นี่คือแมวสายพันธุ์ Peterbald ซึ่งเป็นแมวที่เกิดขึ้นจากการผสมระหว่างพันธุกรรมหูกางใหญ่ในแมว Oriental Shorthair กับ Donskoy แมวสายพันธุ์ไร้ขนที่มีต้นกำเนิดในรัสเซีย ในปี ค.ศ. 1993 โดยนักเพาะพันธุ์แมวชาวรัสเซีย นามว่า Olga S. Mironova ทำให้เกิดเป็นแมวไร้ขนหูกางใหญ่นี้ขึ้นมา
แต่ถึงหน้าตาของพวกเขาจะตลกยังไงแต่แมวพันธุ์นี้ก็เป็นที่นิยมในเมือง Saint Peterburg ของรัสเซียเป็นอย่างมาก และเป็นที่มาของชื่อ Peter ซึ่งหมายถึงเมือง Saint Peterburg ส่วนคำว่า bald ที่แปลว่าหัวล้านนั้นมาจากลักษณะที่ไร้ขน รวมกันเลยเป็น Peterbald และเป็นการเล่นคำกับคำว่า Peterburg ด้วยนั่นเอง
หลายคนอาจจะคิดแบบนี้เมื่อเห็นแมวสายพันธุ์ Selkirk Rex ที่มีขนฟูหยิกหยอยเหมือนกับแกะเลยทีเดียว ด้วยลักษณะแบบนี้เองทำให้แมวพันธุ์นี้ได้รับฉายาว่าเป็น “แมวขนแกะ” ซึ่งขนฟูหยิกนี้เกิดจากการกลายพันธุ์โดยธรรมชาติและที่เห็นเด่นชัดเป็นเพราะว่า Selkirk Rex มีขนหนากว่าแมวพันธุ์อื่นด้วนั่นเอง
Newman ตั้งชื่อลูกแมวขนหยิกตัวนั้นว่า Miss DePesto และผสมกับแมว Persian สีดำ ลูกที่คลอดออกมามีทั้งหมด 6 ตัว มีอยู่ 3 ตัวที่ขนหยิก แสดงว่ายีนที่ทำให้ขนหยิกนี้เป็นยีนเด่น ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าสนใจมากๆ เพราะยีนขนหยิกในแมวสายพันธุ์ขนหยิกส่วนใหญ่ เช่น Cornish Rex และ Devon Rex มักเป็นยีนด้อย
ด้วยเหตุนี้ Newman จึงได้ตัดสินใจปรับปรุงสายพันธุ์แมวขนหยิกพันธุ์ใหม่นี้ขึ้นมา โดยการผสมกับแมว Persian British Shorthair และ American Shorthair และตั้งชื่อว่า Selkirk Rex โดยชื่อ Selkirk มาจากชื่อพ่อเลี้ยงของเธอ ส่วน Rex เป็นชื่อที่บ่งบอกว่าเป็นสายพันธุ์ขนหยิก
และนี่ทำให้ชื่อสายพันธุ์แมวนี้แตกต่างจากแมวส่วนใหญ่เพราะเป็นไม่กี่สายพันธุ์ที่ตั้งชื่อด้วยชื่อคน โดย Selkirk Rex ได้รับการจดทะเบียนกับทาง CFA (The Cat Fanciers' Association) ในปี ค.ศ.1992
Selkirk Rex ได้รับนิสัยมาจากแมว Persian และ British Shorthair ตอนปรับปรุงพันธุ์ทำให้พวกเขาเป็นแมวที่เงียบ ชอบคลอเคลีย และมีอุปนิสัยอ่อนหวานน่ารัก สามารถเข้ากับคนได้ดีและต้องการการดูแล ไม่ชอบถูกทิ้งไว้ตัวเดียวเป็นระยะเวลานานๆ
ขนหยิกฟูของพวกเขาเป็นลักษณะเฉพาะที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด ไม่ว่าจะเป็นขนสั้นหรือยาวก็สามารถหยิกฟูได้ทั้งนั้น แต่ที่น่าสนใจคือเมื่อแรกเกิด Selkirk Rex จะมีขนหยิก ก่อนที่จะค่อยๆ หยิกน้อยลงในช่วงวัยรุ่น และกลับมาหยิกอย่างเต็มรูปแบบเมื่อโตเต็มวัยตอนช่วงอายุ 2 ปี และด้วยลักษณะขนเฉพาะตัวนี้ ทำให้ใครที่เลี้ยง Selkirk Rex ต้องหมั่นแปรงขนพวกเขาอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง เพื่อป้องกันขนพันกันเป็นสังกะตัง
