศไทยจัดเป็นกลุ่ม “ยาอันตราย” ผู้ต้องการใช้ยาในประเทศไทยจึงต้องได้รับการซักถามประวัติก่อนซื้อยาอย่างละเอียดจากเภสัชกร เพื่อประเมินความเสี่ยง​
  • POSTED 2021.11.21
โฆษณา