27 พ.ย. 2021 เวลา 08:43 • ประวัติศาสตร์
วัดราชสิทธาราม ราชวรวิหาร Ep1
(Wat Ratchasittharam Ratchaworawiharn)
เป็นวัดโบราณ เดิมที่เดียวชื่อวัดพลับ มีมาแล้วตั้งแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี ตัววัดพลับเดิมนั้นอยู่ต่อ
วัดราชสิทธารามเดียวนี้ไปทางทิศตะวันตก ครั้นเมื่อสร้าง
วัดราชสิทธารามขึ้นในรัชกาลที่ 1 โปรดเกล้าฯ ให้รวมวัดพลับเข้าไว้ในเขตวัดราชสิทธารามด้วย ราษฎรจึงยังคงเรียกชื่อ วัดราชสิทธาราม ตามชื่อเดิมว่า วัดพลับ กันทั่วไป
ประวัติราชสิทธาราม เริ่มปรากฎมีเรื่องราวเป็นสำคัญขึ้นเมื่อต้นกรุงรัตนโกสินทร์นี้เอง
เหตุเนื่องมาจากพระบามสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ทรงอาราธนาพระอาจารย์สุก วัดท่าหอย ริมคลองคูจามในแขวงจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
ลงมาจำพรรษาในเขตพระนคร พระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะที่พระญาณลังวรเถร เรื่องทั้งนี้เป็นด้วย
พระญาณสังวรเถร ทรงวิทยาคุณในทางวิปัสสนาธุระอย่างเชี่ยวชาญ สามารถเลืองชื่อลือชาเป็นที่นับถือของคนทั้งหลายในยุคนั้นเป็นอย่างยิ่ง กล่าวกันว่าท่านทรงไว้ซึ่งพรหมวิหารธรรมอย่างแก่กล้า ถึงสามารถให้ไก่เถือนเชื่องได้เหมือนไก่บ้าน มีลักษณะทำนองเดียวกับคำโบราณที่ยกย่องสรรเสริญพระสุวรรณสามโพธิสัตว์ ในเรื่องสุวรรณสามชาดก
วัดราชสิทธาราม (วัดพลับ) มีความสำคัญในฐานะเป็นสถานศึกษาเกี่ยวกับ กรรมฐานมัชฌิมา (กรรมฐานแบบลำดับ) ซึ่งมีมาแต่ครั้งพุทธกาล สืบทอดมาถึง
พระราหุลเถรเจ้า เข้ามาสมัยตติยสังคายนา
โดยพระโสณะ พระอุตระ ยังมีการสอนปฏิบัติถึงทุกวันนี้
และเคยสังคายนาไว้ในรัชกาลที่ 2 พ.ศ 2364
เป็นกรรมฐานสายเอก สายเดียว แบบเดียว
ในรัตนโกสินทร์ ตั้งแต่ 2325
ซึ่งผู้ที่มีบทบาทในการสอน กรรมฐานมัชฌิมา
(กรรมฐานแบบลำดับ)ในสมัยกรุรัตนโกสินทร์นั้นคือ
สมเด็จพระสังฆราช ไก่เถื่อน(สุก) รัชกาลที่ 1เชิญท่านมาจาก วัดท่าหอย จังหวัดพระนครศรีอยุธยาและได้สร้าง
วัดราชสิทธารามแห่งนี้เพื่อให้พระอาจารย์สุก มาครองวัด
และสอนธรรมะให้กับ เจ้านายและลูกหลานเจ้านายใน
สมัยรัตนโกสิทร์มีหลักฐานจากเอกสาร ยืนยันตรงกันว่า
สมเด็จพระสังฆราช ไก่เถื่อน(สุก) ได้ทรงถวายแนวทางปฎิบัติพระกรรมฐานมัชฌิมา(แบบลำดับ)
แด่พระเจ้าแผ่นดินสมัยรัตนโกสิทร์ถึง 4 รัชกาล ตั้งแต่รัชกาลที่ 1-รัชกาลที่4 โดยมีถึง 3รัชกาลที่ทรงผนวช
ที่วัดราชสิทธารามแห่งนั้นนี้ นั้นคือ
1.พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (รัชกาลที่2)
ทรงผนวชเป็นพระภิกษุเมื่อปี พศ.2331
2.พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่3)
ทรงผนวชเป็นพระภิกษุเมื่อปี พศ.2351
3.พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่4)
ทรงผนวชเป็นสามเณรเมื่อปี พศ.2360
แนวทางปฎิบัติ ของสมเด็จพระสังฆราชญาณสังวร
(สุก ไก่เถื่อน)ที่ได้ทรงนำมาเผยแพร่ เป็นที่นิยมสำหรับผู้ที่สนใจจนมาถึงในปัจจุบันแม้แต่ชาวพุทธในประเทศใกล้เคียงเช่น ลาว เขมร พม่าแถบเมืองมอญ ญวนตอนใต้และลังกา ก็ได้ถือหลักปฎิบัติพระกรรมฐานมิชฌิมาแบบลำดับแบบเดียวกัน
จึงนับได้ว่า วัดราชสิทธาราม(วัดพลับ)ถือเป็นตักศิลา
แห่งกรุงรัตนโกสิทร์ซึ่งปัจจุบันภายในวัดก็ยังเปิดสอน พระกรรมฐานมิชฌิมาแบบลำดับ โดยตั้งอยู่ที่ คณะ5
ภายในวัดราชสิทธาราม(วัดพลับ) นั้นเอง
เครดิตข้อมูล
เอกสารพระประวัติสมเด็จพระสังฆราชญาณสังวร มหาเถรเจ้า (สุกไก่เถือน)
รวบรวมและเรียบเรียงโดย พระครูสังฆรักษ์วีระ ฐานวีโร
จัดพิมพ์เพื่อเผยแพร่
เพจกรรมฐานมัชฌิมา แบบลำดับ
ตามแนวสมเด็จพระสังฆราชสุก ไก่เถื่อน
อยู่ที่ คณะ5 วัดราชสิทธาราม
เว็ป เวทาสากุ Somdechsuk.org
โฆษณา