แมวหูม้วนนี้มีชื่อสายพันธุ์ว่า American Curl เป็นแมวสายพันธุ์ใหม่ที่สุดสายพันธุ์หนึ่ง เพราะเพิ่งได้จดทะเบียนกับทาง CFA ในปี ค.ศ. 1993 นี้เอง หูม้วนๆ ของพวกเขานั้นเกิดขึ้นจากการกลายพันธุ์ตามธรรมชาติ โดยมีจุดกำเนิดเริ่มต้นขึ้นที่เมือง Lakewood รัฐแคลิฟอเนีย โดยลูกแมวน้อยจรจัดตัวหนึ่ง
เป็นเรื่องบังเอิญว่ามีลูกแมวจรจัดตัวหนึ่งเกิดมาพร้อมกันหูม้วนขึ้นจากการกลายพันธุ์โดยธรรมชาติ ด้วยโชคชะตาลูกแมวตัวนี้ได้ร่อนเร่มาจนถึงหน้าบ้านของสองนักเพาะพันธุ์แมว Joe และ Grace Rugas เมื่อพวกเขาเห็นลูกแมวตัวนี้ก็รู้สึกสนใจในลักษณะหูม้วนเป็นอย่างมาก เลยตัดสินใจเก็บมาเลี้ยงและตั้งชื่อว่า Shalamith ตามชื่อเจ้าหญิงผิวสีผู้งดงามในพระคัมภีร์ Old Testament – The Song of Solomon
ที่น่าตกใจไปมากกว่านั้นคือ American Curl เป็นแมวไม่กี่ชนิดที่สามารถฝึกให้เล่นขว้างและคาบของกลับมาได้ และฉลาดในระดับที่สามารถเรียนรู้การเปิดประตูหรือตู้ในระยะที่เอื้อมถึงได้เอง
แมวสายพันธุ์ Maine Coon นับว่าเป็นแมวสายพันธุ์เก่าแก่ที่สุดายพันธุ์หนึ่งของทางสหรัฐอเมริกา โดยชื่อ Maine นั้นหมายถึง รัฐ Maine ซึ่งเป็นชื่อรัฐหนึ่งของประเทศสหรัฐอเมริกา โดยมีเรื่องเล่าและตำนานที่เกี่ยวข้องกับแมวเมนคูนอยู่หลายเรื่องทั้งต้นกำเนิดและประวัติที่มา
แมว Maine Coon เป็นแมวที่ได้ชื่อว่ามีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกและมีขนยาวเป็นเอกลักษณ์ตรงบริเวณรอบคอ ทำให้มีบางคนนิยมตัดขนแมว Maine Coon เป็นลักษณะคล้ายสิงโต คือตัดขนบริเวณลำตัวให้สั้น แล้วปล่อยให้ขนตรงแผงคอยาว ซึ่งมีภาพแมวที่ถูกตัดขนทรงสิงโตเป็นที่นิยมและสร้างเสียงหัวเราะในอินเทอร์เน็ตอย่างมากมาย
แต่อย่างไรก็ดีแฟชั่นการตัดขนสิงโตให้กับแมว Maine Coon นั้นเป็นสิ่งที่สัตวแพทย์หลายคนไม่แนะนำ เพราะว่าร่างกายของแมว Maine Coon ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อขนสั้น
ดังนั้นถ้าจะให้ดีเราเชื่อว่ารูปลักษณ์ตามธรรมชาติของแมว Maine Coon นั้นเหมาะกับพวกเขาที่สุดแล้ว ให้พวกเขาน่ารักในแบบที่พวกเขาเป็นโดยที่ไม่ต้องพยายามเป็นอย่างอื่น น่าจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุดทั้งสำหรับ Maine Coon เองและตัวเราด้วยเช่นกัน